เมนู
ค้นหา

11 เม.ย. 2559  กรุงเทพฯ

บทความ

วันอนุรักษ์น้ำ

บทความนี้ตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ วันที่ 7 เมษายน 2559

ใกล้เทศกาลสงกรานต์ของคนไทยเข้ามาทุกที ก็ต้องขอย้อนกลับไปพูดถึง วันที่ 22 มีนาคมของทุกปี ซึ่งเป็น "วันน้ำโลก" หรือ "World Water Day" กันสักนิด วันนี้ เขาจัดขึ้นมาเพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของน้ำ ซึ่งเป็นทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด และจากวิกฤติภัยแล้งซึ่งเลวร้ายที่สุดในรอบ 20 ปีที่ประเทศไทยกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ คาดว่าจะสร้างความเสียหายให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศกว่า 84 ล้านบาท เพราะฉะนั้น การตระหนักรู้ และเริ่มต้นอนุรักษ์น้ำ จึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ

ช่วงที่ผ่านมา เราได้ยินอยู่แล้วว่ารัฐบาลขอความร่วมมือให้ประชาชนเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างประหยัด ขณะเดียวกันเกษตรกร อย่างผู้ปลูกข้าวก็ต้องหาวิธีการปลูกข้าวแบบใหม่ที่ใช้น้ำน้อยลง เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาอยู่ในระดับต่ำขั้นวิกฤติ

"ดร.ทิม เพ็ทซินน่า" ประธานบริษัท เฮงเค็ล ประเทศไทย จำกัด ซึ่งได้รับการฝึกอบรมให้เป็นผู้แทนด้านความยั่งยืน และได้ให้ความรู้กับนักเรียนเรื่องการลดการใช้ ซ้ำและการนำกลับมาใช้ใหม่ และในครั้งนี้ เขาได้นำเสนอบทความเรื่อง "ทำให้ทุกวันเป็น.   "วันอนุรักษ์น้ำ" เพื่อชี้แนะและให้ความรู้กับคนไทย

เขาได้พูดถึงการอนุรักษ์น้ำ สำหรับประชาชนทั่วไปว่า สามารถเริ่มต้นด้วยการตั้งมั่นที่จะเลือกจากทำสิ่งหนึ่งทุกๆ วัน เช่น การใช้เวลาอาบน้ำให้สั้นลง การอาบน้ำ 10 นาทีโดยเฉลี่ย จะใช้น้ำมากกว่า 60 ลิตร ดังนั้น หากคนกรุงเทพฯ แต่ละคนลดเวลาในการอาบน้ำแต่ละครั้งให้เหลือเพียง 5 นาที จะสามารถช่วยกันประหยัดน้ำได้ถึง 255 ล้านลิตรต่อวัน

ขณะเดียวกัน เด็กๆ สามารถช่วยส่งเสริมการประหยัดน้ำ ด้วยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมของพวกเขาเมื่ออยู่ที่บ้าน พร้อมทั้งโน้มน้าวให้สมาชิกในครอบครัวนำวิถีชีวิตแบบยั่งยืนมาปรับใช้มากขึ้น ปีที่ผ่านมา โครงการผู้แทนด้านความยั่งยืนสำหรับโรงเรียนของเฮงเค็ล ด้วยการสนับสนุนจากสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ได้ให้ความรู้กับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ในเขตกรุงเทพฯ กว่า 470 คน เกี่ยวกับแนวคิดเรื่องความยั่งยืน กิจกรรมส่วนหนึ่งของโครงการนี้ คือ การสนับสนุนให้เด็กๆ มีส่วนร่วมกับพ่อแม่พี่น้องในการนำแนวคิดเรื่องความยั่งยืนไปสู่การปฏิบัติจริงภายในบ้านของพวกเขา พวกเขาซ่อมก๊อกน้ำรั่ว ปิดก๊อกน้ำในขณะที่แปรงฟัน และซักผ้าคราวละมากๆ เพื่อประหยัดน้ำ เด็กๆ เหล่านี้ปรับใช้แนวคิดเรื่องความยั่งยืนให้เข้ากับกิจวัตรประจำวันได้เป็นอย่างดี และพวกเขายังแบ่งปันแนวคิดเรื่องความยั่งยืนให้กับครอบครัว ภายในปี 2563 เฮงเค็ลมีเป้าหมายที่จะเข้าถึงเด็กๆ 200,000 คนทั่วโลก ด้วยความคิดริเริ่มในการให้การศึกษาด้านความยั่งยืน

ส่วนภาคธุรกิจ สามารถอนุรักษ์และนำน้ำกลับมาใช้ใหม่ตลอดห่วงโซ่คุณค่า เฮงเค็ลเองเน้นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ประหยัดน้ำ เริ่มตั้งแต่กระบวนการผลิต ลดการใช้น้ำให้สัมพันธ์กับผลการดำเนินงานที่ดียิ่งขึ้น ตั้งแต่ปี 2548 - 2558 เฮงเค็ลลดการใช้น้ำได้ 58% ต่อตันของปริมาณผลิตภัณฑ์ที่ผลิตได้ รวมทั้งบริษัทได้กำหนดเป้าหมายที่จะลดการใช้น้ำให้น้อยลงอีก โดยมีเป้าหมายที่จะลดการใช้น้ำลงให้ได้ถึง 30% ต่อตันของผลิตภัณฑ์ภายในปี 2563 โดยเทียบกับปี 2553

สำหรับโรงงานที่ชลบุรี มีการใช้มิเตอร์ควบคุมการใช้น้ำและสามารถป้องกันการรั่วไหลของน้ำซึ่งอาจเกิดขึ้นในพื้นที่ที่มองไม่เห็น นอกจากนี้ยังคงใช้น้ำให้น้อยลงโดยปรับปรุงกระบวนการการผลิตของเราอย่างต่อเนื่อง และยังใช้น้ำรีไซเคิลสำหรับรดน้ำต้นไม้ ทำความสะอาดห้องน้ำ และใช้ในระบบทำความเย็น

"ดร.ทิม" ทิ้งท้ายว่า หากทุกคนดำเนินชีวิตอย่างยั่งยืนยิ่งขึ้น เราจะสามารถทำให้คนรุ่นอนาคต มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีบนโลกใบนี้ได้ โดยเริ่มเปลี่ยนแปลงตั้งแต่บัดนี้ ด้วยการลดการใช้น้ำ และสนองตอบกับการเรียกร้องของรัฐบาล ที่ขอให้ทุกคนใช้น้ำอย่างฉลาด มุ่งมั่นที่จะใช้น้ำให้น้อยลงและร่วมกันอนุรักษ์น้ำในทุกๆ วัน


สามารถอ่านบทความได้ที่ http://www.thansettakij.com/2016/04/12/42867