เมนู
ค้นหา

12 ส.ค. 2557  เมืองดูสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี

เฮงเค็ลยืนยันการประเมินธุรกิจปี พ.ศ. 2557

ผลประกอบการของเฮงเค็ลมีความแข็งแกร่งในไตรมาสที่สอง

  • อัตราเติบโตของยอดขาย +3.3 เปอร์เซ็นต์
  • ยอดขายที่ได้รับผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน 4,137 ล้านยูโร (-3.5 เปอร์เซ็นต์)
  • กำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุง +2.1 เปอร์เซ็นต์ มูลค่า 674 ล้านยูโร
  • กำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) หลังการปรับปรุง +0.9 เปอร์เซ็นต์ เป็น 16.3 เปอร์เซ็นต์
  • กำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) หลังการปรับปรุง +8.4 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มเป็น 1.16 ยูโร
  • ยอดขายที่เติบโตอย่างแข็งแกร่งในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ +6.5 เปอร์เซ็นต์

“เฮงเค็ลเดินหน้าสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในไตรมาสที่สองของปีงบประมาณ พ.ศ. 2557 ถึงแม้จะต้องเผชิญกับสภาพตลาดที่ยากลำบาก ทุกกลุ่มธุรกิจของเรามีการเติบโตด้านยอดขายและผลกำไรที่เพิ่มขึ้น” มร. คาสเปอร์ รอร์สเต็ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฮงเค็ล กล่าว “ยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่เติบโตเหนือกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดอีกครั้ง เรายังมีการเติบโตในตลาดเศรษฐกิจอิ่มตัว อย่างไรก็ตาม ผลกระทบของอัตราแลกเปลี่ยนยังคงส่งผลด้านลบต่อยอดขายของเรา”

มร. รอร์สเต็ด ให้ความเห็นถึงสถานการณ์ในปีงบประมาณนี้ว่า “เราคาดว่าความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่เพิ่มมากขึ้น ตลอดจนความไม่สงบทางการเมืองในตะวันออกกลางจะส่งผลด้านลบต่อสภาพตลาด ดังนั้นเราจึงคาดหมายว่าอัตราเติบโตของกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก ความยืดหยุ่นและความคล่องตัวที่สูงจะยังเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ เราจึงเดินหน้าสร้างความเรียบง่ายและเร่งกระบวนการและโครงสร้างของเราต่อไป”

เฮงเค็ลยืนยันการประเมินธุรกิจ
ถึงแม้สภาพเศรษฐกิจจะมีความท้าทาย มร. รอร์สเต็ด ยืนยันการประเมินธุรกิจในปี พ.ศ. 2557 “เราคาดว่าการเติบโตด้านยอดขายตลอดทั้งปีนี้อยู่ระหว่าง 3 – 5 เปอร์เซ็นต์ โดยกำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT) หลังการปรับปรุงจะเพิ่มขึ้นราว 15.5 เปอร์เซ็นต์ และกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) หลังการปรับปรุงจะเติบโตสูงด้วยตัวเลขหลักเดียว”

การดำเนินกลยุทธ์คืบหน้าไปได้ด้วยดี
มร. รอร์สเต็ดเปิดเผยว่าการดำเนินกลยุทธ์ของเฮงเค็ลเดินหน้าไปได้ด้วยดี มุ่งสู่เป้าหมายสำหรับปีพ.ศ.2559 โดยในไตรมาสที่สอง เฮงเค็ลประกาศการครอบครองกิจการที่มีมูลค่ารวมอยู่ที่ราว 1.2 พันล้านยูโร

ผลประกอบการและรายได้ในไตรมาสสองของปี พ.ศ. 2557
ในช่วงไตรมาสที่สองของปีพ.ศ. 2557 อัตราแลกเปลี่ยนในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่และเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ยังคงอ่อนค่าลง มูลค่ายอดขายของเฮงเค็ลอยู่ที่ 4,137 ล้านยูโร ลดลง 3.5 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ขณะที่อัตราการเติบโตด้านยอดขายซึ่งไม่รวมผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การเข้าซื้อกิจการและถอนการลงทุนเพิ่มขึ้น 3.3 เปอร์เซ็นต์

กลุ่มผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งอยู่ที่ 4.2 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่กลุ่มผลิตภัณฑ์เพื่อความงามมีการขยายตัวของยอดขายอย่างยอดเยี่ยมที่ 2.1 เปอร์เซ็นต์ สำหรับยอดขายกลุ่มเทคโนโลยีกาวปรับตัวเพิ่มขึ้นเช่นกัน 3.7 เปอร์เซ็นต์

หลังพิจารณารายได้ที่เกิดขึ้นแบบครั้งเดียว ค่าใช้จ่ายแบบครั้งเดียวและค่าใช้จ่ายในการปรับโครงสร้างแล้ว พบว่ากำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้น 2.1 เปอร์เซ็นต์ จาก 660 ล้านยูโรไปอยู่ที่ 674 ล้านยูโร ผลกำไรจากการดำเนินงาน (EBIT) อยู่ที่ 589 ล้านยูโร เทียบกับ 607 ล้านยูโรของปีก่อนหน้า

ผลตอบแทนจากยอดขายหลังปรับปรุง(กำไรหลังหักดอกเบี้ยและภาษีหรือ EBIT margin) เพิ่มขึ้นอย่างแข็งแกร่งมาก 0.9 เปอร์เซ็นต์ จาก 15.4 เปอร์เซ็นต์ขยับขึ้นเป็น 16.3 เปอร์เซ็นต์ส่วนผลตอบแทนจากยอดขายเพิ่มขึ้น 14.2 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเท่ากับไตรมาสที่สองของปีที่แล้ว

ผลประกอบการของเฮงเค็ลอยู่ที่ -11 ล้านยูโร เทียบกับไตรมาสสองของปีพ.ศ. 2556 ซึ่งอยู่ที่ -27 ล้านยูโร อันเนื่องมาจากการปรับปรุงดอกเบี้ยสุทธิ ซึ่งเกิดขึ้นจากการชำระคืนหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิในเดือนมิถุนายน พ.ศ.2556 และมีนาคม พ.ศ.2557 รวมถึงการเติบโตของอัตราดอกเบี้ยคงที่ในเดือนมีนาคม พ.ศ.2557 ขณะที่อัตราภาษีอยู่ที่ระดับ 22.8 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับระดับ 25.5 เปอร์เซ็นต์ในไตรมาสสองของปีที่แล้ว

รายได้สุทธิในไตรมาสที่สองของปีนี้เพิ่มขึ้น 3.2 เปอร์เซ็นต์ จาก 432 ล้านยูโรเป็น 446 ล้านยูโร หลังจากหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้ 5 ล้านยูโรรายได้สุทธิอยู่ที่ 441 ล้านยูโร (เมื่อเทียบกับ 418 ล้านยูโรในปีก่อนหน้า)สำหรับรายได้สุทธิหลังการปรับปรุงเมื่อหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้อยู่ที่ 499 ล้านยูโร เทียบกับ 461 ล้านยูโรของปีก่อนหน้า ส่วนกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) เพิ่มขึ้นจาก 0.96 ยูโร เป็น 1.02 ยูโร ขณะที่กำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์หลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้น 8.4 เปอร์เซ็นต์ จาก 1.07 ยูโร ในไตรมาสสองของปีที่แล้วเป็น 1.16 ยูโรในปีนี้

อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนสุทธิต่อยอดขายอยู่ที่ 6.0 เปอร์เซ็นต์เทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 5.2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนสถานะทางการเงินของเฮงเค็ลประจำวันที่ 30 มิถุนายน พ.ศ. 2557 แสดงเงินสดสุทธิ 156 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นประมาณ 300 ล้านยูโรเมื่อเทียบกับปีที่แล้ว

ผลประกอบการตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมิถุนายน พ.ศ. 2557

ความเคลื่อนไหวของอัตราแลกเปลี่ยนส่งผลกระทบด้านลบ ยอดขายในช่วงครึ่งปีแรกของพ.ศ. 2557 อยู่ที่ 8,066 ล้านยูโร ลดลง 3.0 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดขายปกติมีการเติบโต 3.8 เปอร์เซ็นต์โดยได้แรงขับเคลื่อนจากทุกกลุ่มธุรกิจของเฮงเค็ล ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้น 2.7 เปอร์เซ็นต์ จาก 1,260 ล้านยูโรเป็น 1,293 ล้านยูโร ผลตอบแทนจากยอดขายหลังปรับปรุง (EBIT margin) มีการเติบโตที่แข็งแกร่งจาก 15.1 เปอร์เซ็นต์เป็น 16.0 เปอร์เซ็นต์จากการสนับสนุนของทุกกลุ่มธุรกิจ

รายได้สุทธิหลังการปรับปรุงในช่วงครึ่งปีแรกอยู่ที่ 963 ล้านยูโรเทียบกับ 902 ล้านยูโรในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ขณะที่รายได้สุทธิหลังการปรับปรุงเมื่อหักดอกเบี้ยที่ควบคุมไม่ได้ 12 ล้านยูโร รายได้สุทธิหลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้น 8.3 เปอร์เซ็นต์ จาก 878 ล้านยูโรเป็น 951 ล้านยูโรกำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) ซึ่งอยู่ที่ 2.20 ยูโรมากกว่าเมื่อปีที่แล้ว 8.4 เปอร์เซ็นต์

ผลประกอบการของภาคธุรกิจในไตรมาสสองของปี พ.ศ. 2557

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน มีการเติบโตของผลกำไรในช่วงไตรมาสสองที่ผ่านมาซึ่งช่วยเน้นย้ำความมั่นคงในตลาดที่มีความสำคัญ ยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.2 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว ขณะที่ยอดขายที่คำนวณโดยไม่พิจารณาผลกระทบอื่น ๆ มีมูลค่า 1,139 ล้านยูโร เทียบกับ 1,186 ล้านยูโรของไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว

ยอดขายอันแข็งแกร่งได้แรงสนับสนุนหลักจากตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ซึ่งมีอัตราเติบโตสองหลักอีกครั้ง โดยส่วนใหญ่มาจากภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลาง ส่วนยอดขายที่เติบโตในลาตินอเมริกายังช่วยให้ธุรกิจขยายตัวอย่างน่าพึงพอใจ ยุโรปตะวันออกยังคงมียอดขายที่แข็งแรงท่ามกลางสภาพตลาดที่ท้าทาย ส่วนยอดขายในตลาดเศรษฐกิจอิ่มตัวลดลงเมื่อเทียบกับปีทีแล้วถึงแม้ยอดขายของยุโรปตะวันตกจะเพิ่มขึ้นก็ตาม ยอดขายในอเมริกาเหนือปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสสองของปี พ.ศ. 2556 เนื่องจากสภาพตลาดชะลอตัวและมีการแข่งขันกันสูง

กำไรจากการดำเนินงานที่ปรับปรุงแล้วของธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนเพิ่มขึ้น 4.2 เปอร์เซ็นต์ มีมูลค่า 190 ล้านยูโร ขณะที่ผลตอบแทนต่อยอดขายที่ปรับปรุงแล้วอยู่ที่ 16.6 เปอร์เซ็นต์ เพิ่มขึ้น 1.3 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับไตรมาสสองของปี 2556 กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 160 ล้านยูโร เทียบกับ 167 ล้านยูโรในช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม ยังคงมีอัตราเติบโตของผลกำไรในไตรมาสสองของปี พ.ศ. 2557 ยอดขายเติบโต 2.1 เปอร์เซ็นต์ซึ่งเหนือกว่ามาตรฐานตลาดอีกครั้ง ส่วนแบ่งการตลาดจึงปรับเพิ่มสูงขึ้น ยอดขายที่คำนวณโดยไม่พิจารณาผลกระทบอื่น ๆ อยู่ที่ 897 ล้านยูโร เทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าซึ่งอยู่ที่ 923 ล้านยูโร

กลุ่มธุรกิจนี้ยังคงมียอดขายที่แข็งแกร่งในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ ยอดขายในเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) มีอัตราเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักอีกครั้ง ภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลางยังมีพัฒนาการที่ดีต่อเนื่อง ขณะที่ยุโรปตะวันออกก็มีผลประกอบการที่มั่นคง กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงามมีผลประกอบการคงที่ในตลาดเศรษฐกิจอิ่มตัวถึงแม้ตลาดจะอยู่ในภาวะชะลอตัว มีการแข่งขันกันมากขึ้นและมีแรงกดดันด้านราคาที่สูงขึ้นก็ตาม ขณะที่ยุโรป ตะวันตกมีการเติบโตในแดนบวก ยอดขายในอเมริกาเหนือลดลงจากไตรมาสสองของปีที่แล้วเนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง ยอดขายในตลาดอิ่มตัวของเอเชียแปซิฟิกลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

กำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุงปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.1 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 145 ล้านยูโร ทำให้ผลตอบแทนต่อยอดขายที่ปรับปรุงแล้วเพิ่มขึ้น 1.3 เปอร์เซ็นต์เป็น 16.2 เปอร์เซ็นต์ มีรายงานว่าผลกำไรจากการดำเนินงานคิดเป็นมูลค่ารวม 135 ล้านยูโรซึ่งเท่ากับไตรมาสที่สองของปีที่แล้ว

กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาว รายงานการเติบโตของผลกำไรในไตรมาสสองที่เหนือกว่าสภาพตลาดโดยรวม โดยมีอัตราเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น 3.7 เปอร์เซ็นต์ ยอดขายมีมูลค่า 2,069 ล้านยูโร เทียบกับปีที่แล้วซึ่งทำได้ที่ 2,138 ล้านยูโร

กลุ่มตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่มียอดขายที่แข็งแกร่ง โดยการขยายตัวสูงสุดมาจากเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) รวมถึงแอฟริกาและตะวันออกกลางซึ่งทั้งสองภูมิภาคมียอดขายที่แข็งแกร่ง สำหรับยอดขายในลาตินอเมริกาและยุโรปตะวันออกมีการพัฒนาที่มั่นคงถึงแม้บางพื้นที่จะมีสถานการณ์การเมืองที่ยากลำบากก็ตาม ยอดขายในตลาดเศรษฐกิจอิ่มตัวมีการเติบโตที่ดี ได้แรงขับเคลื่อนหลักจากการขยายตัวในยุโรปตะวันตกและการปรับตัวที่ดีขึ้นในยุโรปตอนใต้ ส่วนอเมริกาเหนือมียอดขายในแดนบวก ขณะที่ยอดขายในตลาดเศรษฐกิจอิ่มตัวในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสสองของปี 2556

กำไรจากการดำเนินงานหลังการปรับปรุงอยู่ที่ 362 ล้านยูโรซึ่งใกล้เคียงกับไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว ส่วนผลตอบแทนของยอดขายหลังการปรับปรุงเพิ่มขึ้น 0.6 เปอร์เซ็นต์ไปอยู่ที่ 17.5 เปอร์เซ็นต์ กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 4.0 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นมูลค่า 346 ล้านยูโร

ผลประกอบการระดับภูมิภาคในไตรมาสสองของปี พ.ศ. 2557

ในตลาดที่มีการแข่งขันกันสูง ยอดขายของเฮงเค็ลในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันตก เพิ่มขึ้น 1.9 เปอร์เซ็นต์ มูลค่า 1,450 ล้านยูโร อัตราเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น 2.2 เปอร์เซ็นต์ ยุโรปใต้ปรับตัวลดลงเล็กน้อยซึ่งชดเชยกับการเติบโตในฝรั่งเศสและสหภาพเศรษฐกิจเบเนลักซ์ ยอดขายในยุโรปตะวันออกอยู่ที่ 739 ล้านยูโร เทียบกับปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 799 ล้านยูโร อัตราเติบโตของยอดขายอยู่ที่ 2.8 เปอร์เซ็นต์ โดยรัสเซียและตุรกีเป็นแรงขับเคลื่อนหลัก ภูมิภาคแอฟริกาและตะวันออกกลางมียอดขาย 287 ล้านยูโร เทียบกับ 307 ล้านยูโรของไตรมาสเดียวกันในปีที่แล้ว ถึงแม้จะได้รับผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองในบางประเทศ แต่อัตราเติบโตของยอดขายยังเพิ่มขึ้นสองหลักไปอยู่ที่ 17.5 เปอร์เซ็นต์

ตลาดอเมริกาเหนือมียอดขาย 703 ล้านยูโร ขณะที่ปีที่แล้วมียอดขายที่ 760 ล้านยูโร การเติบโตด้านยอดขายต่ำกว่าเมื่อปีที่แล้ว 0.7 เปอร์เซ็นต์เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแข่งขันอย่างเข้มข้นด้านโปรโมชั่นในธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภค ยอดขายในลาตินอเมริกามีมูลค่า 259 ล้านยูโรเทียบกับปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 282 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม การเติบโตด้านยอดขายเพิ่มขึ้น 3.8 เปอร์เซ็นต์โดยได้แรงขับเคลื่อนสำคัญจากเม็กซิโก ขณะที่ในเอเชีย-แปซิฟิก ยอดขายอยู่ที่ 666 ล้านยูโร เทียบกับปีที่แล้วซึ่งอยู่ที่ 675 ล้านยูโร การเติบโตด้านยอดขายปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.5 เปอร์เซ็นต์ ผลประกอบการที่แข็งแกร่งนี้ส่วนใหญ่ได้แรงสนับสนุนจากการเติบโตด้วยตัวเลขสองหลักในประเทศจีน

ยอดขายในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ในยุโรป ตะวันออก แอฟริกาและตะวันออกกลาง ลาตินอเมริกาและเอเชีย (ไม่รวมญี่ปุ่น) ปรับลดลง 5.1 เปอร์เซ็นต์ด้วยมูลค่า 1,844 ล้านยูโรเนื่องจากได้รับผลกระทบด้านลบจากอัตราแลกเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม การเติบโตของยอดขายเพิ่มขึ้น 6.5 เปอร์เซ็นต์ซึ่งได้พลังขับเคลื่อนจากทุกกลุ่มธุรกิจ ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ยังมีอัตราขยายตัวเหนือกว่าค่าเฉลี่ย สัดส่วนยอดขายของตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ในไตรมาสสองของปีนี้ยังคงอยู่ที่ 45 เปอร์เซ็นต์เท่ากับไตรมาสที่สองของปี 2556 ขณะที่ตลาดเศรษฐกิจอิ่มตัวมียอดขายเพิ่มขึ้น 0.9 เปอร์เซ็นต์ มูลค่า 2,261 ล้านยูโร

การประเมินภาพรวมธุรกิจของกลุ่มธุรกิจเฮงเค็ล ในปี พ.ศ. 2557

เฮงเค็ลคาดการณ์ว่าการเติบโตของยอดขายจะเพิ่มสูงขึ้นระหว่าง 3 – 5 เปอร์เซ็นต์ในปี พ.ศ. 2557 บริษัทฯ ประเมินว่าแต่ละกลุ่มธุรกิจจะเติบโตอยู่ในระดับดังกล่าว เฮงเค็ล คาดการณ์ด้วยว่าสัดส่วนยอดขายจากตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่อาจปรับตัวลดลงเล็กน้อยซึ่งสอดคล้องกับกลยุทธ์ปีพ.ศ. 2559 เฮงเค็ล คาดว่าผลตอบแทนจากยอดขายหลังปรับปรุง (กำไรหลังหักดอกเบี้ยและภาษี) จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่ราว 15.5 เปอร์เซ็นต์ กำไรสุทธิต่อหุ้นบุริมสิทธิ์ (EPS) หลังการปรับปรุงจะเพิ่มขึ้นสูงด้วยตัวเลขหลักเดียวเมื่อเทียบกับปี พ.ศ. 2556


เอกสารนี้มีข้อความคาดการณ์อนาคตซึ่งยึดตามการประมาณการและข้อสันนิษฐานในปัจจุบัน จากฝ่ายบริหาร ประจำองค์กรของ บริษัท เฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ ข้อความคาดการณ์ อนาคตเหล่านี้มีลักษณะพิเศษเนื่องจากการใช้คำต่างๆ เช่น คาดว่า มีเป้าหมายที่จะ วางแผน ทำนาย สันนิษฐาน เชื่อว่า ประมาณการ คาดการณ์ พยากรณ์ และคำในลักษณะคล้ายคลึงกัน โดยไม่มีเจตนาใช้คำกล่าวเหล่านี้เพื่อสร้างความเข้าใจว่ามีการรับประกันว่าความคาดหวังดังกล่าวจะเป็นจริง ผลการดำเนินงานและผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจริงในอนาคตของ บริษัท เฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ เกิดจากความเสี่ยงและความไม่แน่นอนหลายปัจจัย และอาจแตกต่างจากข้อความคาดการณ์อนาคตข้างต้นได้ปัจจัยต่างๆเหล่านี้ หลายปัจจัยอยู่นอกเหนือการควบคุมของเฮงเค็ลและไม่สามารถคาดการณ์ได้อย่างถูกต้องล่วงหน้า เช่น สภาวะเศรษฐกิจในอนาคต การกระทำของคู่แข่ง และปัจจัยอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับสภาพตลาด ทั้งนี้บริษัทไม่ได้วางแผนหรือรับที่จะปรับปรุงข้อความคาดการณ์อนาคตให้เป็นข้อมูลล่าสุด