เมนู
ค้นหา

8 พ.ค. 2556  เมืองดูสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี

เฮงเค็ล ยืนยันการประเมินธุรกิจปี พ.ศ. 2556

เผยผลประกอบการไตรมาสแรก เติบโตอย่างแข็งแกร่ง

  • ยอดขายเพิ่มขึ้น 0.6 เปอร์เซ็นต์ เป็นมูลค่า 4,033 ล้านยูโร (อัตราการเติบโตแบบปกติ +2.5 เปอร์เซ็นต์)
  • กำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุง +8.9 เปอร์เซ็นต์ มูลค่า 600 ล้านยูโร
  • กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) หลังการปรับปรุง เพิ่มขึ้น +1.2 จุด เป็น 14.9 เปอร์เซ็นต์
  • กำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) หลังการปรับปรุง* +10.3 เปอร์เซ็นต์ เป็น 0.96 ยูโร
  • ผลประกอบการที่แข็งแกร่งในตลาดเกิดใหม่ (อัตราการเติบโตแบบปกติ +8.2 เปอร์เซ็นต์)

“เฮงเค็ลเติบโตทั้งในด้านยอดขายและรายได้ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2556 ถึงแม้จะต้องเผชิญกับความท้าทาย ทั้งการถดถอยของตลาดในยุโรปตะวันตก และความต้องการในอุตสาหกรรมระดับโลกที่ปรับตัวลดลง” มร. คาสเปอร์ รอร์สเต็ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ของเฮงเค็ล กล่าว “ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ต่างทำผลงานได้เหนือกว่าสภาพตลาด ขณะที่ยอดขายกลุ่มเทคโนโลยีกาวได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ลดลงของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรม อย่างไรก็ตาม ทุกภาคธุรกิจของเฮงเค็ลมีผลกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง”

มร. รอร์สเต็ด ยังกล่าวถึงการดำเนินงานในปีพ.ศ. 2556 นี้ว่า “เฮงเค็ลคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในสภาวะยากลำบาก อย่างไรก็ดี ทางบริษัทประเมินว่าความต้องการของภาคอุตสาหกรรมจะเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ เฮงเค็ลจะเดินหน้าขับเคลื่อนกระบวนการดำเนินงานให้มีความราบรื่นยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นและประสิทธิภาพ รองรับกับความท้าทายของตลาดต่อไป”

ยืนยันการประเมินธุรกิจในปี พ.ศ. 2556มร. รอร์สเต็ด ยืนยันการประเมินธุรกิจในปี พ.ศ. 2556 ที่เฮงเค็ลเคยระบุไว้ก่อนหน้านี้ “เฮงเค็ลคาดว่า ยอดขายจะมีอัตราการเติบโตแบบปกติตลอดทั้งปีนี้ อยู่ระหว่าง 3 เปอร์เซ็นต์ – 5 เปอร์เซ็นต์ ทางบริษัทประเมินด้วยว่ากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) หลังการปรับปรุงจะเพิ่มขึ้นราว 14.5 เปอร์เซ็นต์ และกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) หลังการปรับปรุงจะเติบโตขึ้นราว 10 เปอร์เซ็นต์”

ผลประกอบการและรายได้ในไตรมาสแรก ของปี พ.ศ. 2556
ยอดขายของเฮงเค็ลในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2556 อยู่ที่ 4,033 ล้านยูโร เพิ่มขึ้น 0.6 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า อัตราการเติบโตยอดขายแบบปกติซึ่งไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศและการเข้าซื้อกิจการ ถอนการลงทุน เพิ่มขึ้น 2.5 เปอร์เซ็นต์

ทั้งกลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน มีการเติบโตอันแข็งแกร่งอยู่ที่ 8.0 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม มีการขยายตัวของยอดขายอย่างยอดเยี่ยมอยู่ที่ 4.0 เปอร์เซ็นต์ สำหรับยอดขายกลุ่มเทคโนโลยีกาว ปรับตัวลดลง 1.2 เปอร์เซ็นต์

หลังพิจารณารายได้ที่เกิดขึ้นแบบครั้งเดียว
ค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียวและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างแล้ว
พบว่ากำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้น 8.9 เปอร์เซ็นต์ จาก 551 ล้านยูโร ไปอยู่ที่ 600 ล้านยูโร ผลกำไรที่เพิ่มขึ้นในปีนี้มาจากกลุ่มธุรกิจทั้งสามกลุ่ม ผลกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 565 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ได้ 538 ล้านยูโร 

ผลตอบแทนจากยอดขายหลังปรับปรุง (กำไรหลังหักดอกเบี้ยและภาษี) เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดที่ 1.2 จุด จาก 13.7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 14.9 เปอร์เซ็นต์ ส่วนผลตอบแทนจากยอดขายอยู่ที่ 14.0 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 13.4% ในไตรมาสแรกของปีก่อนหน้า

ผลประกอบการของเฮงเค็ลเพิ่มขึ้น 16 ล้านยูโร โดยเป็นมูลค่า -30 ล้านยูโร อันเนื่องมาจากสถานะทางการเงินที่ดียิ่งขึ้น และการปรับปรุงในแง่บวกของอัตราแลกเปลี่ยนต่างประเทศ อัตราภาษีอยู่ที่ระดับ 24.7 เปอร์เซ็นต์ (ใกล้เคียงกับระดับ 24.8 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2555)

รายได้สุทธิสำหรับไตรมาสแรกเพิ่มขึ้น 8.9 เปอร์เซ็นต์ จาก 370 ล้านยูโรเป็น 403 ล้านยูโร หลังจากหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้ 10 ล้านยูโร รายได้สุทธิอยู่ที่ 393 ล้านยูโร   (เมื่อเทียบกับ 361 ล้านยูโรในปีก่อนหน้า)  สำหรับรายได้สุทธิหลังการปรับปรุงเมื่อหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้แล้ว อยู่ที่ 417 ล้านยูโร เทียบกับตัวเลขของปีก่อนหน้าที่ 369 ล้านยูโร ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) ที่ไม่ได้ปรับปรุงเพิ่ม ขึ้นจาก 0.84 ยูโร เป็น 0.91 ยูโร ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ หลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้นเป็น 0.96 ยูโร จากเดิม 0.85 ยูโร ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2555  ซึ่งก่อนการปรับมาตรฐานบัญชีเพื่อตอบแทนพนักงาน (IAS19) มูลค่าต่อหุ้นอยู่ที่ 0.87 ยูโร โดยกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) หลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้น 10.3 เปอร์เซ็นต์

อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนสุทธิต่อยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วหรือลดลง 5.8 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสถานะทางการเงินของ เฮงเค็ล ประจำวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2556 เปลี่ยนแปลงจากหนี้สินสุทธิ เป็นการลงทุนเงินสดสุทธิอยู่ที่ 114 ล้านยูโร ขณะที่วันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2555 หนี้สินสุทธิอยู่ที่ 1,159 ล้านยูโร

ผลประกอบการของภาคธุรกิจ
กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เริ่มต้นปี พ.ศ. 2556 ด้วยการเติบโตของยอดขายและรายได้ที่แข็งแกร่ง ถือเป็นการเติบโตที่ทำได้ดีกว่าตลาด โดยยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 8.0 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ยอดขายที่คำนวณโดยไม่พิจารณาผลกระทบอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 6.3 เปอร์เซ็นต์ หรือ 1,177 ล้านยูโร

ทุกภูมิภาคช่วยขับเคลื่อนผลประกอบการที่แข็งแกร่ง
ยอดขายในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ยังคงเติบโตได้ดีด้วยตัวเลขการเติบโตของยอดขาย ระดับสองหลัก กลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกขับเคลื่อนด้วยผลประกอบการที่ดีในรัสเซียและตุรกี ขณะที่แอฟริกาและตะวันออกกลาง ก็มีการเติบโตสองหลักเช่นกัน ยอดขายในตลาดอิ่มตัว มีการเติบโตอย่างน่าพอใจ ถึงแม้จะมีปัจจัยแง่ลบในยุโรปใต้และยุโรปตะวันตก แต่ยังคงมียอดขายอันมั่นคง โดยเฉพาะเยอรมนีและฝรั่งเศสที่มีผลประกอบการที่ดีเยี่ยม ส่วนยอดขายจากภูมิภาคอเมริกาเหนือ ก็มีความแข็งแกร่งถึงแม้ตลาดจะปรับตัวลดลงก็ตาม

กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้นอย่างมากที่ เกือบ 10.0 เปอร์เซ็นต์ หรือ 176 ล้านยูโร ขณะที่ผลตอบแทนต่อยอดขายที่ปรับแล้ว เพิ่มขึ้น 0.5 จุดเป็น 15.0 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีก่อนหน้า ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้นเป็น 175 ล้านยูโร เทียบกับ 157 ล้านยูโรในปีที่แล้ว 

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงามเริ่มต้นปีนี้ได้อย่างดีเยี่ยม มียอดขายเพิ่มขึ้น 4.0 เปอร์เซ็นต์ และเติบโตเหนือกว่าตลาดทำให้ส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ยอดขายที่คำนวณโดยไม่พิจารณาผลกระทบอื่น ๆ เพิ่มขึ้น 1.4 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 873 ล้านยูโร

ทุกภูมิภาคมีส่วนสำคัญในการสร้างยอดขายที่มั่นคง ซึ่งกลุ่มตลาดเกิดใหม่ยังคงเป็นพลังขับเคลื่อนหลักในการเติบโตเหมือนกับไตร มาสที่แล้ว โดยมีอัตราขยายตัวด้วยตัวเลขสองหลัก ผลประกอบการของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงามในภูมิภาคเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) มีการขยายธุรกิจแบบก้าวกระโดดในประเทศจีน ภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลาง มีการรายงานผลการเติบโตแบบเลขสองหลักเช่นกัน ส่วนยอดขายในตลาดอิ่มตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ผลประกอบการในยุโรปตะวันตกยังคงเป็นที่น่าพอใจ โดยมีการเติบโตอันแข็งแกร่งในเยอรมนี ส่วนอัตราการขยายตัวในภูมิภาคอเมริกาเหนือก็มั่นคงเช่นกัน

กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วปรับตัวในแดนบวกถึง 5.2 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 130 ล้านยูโร ส่งผลให้ผลตอบแทนต่อยอดขายที่ปรับแล้วเพิ่มขึ้น 0.5 จุด เป็น 14.9 เปอร์เซ็นต์ มีรายงานว่ากำไรจากการดำเนินงานคิดเป็นเงินรวม 124 ล้านยูโรหรือเพิ่มขึ้น 3.0 เปอร์เซ็นต์

กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาวในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2556 ได้รับผลกระทบจากผลประกอบการที่ลดลงของอุตสาหกรรมหลักบางประเภท โดยเฉพาะในตลาดอิ่มตัว ยอดขายอยู่ที่ 1,944 ล้านยูโร เทียบกับปีก่อนหน้าซึ่งมีมูลค่า 2,001 ล้านยูโร ยอดขายปรับตัวลดลง 1.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2555 โดยมีการพัฒนาที่แตกต่างกันในแต่ละภูมิภาค

กลุ่มตลาดเกิดใหม่มียอดขายที่เติบโตอย่างมั่นคง การขยายตัวในภูมิภาคลาตินอเมริกาเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง ขณะที่ยุโรปตะวันออกมียอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมากเช่นกัน ถึงแม้ว่าการเติบโตของภาคการก่อสร้างจะชะลอตัวเนื่องจากสภาพอากาศที่เลวร้าย สำหรับในเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) เติบโตในแดนบวก โดยเฉพาะในอินเดีย ในส่วนของยอดขายในตลาดอิ่มตัวปรับลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่แล้ว เนื่องจากสภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัว โดยยุโรปตะวันตกมียอดขายที่ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ส่วนอเมริกาเหนือและตลาดอิ่มตัวในเอเชีย ก็ไม่สามารถสร้างยอดขายให้ทัดเทียมกับไตรมาสแรกของปีพ.ศ. 2555 ได้

กำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุงเพิ่มสูงเป็นตัวเลขสอง หลักที่ 10.8 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่า 320 ล้านยูโร ส่วนผลตอบแทนของยอดขายหลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้น 2.1 จุด คิดเป็นสถิติใหม่ที่ 16.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2555 มีการรายงานกำไรจากการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น 10.6 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 314 ล้านยูโร

ผลประกอบการระดับภูมิภาค
จากสภาพการแข่งขันในตลาดที่รุนแรง ยอดขายของกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตกลด ลง 1.1 เปอร์เซ็นต์ มูลค่า 1,421 ล้านยูโร ยอดขายภายในปรับตัวลดลงที่ 1.0 เปอร์เซ็นต์ อันเกิดจากบรรยากาศที่ถดถอยและการชะลอตัวของภาคอุตสาหกรรมหลักบางประเภท ยอดขายในยุโรปตะวันออกกลับเพิ่มสูงขึ้น 6.3 เปอร์เซ็นต์ เป็น 718 ล้านยูโร ยอดขายภายในปรับตัวเพิ่มขึ้น 7.3 เปอร์เซ็นต์ เนื่องมาจากการเติบโตของธุรกิจในประเทศตุรกีและรัสเซียเป็นหลัก สำหรับในภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลาง ยอดขายเพิ่มขึ้น 11.6 เปอร์เซ็นต์ เป็น 289 ล้านยูโร ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองในบางประเทศ แต่ยอดขายภายในก็เพิ่มขึ้น 18.2 เปอร์เซ็นต์ ด้วยความแข็งแกร่งของกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน รวมถึงกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม
 
ขณะที่ในตลาดอเมริกาเหนือที่มีการแข่งขันกันสูง ยอดขายปรับลดลง 2.3 เปอร์เซ็นต์ ไปอยู่ที่ 729 ล้านยูโร การเติบโตของยอดขายภายในต่ำกว่าไตรมาสแรกของปีก่อนหน้า 0.4 เปอร์เซ็นต์ สาเหตุหลักมาจากการถดถอยของภาคอุตสาหกรรมหลักบางประเภท ยอดขายในลาตินอเมริกาลด ลง 2.4 เปอร์เซ็นต์ เป็น 257 ล้านยูโร ยอดขายภายในเติบโต 4.5 เปอร์เซ็นต์ การดำเนินธุรกิจในเม็กซิโกและบราซิลช่วยสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง สำหรับในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ยอดขายลดลง 1.5 เปอร์เซ็นต์  อยู่ที่ 580 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม ยอดขายภายในเพิ่มขึ้น 1.3 เปอร์เซ็นต์ ถึงแม้ว่ายอดขายในตลาดเศรษฐกิจใหม่อย่างจีนจะเพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่ง แต่ก็ชดเชยกับยอดขายที่ลดลงในประเทศญี่ปุ่น

การเติบโตในภาพรวมนั้นได้แรงส่งหลักมาจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่แถบยุโรปตะวันออก แอฟริกาและตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกา และเอเชีย (ไม่รวมประเทศญี่ปุ่น) กระตุ้นให้ยอดขายโต ขึ้น 5.4 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 1,728 ล้านยูโร พร้อมการเติบโตที่มาจากยอดขายภายในที่ 8.2 เปอร์เซ็นต์ โดยส่งผลมาจากทุกกลุ่มธุรกิจ ขณะที่สัดส่วนยอดขายที่มาจากกลุ่มตลาดเกิดใหม่เพิ่มขึ้นจาก 41 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสแรกของปีที่แล้วเป็น 43 เปอร์เซ็นต์ ในไตรมาสแรกของปี พ.ศ. 2556

การประเมินภาพรวมธุรกิจของ กลุ่มธุรกิจเฮงเค็ล ในปี พ.ศ. 2556
เฮงเค็ล คาดการณ์ว่ายอดขายภายในจะเติบโตเพิ่มขึ้นระหว่าง 3 เปอร์เซ็นต์ – 5 เปอร์เซ็นต์ ในปี พ.ศ. 2556 นี้ บริษัทฯเชื่อมั่นว่าแต่ละกลุ่มธุรกิจจะเติบโตอยู่ในระดับดังกล่าว เฮงเค็ลยืนยันการประเมินผลตอบแทนจากยอดขายหลังปรับปรุง (กำไรหลังหักดอกเบี้ยและภาษี) จะอยู่ที่ 14.5 เปอร์เซ็นต์ (ปี พ.ศ. 2555 อยู่ที่ 14.1 เปอร์เซ็นต์) พร้อมคาดว่าทุกกลุ่มธุรกิจจะขับเคลื่อนให้มีอัตราเติบโตเหนือกว่าปีที่แล้ว เฮงเค็ลยังประเมินด้วยว่า กำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) หลังการปรับปรุงจะเพิ่มขึ้น 10 เปอร์เซ็นต์ (ปี พ.ศ. 2555 อยู่ที่ 3.70 ยูโร) การประเมินดังกล่าวอยู่บนพื้นฐานของราคาจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นของเฮงเค็ล และการปรับโครงสร้างเพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะตลาดที่เปลี่ยนแปลงไป  ขณะเดียวกัน เฮงเค็ล มุ่งดำเนินธุรกิจและรักษาวินัยต้นทุนอย่างเคร่งครัดเพื่อชดเชยต้นทุนวัตถุ ดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นซึ่งส่งผลกระทบต่อรายได้ของบริษัทฯ

*เมื่อปรับมาตรฐานบัญชีเพื่อตอบแทนพนักงาน (IAS 19) ตามไตรมาสแรกของปีที่แล้ว การเติบโตอยู่ที่ 12.9 เปอร์เซ็นต์

เอกสารนี้มีข้อความคาดการณ์อนาคตซึ่งยึดตามการประมาณการและข้อสันนิษฐาน ในปัจจุบัน จากฝ่ายบริหาร ประจำองค์กรของ บริษัท เฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ ข้อความคาดการณ์ อนาคตเหล่านี้มีลักษณะพิเศษเนื่องจากการใช้คำต่างๆ เช่น คาดว่า มีเป้าหมายที่จะ วางแผน ทำนาย สันนิษฐาน เชื่อว่า ประมาณการ คาดการณ์ พยากรณ์ และคำในลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยไม่มีเจตนาใช้คำกล่าวเหล่านี้เพื่อสร้างความเข้าใจว่ามีการรับประกันว่า ความคาดหวังดังกล่าวจะเป็นจริง ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในอนาคตของ บริษัท เฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ เกิดจากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายปัจจัย และอาจแตกต่างจากข้อความคาดการณ์อนาคตข้างต้นได้ปัจจัยต่างๆเหล่านี้  หลายปัจจัยอยู่นอกเหนือการควบคุมของเฮงเค็ลและไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างถูก ต้องล่วงหน้า เช่น สภาวะเศรษฐกิจในอนาคต การกระทำของคู่แข่ง และปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสภาพตลาด ทั้งนี้บริษัทไม่ได้วางแผนหรือรับที่จะปรับปรุงข้อความคาดการณ์อนาคตให้เป็น ข้อมูลล่าสุด

บริษัทเฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ

คุณสามารถดูรายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาสที่หนึ่ง ประจำปี พ.ศ. 2556 และข้อมูลอื่นๆ พร้อมเอกสารสำหรับดาวน์โหลดและลิงก์ ที่เชื่อมต่อไปยังการถ่ายทอดการประชุมแถลงการณ์ จากแฟ้มข่าวประชาสัมพันธ์ของเฮงเค็ล ทางอินเทอร์เน็ตได้ที่
www.henkel.com/press/2013-05-08-publication-report-q1-2013-40697.htm