เมนู
ค้นหา

3 ต.ค. 2559  เมืองดูสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี

เฮงเค็ลเฉลิมฉลองวันเกิด

เฮงเค็ล: เรื่องราวความสำเร็จ 140 ปี

ดุสเซลดอล์ฟ – เมื่อ 140 ปีที่แล้ว วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2419 ฟริทซ์ เฮงเค็ล ก่อตั้งบริษัทเฮงเค็ล แอนด์ ซี ร่วมกับหุ้นส่วนอีก 2 คนที่เมืองอาเคิน ฟริทซ์ เฮงเค็ล ได้กลายเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวของ เฮงเค็ล แอนด์ ซี ในอีก 2 ปีต่อมา เขาได้ย้ายสำนักงานใหญ่ของบริษัทมายังเมืองดุสเซลดอล์ฟ ปัจจุบัน เฮงเค็ลได้เติบโตมาเป็นบริษัทข้ามชาติที่มีพนักงานกว่า 50,000 คน และมียอดขายกว่า 18,000 ล้านยูโร พร้อมแบรนด์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เช่น เพอร์ซิล ชวาร์สคอฟ และล็อคไทท์

เฮงเค็ล ประเทศไทย เริ่มดำเนินธุรกิจในปีพ.ศ. 2515 และเป็นบริษัทแห่งแรกของเฮงเค็ลในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แบรนด์ผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย อาทิ ชวาร์สคอฟ และ ล็อคไทท์ สำนักงานใหญ่ของ เฮงเค็ล ประเทศไทย ตั้งอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วยพนักงานกว่า 600 คน มีโรงงานกาว 2 แห่ง และโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์บิวตี้แคร์ 1 แห่ง ซึ่งเมื่อรวมกันแล้วทำให้เฮงเค็ลเป็นผู้นำในตลาดเทคโนโลยีกาวและบิวตี้แคร์

สร้างความสำเร็จจากธุรกิจครอบครัว

“ฟริทซ์ เฮงเค็ล เป็นผู้บุกเบิกอย่างแท้จริงในทุกๆด้าน และมันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเราที่จะคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของผู้ประกอบการนี้” ดร. ซิโมน เบเกล-ทราห์ ประธานคณะกรรมการผู้ถือหุ้นและบอร์ดที่ปรึกษา ลูกของเหลนของผู้ก่อตั้งบริษัท กล่าว “ชื่อของเฮงเค็ลเป็นที่รู้จักในฐานะแบรนด์ที่ประสบความสำเร็จทั่วโลกมาหลายทศวรรษ เราภูมิใจกับสิ่งนี้ ความสำเร็จตลอด 140 ปีของเราเป็นผลมาจากพนักงานของเราที่ช่วยสร้างความสำเร็จให้แก่เฮงเค็ลรุ่นแล้วรุ่นเล่า”

“เฮงเค็ลได้พัฒนาอย่างโดดเด่นและพวกเราสามารถรักษาตำแหน่งผู้นำของเราด้วยแบรนด์ที่แข็งแกร่งและเทคโนโลยีนวัตกรรม” ฮานส์ แวน ไบเล่น ประธานบอร์ดบริหารของเฮงเค็ล กล่าวเสริม “เรายินดีที่ได้เป็นผู้นำในระดับโลกในทุกๆตลาดที่เราดำเนินธุรกิจอยู่ เราจึงมีความมั่นใจว่าเราจะมีการพัฒนาความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในอนาคตเช่นเดียวกัน”

ผู้ก่อตั้ง ฟริทซ์ เฮงเค็ล วางรากฐานให้แก่บริษัท

ฟริทซ์ เฮงเค็ล พนักงานขายอายุ 28 ปี เริ่มต้นจากการขายผงซักฟอกอเนกประสงค์ซึ่งเขาเป็นผู้พัฒนาขึ้นมาเอง ในปีพ.ศ. 2421 เขาประสบความสำเร็จในการขาย “ไบล์ซ โซดา ของเฮงเค็ล” (โซดาฟอกขาว) และได้ส่งออกผลิตภัณฑ์นี้ไปยังต่างประเทศเป็นครั้งแรก นอกจากนี้เขายังแสดงให้เห็นถึงความหลักแหลมในการเลือกสถานที่ที่เหมาะสมในการขยายบริษัท ในปีพ.ศ. 2442 ฟริทซ์ เฮงเค็ล ได้ซื้อที่ดินผืนใหญ่ผืนหนึ่ง ที่ซึ่งมีการขนส่งที่สะดวกเชื่อมต่อกับเมืองโฮลท์เฮาว์เซ่น (Holthausen) ซึ่งในขณะนั้นถือว่าเป็นชานเมืองของดุสเซลดอล์ฟ สำนักงานใหญ่ของ เฮงเค็ล จึงตั้งอยู่ที่นั่นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และยังเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ในปี พ.ศ. 2450 ฟริทซ์ เฮงเค็ล และลูกชายทั้ง 2 คน ได้นำ เพอร์ซิล (Persil) ผงซักฟอกที่ทำปฏิกิริยาขจัดคราบที่สลายตัวในน้ำได้โดยไม่ต้องขยี้เข้าสู่ตลาดเป็นครั้งแรกของโลก ฟริทซ์ เฮงเค็ลไม่เพียงแค่ปฏิวัติงานซักรีดที่ใช้แรงมาก แต่ยังวางรากฐานการจัดการแบรนด์ที่ทันสมัย ด้วยแคมเปญโฆษณาอันสร้างสรรค์ของเขา

การขยายตัวของกิจกรรมทางธุรกิจ

ธุรกิจกาวของเฮงเค็ล เริ่มต้นในช่วงยุค 1920 ในปีพ.ศ. 2465 บริษัทได้เริ่มผลิตกาวเพื่อใช้ภายในและเริ่มจัดจำหน่ายในตลาดค้าปลีกหนึ่งปีให้หลัง ปัจจุบัน ธุรกิจเทคโนโลยีกาวของเฮงเค็ลเป็นผู้นำทั่วโลกในการมอบโซลูชั่นกาว ผลิตภัณฑ์กันรั่วซึม และเคมีภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิว

เฮงเค็ลมีประวัติยาวนานในธุรกิจเครื่องสำอาง รากฐานของความสำเร็จของธุรกิจบิวตี้แคร์ในปัจจุบันเริ่มจากการเข้าซื้อกิจการสองครั้ง ในปีพ.ศ. 2467 บริษัทได้ซื้อกิจการจากบริษัทไดรริง แวร์กเคอร์ (Dreiring-Werke) บริษัทสบู่ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองเครเฟล (Krefeld) ในปี พ.ศ. 2493 เฮงเค็ลได้เข้าถือหุ้นส่วนใหญ่ และต่อมาในปีพ.ศ. 2496 ได้เข้าครอบครองหุ้นที่เหลือทั้งหมด ในปีพ.ศ. 2493 เฮงเค็ลได้เข้าซื้อกิจการบริษัทเธอราเคมี (Therachemie) ในดุสเซลดอล์ฟ และได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมโพลีคัลเลอร์ (Polycolor) และครีมกัดสีผมสู่ตลาดเยอรมนีหนึ่งปีให้หลัง

การเติบโตเข้าสู่ความเป็นสากล

ภายใต้การบริหารของ ดร. คอนราด เฮงเค็ล หลานชายของผู้ก่อตั้งและประธานบอร์ดบริหารในช่วงปีพ.ศ. 2504 ถึงปีพ.ศ. 2523 บริษัทมีความเป็นสากลอย่างเป็นระบบมากขึ้น ในขณะที่เป็นผู้นำในตลาดยุโรป บริษัทได้ก้าวสู่ความเป็นสากลยิ่งขึ้นโดยการขยายตลาดเข้าสู่ประเทศต่างๆ อาทิ ญี่ปุ่น ละติน อเมริกา และสหรัฐอเมริกา ปัจจุบัน เฮงเค็ลมีฐานการผลิตกว่า 170 แห่งทั่วโลก และมากกว่า 85 เปอร์เซ็นของยอดขายเกิดจากการขายนอกประเทศเยอรมนี 43 เปอร์เซ็นมาจากตลาดเติบโตแล้ว ความเป็นสากลของบริษัทยังสะท้อนให้เห็นในพนักงาน ซึ่งพนักงานของเฮงเค็ลมาจากกว่า 125 ประเทศ

การเป็นบริษัทมหาชนและกลยุทธ์เข้าซื้อกิจการ

เพื่อการผลักดันการเติบโตและความเป็นสากล เฮงเค็ลเสนอขายหุ้นให้แก่สาธารณชนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2528 เรื่องราวความสำเร็จของหุ้นเฮงเค็ลแสดงให้เห็นถึงพัฒนาการของบริษัท ยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 4,700 ล้านยูโร ในปีพ.ศ. 2528 เป็น 18,100 ล้านยูโร ในปีพ.ศ. 2558 การออกหุ้นเพิ่มของบริษัทเปิดโอกาสให้บริษัทเติบโตขึ้นไปอีก

การเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของบริษัทจนถึงปัจจุบันเกิดขึ้นเมื่อปีพ.ศ. 2551 เฮงเค็ลได้เข้าครอบครองกิจการธุรกิจกาวและวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ของเนชั่นแนล สตาร์ช ซึ่งช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ธุรกิจเทคโนโลยีกาวของเฮงเค็ล และทำให้เฮงเค็ลเป็นผู้นำในระดับโลกธุรกิจกาว ผลิตภัณฑ์กันรั่วซึม และเคมีภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิว การเข้าซื้อกิจการที่สำคัญอีก สามครั้งมีส่วนสร้างพัฒนาการของเฮงเค็ลในหลายทศวรรษที่ผ่านมา ซึ่งรวมไปถึงการเข้าครอบครอง ชวาร์สคอฟ (ปีพ.ศ. 2538) ล็อคไทท์ (ปีพ.ศ. 2540) และไดอัล (ปีพ.ศ. 2547) ด้วยแบรนด์ทั้งสามที่แข็งแกร่งที่สุด คือ เพอร์ซิล ชาวร์สคอฟ และ ล็อคไทท์ เฮงเค็ลสามารถทำยอดขายรวมได้ 6,000 ล้านยูโรในปีพ.ศ. 2558 ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2559 ซีอีโอ ฮานส์ แวน ไบเล่น ประกาศเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัทผลิตภัณฑ์ซักล้างสัญชาติอเมริกา เดอะ ซัน โปรดักส์ คอร์ปอเรชั่น (The Sun Products Corporation) การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้ทำให้เฮงเค็ลเป็นผู้นำอันดับสองในตลาดผลิตภัณฑ์ซักล้างในอเมริกาเหนือ

บทบาทผู้นำในด้านความยั่งยืน

ความสมดุลระหว่างความสำเร็จทางธุรกิจ สังคม และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เป็นสิ่งที่ผู้ก่อตั้ง ฟริทซ์ เฮงเค็ล และผู้สืบสกุลให้ความสำคัญ ในช่วงเริ่มแรกเฮงเค็ลพัฒนากระบวนการผลิตและผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ยั่งยืนยิ่งขึ้น อาทิ ผงซักฟอกปราศจากซัลเฟต และยังเป็นหนึ่งในบริษัทแรกๆของเยอรมนีที่มีการเผยแพร่รายงานด้านสิ่งแวดล้อมในปีพ.ศ. 2535 รายงานความยั่งยืนฉบับที่ 25 ได้รับการตีพิมพ์เมื่อต้นปีที่ผ่านมา ในปีพ.ศ. 2558 บริษัทได้บรรลุเป้าหมายระหว่างการดำเนินการของกลยุทธ์เพื่อความยั่งยืนระยะยาวสำหรับปี พ.ศ. 2573 ซึ่งเฮงเค็ลต้องการสร้างคุณค่าเพิ่มขึ้นให้แก่ลูกค้า ผู้บริโภค สังคม และบริษัทเอง พร้อมทั้งกระตุ้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

เพื่อสร้างความสำเร็จทั่วโลกเฮงเค็ลสร้างความก้าวหน้าอันแข็งแกร่ง ในปีพ.ศ. 2558 ปริมาณการใช้น้ำและการปล่อยน้ำเสียของโรงงานเทคโนโลยีกาวที่บางปะกงลดลงถึง 50 – 70 ลูกบาศก์เมตร โรงงานยังได้รับรางวัล ‘อุบัติเหตุจากการทำงานเป็นศูนย์’ จากกระทรวงแรงงาน เช่นเดียวกับโรงงานยามาฮัทสึ โรงงานผลิตภัณฑ์บิวตี้แคร์ ก็สามารถลดปริมาณน้ำเสียได้ถึง 16 เปอร์เซ็น ลดการปล่อยน้ำเสียได้ 36 เปอร์เซ็น และลดการใช้พลังงานได้ 9 เปอร์เซ็น ยิ่งไปกว่านั้นยังได้เลื่อนขั้นการรับรอง โรงงานสีเขียวจากระดับ 1 (Green Commitment) เป็นระดับ 3 (Green System)

การร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับ สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เฮงเค็ลดำเนินโครงการความยั่งยืนต่างๆ เพื่อส่งเสริมแนวความคิดเกี่ยวกับการตระหนักถึงสิ่งแวดล้อม ด้วยโครงการผู้แทนความยั่งยืนของเฮงเค็ลระดับโลก ผู้แทนความยั่งยืนของเฮงเค็ล ประเทศไทย เผยแพร่ความรู้ด้านความยั่งยืนแก่นักเรียนกว่า 1,145 คน นอกเหนือจากนั้น ยังมีเฟสบุ๊กเพจ ครอบครัวไทย ใส่ใจความยั่งยืน(https://www.facebook.com/ThailandMostSustainableFamily/) ที่ดำเนินกิจกรรมหลากหลายที่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ครอบครัวไทยได้มีพฤติกรรมที่ยั่งยืนในชีวิตประจำวัน

ในส่วนของกิจกรรมเพื่อสังคม เฮงเค็ล ประเทศไทยได้เปิดตัวโครงการ Shaping Futures program ในปีพ.ศ. 2558 โครงการฝึกอบรมทักษะพื้นฐานในการจัดแต่งทรงผมให้แก่เด็กและเยาวชนที่ด้อยโอกาสเพื่อส่งเสริมให้พวกเขามีอนาคตที่ดี พนักงานของเฮงเค็ล ประเทศไทย ยังเข้าร่วมกับโครงการของชุมชนหลายโครงการ ในหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะการเข้าถึงโรงเรียนและเด็กที่ด้อยโอกาส เพื่อบริจาคสิ่งของที่จำเป็น

713568
Open Slideshow Company founder Fritz Henkel (1876)

ผู้ก่อตั้งบริษัท ฟริทซ์ เฮงเค็ล

Open Slideshow Dr. Simone Bagel-Trah, Chairwoman of Henkel’s Supervisory Board and Shareholders’ Committee, and great-great-granddaughter of the company founder

ดร. ซิโมน เบเกล-ทราห์ ประธานคณะกรรมการผู้ถือหุ้นและบอร์ดที่ปรึกษา ลูกของเหลนผู้ก่อตั้งบริษัท

Open Slideshow CEO Hans Van Bylen and Dr. Simone Bagel-Trah, Chairwoman of Henkel’s Supervisory Board

ซีอีโอ ฮานส์ แวน ไบเล่น และ ดร. ซิโมน เบเกล-ทราห์ ประธานบอร์ดที่ปรึกษา

Open Slideshow On September 26, 1876, Fritz Henkel founded the company Henkel & Cie in Aachen.

วันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2419 ฟริทซ์ เฮงเค็ล ก่อตั้งบริษัทเฮงเค็ล แอนด์ ซี ที่เมืองอาเคิน

Open Slideshow 1901: Fritz Henkel with his wife Elisabeth und three children Fritz junior (standing to the right), Hugo and Emmy

พ.ศ. 2444 ฟริทซ์ เฮงเค็ลและภรรยา อลิซาเบธ และ บุตรธิดา 3 คน ได้แก่ ฟริทซ์ จูเนียร์ (ขวามือ) ฮูโก้ และ เอมมี่

Open Slideshow Persil advertisement (1908)

โฆษณา เพอร์ซิล (พ.ศ. 2451)

Open Slideshow 1922: An advertising icon is born – the White Lady.

พ.ศ. 2456 สัญลักษณ์โฆษณาชิ้นแรก ถือกำเนิดขึ้น – สุภาพสตรีชุดขาว

Open Slideshow Adhesives barrel from 1925.

พ.ศ. 2465 เฮงเค็ลเริ่มต้นการผลิตกาว – นี่คือบาร์เรลใส่กาวจากปีพ.ศ. 2468

Open Slideshow 1898: Hans Schwarzkopf took over a drugstore in Berlin

พ.ศ. 2441 ฮาน ชวาร์สคอฟซื้อกิจการร้านขายยาในเมืองเบอร์ลิน และขาย “สีย้อม ยา และน้ำหอม

Open Slideshow Duesseldorf – the company’s headquarters

ดุสเซลดอล์ฟ สำนักงานใหญ่ของบริษัท และเป็นโรงงานผลิตที่ใหญ่ที่สุดระดับโลก

Open Slideshow Fritz Henkel square at Henkel’s headquarters in Duesseldorf

เพื่อเป็นเกียรติแก่ผู้ก่อตั้ง จตุรัสฟริทซ์ เฮงเค็ลที่สำนักงานใหญ่ของเฮงเค็ลในดุสเซลดอล์ฟ