5 มี.ค. 2563  ดุสเซลดอล์ฟ เยอรมนี

เศรษฐกิจชะลอตัวและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นกระทบผลประกอบการ

เฮงเค็ลรายงานผลประกอบการประจำปี 2562 พร้อมฉายภาพรวมปี 2563

ผลประกอบการปี 2562 ได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจชะลอตัวและการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคและการวางระบบดิจิทัลครอบคลุมทั้งบริษัท :

  • ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 มาอยู่ที่ 20,114 ล้านยูโร โดยยอดขายปกติ ‏(organic sale) ทรงตัว
  • ส่วนต่างกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีที่ปรับปรุงแล้ว* อยู่ที่ร้อยละ 16.0 ‏(ลดลง 1.6 จุด)*
  • กำไรต่อหุ้นบุริมสิทธิที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 5.43 ยูโร ลดลงร้อยละ 9.7 ในส่วนของยอดขายที่คำนวณโดยไม่พิจารณาผลกระทบอื่นๆ ‏(nominal sales) และลดลงร้อยละ 10.1 ณ อัตราแลกเปลี่ยนคำนวณโดยหักผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ‏(constant currency)*
  • กระแสเงินสดอิสระแข็งแกร่งอยู่ที่ 2,471 ล้านยูโร ‏(เพิ่มขึ้น 554 ล้านยูโร)
  • จ่ายเงินปันผล** ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมาที่ 1.85 ยูโรต่อหุ้นบุริมสิทธิ**

ภาพรวมปี 2563 เร่งการลงทุนเพื่อการเติบโตท่ามกลางสภาวะตลาดอุตสาหกรรมที่ไม่แน่นอน

  • การเติบโตของยอดขายปกติ: ทรงตัวถึงโตร้อยละ 2
  • ส่วนต่างกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีที่ปรับปรุงแล้ว : ประมาณร้อยละ 15*
  • กำไรต่อหุ้นบุริมสิทธิที่ปรับปรุงแล้ว: ลดลงมาอยู่ช่วงกลางถึงปลายของตัวเลขหลักเดียว ณ อัตราแลกเปลี่ยนคำนวณ โดยหักผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน*

“ในปี 2562 ผลประกอบการของเรามีทั้งบวกและลบ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาวได้รับผลกระทบจากการชะลอตัวอย่างมาก
ในกลุ่มลูกค้าสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ในขณะเดียวกัน ธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคของเรา ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน หรือกลุ่มธุรกิจบิวตี้แคร์ ต่างเผชิญกับการแข่งขันที่ดุเดือดในหลายตลาด” นายคาร์สเทน โนเบิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทเฮงเค็ล กล่าว  

“ตั้งแต่ต้นปี 2562 เราได้ประกาศแผนเพิ่มการลงทุนเพื่อการเติบโตด้วยงบลงทุนประมาณ 300 ล้านยูโรต่อปี นับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ทั้งนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมของเรา รวมทั้งเร่งการยกระดับระบบดิจิทัลของเฮงเค็ล” นายคาร์สเทน โนเบิล กล่าวเสริม ตลอดปีที่ผ่านมา เฮงเค็ลได้ทยอยลงทุนเพื่อการเติบโตของบริษัทตามแผนที่ได้วางไว้ ถึงกระนั้นเรายังไม่ได้ใช้เงินลงทุนทั้งหมดตามที่ตั้งไว้ ในขณะที่ปริมาณที่ลดลงและการลงทุนเพื่อการเติบโตที่เพิ่มขึ้นส่งผลต่อผลประกอบการและส่วนต่างกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีในปี 2562 “ด้วยการบริหารต้นทุนที่ดีอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการดำเนินงานและการปรับโครงสร้างให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้เราสามารถจำกัดวงผลกระทบได้บางส่วน” นายคาร์สเทน โนเบิล กล่าว “เรายังคงเดินหน้าลงทุนขยายธุรกิจและยกระดับโรงงานผลิตและศูนย์นวัตกรรม นอกจากนี้ เรายังได้เสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจต่างๆ โดยการเข้าซื้อกิจการเป้าหมายและการสร้างพันธมิตรทางธุรกิจด้วยเงินลงทุนรวมเกือบ 600 ล้านยูโร”

“อย่างไรก็ตาม เรายังไม่พอใจกับผลการดำเนินงานที่ผ่านมา เราได้ตั้งเป้าหมายที่สูงขึ้นสำหรับเฮงเค็ล และไม่รีรอที่จะใช้ศักยภาพของเราอย่างเต็มที่เพื่อสร้างการเติบโตและสร้างผลประกอบการให้ดียิ่งขึ้นในอนาคต” นายโนเบิล กล่าวสรุปพัฒนาการทางธุรกิจในปี 2562

ภาพรวมปี 2563

บริษัทเฮงเค็ลได้เปิดเผยภาพรวมปี 2563 ซึ่งสอดคล้องกับสิ่งที่บริษัทได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ในเดือนธันวาคมปี 2562 สำหรับปี 2563 บริษัทเฮงเค็ลคาดว่าจะมียอดขายปกติอยู่ในระดับทรงตัวถึงเติบโตร้อยละ  2 โดยบริษัทคาดว่าผลประกอบการในปี 2563 จะได้รับอิทธิพลจากความไม่แน่นอนที่ยังปกคลุมภาพรวมอุตสาหกรรม และการลงทุนเพื่อการเติบโตในระดับที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยจะเป็นการลงทุนในด้านการตลาด การโฆษณา ระบบดิจิทัลและสารสนเทศ ทั้งนี้เพื่อเสริมความแข็งแกร่งอย่างยั่งยืนให้กับธุรกิจ ในส่วนของส่วนต่างกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีที่ปรับปรุงแล้ว คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณร้อยละ 15 ในขณะที่กำไรต่อหุ้นบุริมสิทธิที่ปรับปรุงแล้วจะปรับลดลงมาอยู่ช่วงกลางถึงปลายของตัวเลขหลักเดียว ณ อัตราแลกเปลี่ยนคำนวณโดยหักผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

ยอดขายและผลประกอบการในปี 2562

ยอดขายในปี 2562 ในส่วนของยอดขายที่คำนวณโดยไม่พิจารณาผลกระทบอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1 มาอยู่ที่ 20,114 ล้านยูโร อัตราแลกเปลี่ยนมีส่วนช่วยการเติบโตของยอดขายร้อยละ 0.6 หลังจากคำนวณผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.5 กิจการที่เข้าซื้อและการขายกิจการมีผลต่อยอดขายร้อยละ 0.5 ดังนั้น ในส่วนของการเติบโตของยอดขายปกติซึ่งไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน และการเข้าซื้อกิจการ/การขายกิจการ อยู่ในระดับทรงตัวจากปีก่อน  

กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาว มียอดขายปกติลดลงร้อยละ 1.5 ในขณะที่ยอดขายปกติของกลุ่มธุรกิจบิวตี้แคร์ลดลงร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน ส่วนกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนมียอดขายปกติเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7  

ตลาดประเทศเกิดใหม่มียอดขายปกติเพิ่มขึ้นร้อยละ 2.5 และเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญของการเติบโตของยอดขายปกติ โดยตลาดพัฒนาแล้วมียอดขายปกติลดลงร้อยละ 1.6

ยอดขายปกติใน ยุโรปตะวันตก ลดลงจากปีก่อนร้อยละ 1.2 ส่วนยุโรปตะวันออกมียอดขายปกติเพิ่มขึ้นร้อยละ 6.5 ยอดขายปกติในแอฟริกา/ตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.3 ทวีปอเมริกาเหนือมียอดขายปกติลดลงร้อยละ 2.3 ส่วนละตินอเมริกามียอดขายปกติเพิ่มขึ้นร้อยละ 4.9 ในขณะที่ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคมียอดขายปกติลดลงร้อยละ 6.5

กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว ‏(EBIT) ลดลงร้อยละ 7.9 จาก 3,496 ล้านยูโรในปีก่อนมาอยู่ที่ 3,220 ล้านยูโร  

ส่วนต่างกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษีที่ปรับปรุงแล้ว ‏(EBIT margin) ลดลง 1.6 จุดจากปีก่อนมาอยู่ที่ร้อยละ 16 โดยกำไรของกลุ่มได้รับผลกระทบจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในด้านการยกระดับแบรนด์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบดิจิทัล ที่บริษัทได้ประกาศไปตั้งแต่ต้นปี 2562 ถึงกระนั้นบริษัทยังไม่ได้ใช้เงินลงทุนทั้งหมดตามที่ตั้งไว้ โดยได้ใช้ไปประมาณครึ่งหนึ่งจากที่คาดว่าจะใช้ 300 ล้านยูโรในปี 2562

งบการเงินลดลง 88 ล้านยูโรจากที่ลดลง 65 ล้านยูโรในปี 2561 เนื่องจากการปรับค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยจากสัญญาเช่าตามมาตรฐานบัญชี IFRS 16

รายได้สุทธิที่ปรับปรุงแล้ว หลังการหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้แล้ว อยู่ที่ 2,353 ล้านยูโร เทียบกับ 2,603 ล้านยูโรในปี 2561

กำไรต่อหุ้นบุริมสิทธิที่ปรับปรุงแล้ว ‏(EPS) ลดลงร้อยละ 9.7 จาก 6.01 ยูโรในปี 2561 มาอยู่ที่ 5.43 ยูโร โดยกำไรต่อหุ้นบุริมสิทธิที่ปรับปรุงแล้วลดลงร้อยละ 10.1  ณ อัตราแลกเปลี่ยนคำนวณโดยหักผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน

คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการกำกับดูแล และคณะกรรมการผู้ถือหุ้นจะเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ในวันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2563 ให้คงการจ่ายเงินปันผลเท่ากับปีที่ผ่านมาที่ 1.85 ยูโรต่อหุ้นบุริมสิทธิ และ 1.83 ยูโรต่อหุ้นสามัญ โดยอัตราการจ่ายเงินปันผลเทียบกับฐานกำไรสุทธิอยู่ที่ร้อยละ 34.2 ซึ่งปรับขึ้นจากปีก่อน 3.3 จุด และยังอยู่ในกรอบอัตราการจ่ายเงินปันผลที่ตั้งไว้ที่ระหว่างร้อยละ 30 ถึงร้อยละ 40  

เงินทุนหมุนเวียนสุทธิ เมื่อเทียบกับยอดขายปรับตัวดีขึ้น 1.2 จุดมาอยู่ที่ร้อยละ 3.9  

กระแสเงินสดอิสระทำสถิติสูงสุดที่ 2,471 ล้านยูโร ‏(ปีก่อนอยู่ที่ 1,917 ล้านยูโร)  

ฐานะทางการเงินสุทธิ ณ สิ้นปี 2562 ดีขึ้นมาอยู่ที่ -2,045 ล้านยูโร ‏(เทียบกับ -2,895 ล้านยูโรเมื่อวันที่ 31 ธันวาคม 2561)

ผลประกอบการรายกลุ่มธุรกิจ

ยอดขายของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาว ในส่วนของยอดขายที่คำนวณโดยไม่พิจารณาผลกระทบอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.6 มาอยู่ที่ 9,461 ล้านยูโรในปี 2562 ด้วยภาวะอุตสาหกรรมไม่เอื้ออำนวยโดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรับลดลงอย่างรุนแรงในภาคยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ ยอดขายปกติลดลงร้อยละ 1.5 ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้ว ลดลงร้อยละ 2.8 มาอยู่ที่ 1,712 ล้านยูโร เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน รายได้ต่อยอดขายที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ร้อยละ 18.1 ‏(ปีก่อนอยู่ที่ร้อยละ 18.7)

ยอดขายปกติในกลุ่มธุรกิจบิวตี้แคร์ลดลงร้อยละ 2.1 ในปี 2562 ในส่วนของยอดขายที่คำนวณโดยไม่พิจารณาผลกระทบอื่นๆ ยอดขายลดลงร้อยละ 1.8 จากปีก่อนมาอยู่ 3,877 ล้านยูโร กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 519 ล้านยูโร ลดลงร้อยละ 23.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน รายได้ต่อยอดขายที่ปรับปรุงแล้วลดลงจากปีก่อนร้อยละ 13.4 ‏(ปีก่อน: ร้อยละ 17.1) เนื่องจากกำไรขั้นต้นลดลงในขณะที่มีการลงทุนที่เพิ่มขึ้นในส่วนของแบรนด์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบดิจิทัล

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน มียอดขายปกติเพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 ในปี 2562 โดยในส่วนของยอดขายที่คำนวณโดยไม่พิจารณาผลกระทบอื่นๆ เพิ่มขึ้นร้อยละ 3.7 มาอยู่ที่ 6,656 ล้านยูโร ในขณะที่กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วลดลงร้อยละ 5.7 มาอยู่ที่ 1,096 ล้านยูโร ส่วนรายได้ต่อยอดขายลดลง 1.6 จุดมาอยู่ที่ร้อยละ 16.5 ทั้งนี้เนื่องจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นเพื่อยกระดับแบรนด์ เทคโนโลยี นวัตกรรม และระบบดิจิทัล

กรอบกลยุทธ์ใหม่: ประสบความสำเร็จในทศวรรษ 2020s ด้วยการเติบโตที่มีเป้าหมาย

“มองไปข้างหน้า เราได้วางกรอบกลยุทธ์ใหม่เพื่อการเติบโตที่มีเป้าหมายและเพื่อมุ่งสู่ความสำเร็จในอนาคตของเฮงเค็ล ด้วยรากฐานที่แข็งแกร่งซึ่งขับเคลื่อนโดยเป้าหมายเดียวกันของเราที่จะสร้างสรรค์คุณค่าที่ยั่งยืน องค์ประกอบหลักของกรอบการทำงานนี้คือ การขยายธุรกิจ การสร้างสรรค์นวัตกรรมล้ำสมัย การตอบโจทย์ความยั่งยืน และการยกระดับระบบดิจิทัล รวมทั้งการมีต้นแบบการดำเนินงานที่พร้อมสำหรับอนาคต ทั้งหมดนี้จะเกิดขึ้นจากรากฐานที่แข็งแกร่งของวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันและการให้โอกาสพนักงานได้แสดงศักยภาพ” นายคาร์สเทน โนเบิลกล่าว


*  ปรับปรุงตัวเลขแล้วจากค่าใช้จ่าย/กำไรในการต่อรองราคาซื้อ และค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้าง
** เสนอผู้ถือหุ้นในการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นวันที่ 20 เมษายน 2563

แม็กกี้ แทน เฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ ฝ่ายสื่อสารองค์กร ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ +65 6424 7045 ส่งอีเมลล์ ดาวน์โหลดนามบัตร เพิ่มเนื้อหาของฉัน

ข้อมูลเพิ่มเติม