เมนู
ค้นหา

18 ก.ค. 2556

ก้าวล้ำ ก้าวไกล เรียบง่าย จุดประกาย

เฮงเค็ล ประเทศไทย เผยกลยุทธ์สร้างการเติบโตเหนือค่าเฉลี่ย และยกระดับแบรนด์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

กรุงเทพฯ18 กรกฎาคม2556– เฮงเค็ล ประเทศไทย เผยกลยุทธ์ธุรกิจใหม่ที่จะนำมาใช้ในประเทศไทยและเฮงเค็ลทั่วโลก ภายในปี พ.ศ. 2559 ด้วยการประกาศว่า “เราจะก้าวให้รุดหน้ากว่าคู่แข่งในฐานะบริษัทระดับโลก ด้วยหลักการปฏิบัติงานที่เรียบง่าย และทีมงานไฟแรง” โดยกลยุทธ์นี้จะขับเคลื่อนการพัฒนาเฮงเค็ล สู่ความสำเร็จในอนาคต เพื่อบรรลุวิสัยทัศน์ในระยะยาว  คือการเป็นผู้นำแบรนด์และเทคโนโลยีในระดับโลก

ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่*ซึ่งรวมถึงประเทศไทยจะมีบทบาทสำคัญมากขึ้นในการดำเนินกลยุทธ์ โดยในปี พ.ศ. 2555 ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่มียอดขายคิดเป็นสัดส่วน 43% ของยอดขายทั้งหมดของเฮงเค็ล เพิ่มขึ้นจาก 37% ในปี พ.ศ. 2551     เฮงเค็ล วางเป้าหมายสร้างยอดขายในกลุ่มตลาดนี้อยู่ที่ 10พันล้านยูโร ภายในปี พ.ศ. 2559 นอกจากนี้ จำนวนพนักงานของเฮงเค็ล ที่ทำงานในตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ คาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็น 60% ภายในปี พ.ศ. 2559 สูงขึ้นกว่าปี พ.ศ. 2555 ซึ่งอยู่ที่ 55%

นายสุรเชษฐ์ ตันวงศ์วาล ประธาน บริษัท เฮงเค็ล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า“ตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ธุรกิจและการดำเนินงานในประเทศไทยได้เติบโตขึ้นเป็นศูนย์กลางในระดับภูมิภาค สำหรับการให้บริการลูกค้าในประเทศไทย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์และญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นอย่างมากของลูกค้าที่มีต่อประสิทธิภาพของทีมงานเฮงเค็ล ในการส่งมอบคุณภาพ ความน่าเชื่อถือ นวัตกรรมและความยั่งยืนในระดับโลก รวมถึงห่วงโซ่มูลค่าของธุรกิจและการผลิตทั้งหมด ด้วยพื้นฐานอันแข็งแกร่งเช่นนี้ เฮงเค็ลวางเป้าหมายการเติบโตให้เหนือกว่าค่าเฉลี่ยของตลาดและเสริมความแข็งแกร่งให้แก่แบรนด์ด้วยการมุ่งเน้นสี่กลยุทธ์หลักคือ ก้าวล้ำ(Outperform)ก้าวไกล(Globalize)เรียบง่าย(Simplify)และจุดประกาย(Inspire) 

* ตลาดเศรษฐกิจเกิดใหม่ ได้แก่ ทวีปเอเชีย (ยกเว้นญี่ปุ่น) ยุโรปตะวันออก ตะวันออกกลาง แอฟริกา ลาตินอเมริกา

ข้อมูลสรุปลำดับความสำคัญทางกลยุทธ์ของ เฮงเค็ล ประเทศไทย ภายในปี พ.ศ.2559

1. ก้าวล้ำ (Outperform)

นายสุรเชษฐ์ ได้กล่าวย้ำว่า “นวัตกรรม แบรนด์ที่แข็งแกร่ง และการดำเนินธุรกิจโดยให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ถือเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญที่จะทำให้เฮงเค็ลประเทศไทย มีการปฏิบัติงานที่เหนือกว่าคู่แข่ง ทั้งในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาวและกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม”

“ปัจจุบัน เฮงเค็ล เป็นผู้นำในตลาดระดับโลกของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาว ผลิตภัณฑ์กันรั่วซึมและเคมีภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิว ซึ่งเฮงเค็ล กำลังมุ่งเน้นสร้างความแข็งแกร่งในตำแหน่งผู้นำนี้ ขณะที่เฮงเค็ลประเทศไทยก็มีตำแหน่งการตลาดที่เข้มแข็งในอุตสาหกรรมกาว เป้าหมายของเราคือการสร้างความเป็นผู้นำในแบรนด์และตลาดของทุกธุรกิจสำคัญของเรา” แบรนด์สำคัญของเทคโนโลยีกาวในประเทศไทย คือ ล็อคไทท์ (Loctite) เอเควียนซ์ (Aquence) บอนเดอไรท์ (Bonderite) เทคโนเมลท์ (Technomelt) เทอโรซอน (Teroson) พริทท์ (Pritt) เซเรซิท (Ceresit) และ แพทเท็คส์ (Pattex) เฮงเค็ลประเทศไทยจะขยายตำแหน่งความเป็นผู้นำตลาดในธุรกิจอุตสาหกรรมกาวหลักของเฮงเค็ล ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมซึ่งมอบประสิทธิภาพและความปลอดภัยที่เหนือกว่าพร้อมกับใช้ทรัพยากรน้อยกว่าด้วย ซึ่งจะมอบคุณประโยชน์ให้แก่การใช้งานในอุตสาหกรรมเครื่องอุปโภคบริโภค อย่างผ้าอ้อม ฉลากขวด บรรจุภัณฑ์อาหาร เฟอร์นิเจอร์ และรองเท้า อุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมทั่วไปก็เป็นธุรกิจที่เติบโตขึ้นเช่นกัน สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ เฮงเค็ล ประเทศไทยจะเสริมความแข็งแกร่งในด้านโซลูชั่นส์กาวที่ใช้กับโครงสร้างยานยนต์เพื่อความแข็งแกร่งและมีน้ำหนักเบากว่าเดิม พร้อมกับขยายไลน์ผลิตภัณฑ์สำหรับกลุ่มซ่อมบำรุงรถยนต์ ขณะที่อุตสาหกรรมทั่วไป มุ่งเน้นที่กาวสำหรับการผลิต การบำรุงรักษา ซ่อมแซม และปรับปรุงใหม่ อาทิ การผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งเฮงเค็ล เป็นผู้นำในนวัตกรรมกาวเหลวใสสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเลต ช่วยลดเงาสะท้อนพร้อมกับให้ภาพที่ชัดเจนและสีที่ถูกต้อง

 ธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและธุรกิจดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพของเฮงเค็ล มุ่งเน้นที่การเป็นผู้นำนวัตกรรมและการทำตลาดที่รวดเร็ว เพื่อก้าวสู่การเป็นผู้นำแบรนด์และสร้างการเติบโตของผลกำไรในประเทศไทยสำหรับธุรกิจค้าปลีกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผม มีแบรนด์สำคัญทั้ง

ชวาร์สคอฟ (Schwarzkopf) เฟรชไลท์ (Freshlight) เอ็กซ์ตร้า แคร์ (Extra Care) ทัฟท์ (Taft) และ   ไซออส (SYOSS) ในขณะเดียวกันธุรกิจผลิตภัณฑ์การดูแลและตกแต่งเส้นผมสำหรับผู้ประกอบการร้านทำผมและช่างผมระดับมืออาชีพ มีแบรนด์ที่ได้รับความนิยมและไว้วางใจในทั้ง ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล (Schwarzkopf Professional), แกลทท์ (glatt), อีโกร่า รอยัล (IGORA ROYAL), โบนาเคียว

(BONACURE)และโอซิส (OSIS) ในส่วนของตลาดผลิตภัณฑ์การดูแลและตกแต่งสำหรับผู้ประกอบการร้านทำผมประเทศไทย ธุรกิจหลักของเราคือผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมและการจัดแต่งทรงผมก็เป็นธุรกิจที่กำลังเติบโตและได้รับความนิยมและไว้วางใจเป็นอย่างสูง 

สำหรับอุตสาหกรรมค้าปลีกผลิตภัณฑ์เส้นผม ชวาร์สคอฟ เพอร์เฟ็คท์ มูส โฟม คัลเลอร์(Schwarzkopf Perfect Mousse Foam Color) เป็นโฟมเปลี่ยนสีผมเพื่อการดูแลปกปิดผมขาวเพียงชนิดเดียวที่มีวางจำหน่ายในประเทศไทย  ขณะที่ ไซออส โอรีโอ อินเทนส์  ออยล์ แคร์(SYOSS OLEO INTENSE OIL CARE)ได้รับการพัฒนาด้วยสูตร เทอโม แอคทีฟ แคร์(thermo-active care)ที่บำรุงเส้นผมล้ำลึก ให้ความเป็นประกายเรียบลื่นเงางาม โดยมีวางจำหน่ายครบทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ผลิตจากน้ำมัน ได้แก่ แชมพู ครีมนวดผม ทรีทเมนต์มาสก์ และเซรั่มบำรุงแบบไม่ต้องล้างออกที่บำรุงล้ำลึกถึงภายใน นอกจากนี้ยังมี ทัฟท์ พาวเวอร์ สเปรย์ เมกา สตรอง(Taft Power Spray Mega Strong) (250 มล.) สเปรย์จัดแต่งทรงผมที่ขายดีที่สุดของร้านวัตสันในประเทศไทย ในปี พ.ศ. 2555

 สำหรับผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมระดับมืออาชีพ อีโกร่า รอยัล(IGORA ROYAL)เป็นนวัตกรรมใหม่ล่าสุดของการเปลี่ยนสีผมที่สมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีไฮเดฟฟินิชั่น(High Definition) ซึ่งสามารถยกระดับการแทรกซึมเม็ดสีเข้าสู่เส้นผมและโครงสร้างเส้นผม อีกทั้งยังเคลือบปกปิดเส้นผมได้อย่างดีเลิศ ด้วยเทคโนโลยีไฮเดฟฟินิชั่นนี้ สามารถให้สีผมติดผมนานกว่า 50% และทำให้สีผมมีชีวิตชีวาเพิ่มขึ้น 25% สำหรับการจัดแต่งทรงผมระดับมืออาชีพในประเทศไทย เฮงเค็ลเป็นผู้นำตลาดด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ โอซิส(OSIS) อาทิ โอซิส ดัสท์ อิท(OSIS Dust It) ผลิตภัณฑ์จัดแต่งทรงผมชนิดแป้ง ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มช่างผมและซาลอนในประเทศไทย ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของกลุ่มเพื่อความงามระดับมืออาชีพของเฮงเค็ล ที่จะยกระดับให้เมืองไทยเป็น “เมืองแห่งแรงบันดาลใจด้านเส้นผม” ปัจจุบันทีมงานผลิตภัณฑ์เพื่อความงามระดับมืออาชีพ ได้สร้างสรรค์เนื้อหาการเรียนรู้และฝึกอบรมเชิงปฏิบัติการอย่างเข้มข้นสำหรับช่างผมและนักจัดแต่งทรงผมในซาลอนอย่างสม่ำเสมอ

2. ก้าวไกล (Globalize)

เฮงเค็ล ประเทศไทย มุ่งเสริมศักยภาพการเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคสำหรับการพัฒนาธุรกิจ  สายการผลิต การจัดการห่วงโซ่อุปทาน การมุ่งเน้นที่นวัตกรรมและโครงการเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น ตลอดจนการมอบประสิทธิภาพที่รวดเร็วยิ่งกว่าให้แก่ลูกค้าอาทิในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2555กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เพื่อความงามได้จัดตั้งศูนย์กลางการขนส่งแห่งใหม่ ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในจังหวัดชลบุรีด้วยการผสมผสานการขนส่งจากเยอรมนีและการผลิตในประเทศ ศูนย์แห่งนี้จะตอบสนองการดำเนินงานของเฮงเค็ลในเอเชียแปซิฟิกได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมกับช่วยปรับปรุงศักยภาพของห่วงโซ่อุปทานได้อย่างดีเยี่ยม       ด้วยการย่นระยะเวลาการแนะนำผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดลง เพิ่มระดับการจัดเก็บสินค้าและลดต้นทุนด้านการขนส่ง ด้วยความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาคและตำแหน่งด้านภูมิศาสตร์ของประเทศไทย เฮงเค็ลประเทศไทยกำลังประเมินแผนการที่จะเปิดตลาดประเทศใกล้เคียง เช่น กัมพูชา พม่า และลาว

3. เรียบง่าย (Simplify)

เฮงเค็ล ประเทศไทยมีความมุ่งมั่นในการใช้กระบวนการที่ดีที่สุดในอุตสาหกรรมเพื่อให้เกิดการตัดสินใจที่รวดเร็ว และมีความยืดหยุ่นที่มากขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจและการปฏิบัติงาน เฮงเค็ล ประเทศไทยได้เปลี่ยนแพลทฟอร์มด้านไอทีใหม่ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2556 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนริเริ่มของเฮงเค็ล เพื่อสร้างความเรียบง่าย ยกระดับมาตรฐาน และเน้นความกลมกลืนในทุกกระบวนการธุรกิจทั่วทั้งองค์กรในระดับโลกภายในช่วงสี่ปีข้างหน้า นอกจากนี้ยังจะเพิ่มศักยภาพศูนย์แชร์เซอร์วิส (Shared Service) เพื่อลดต้นทุนและจัดสรรทรัพยากรเพื่อตอบสนองนวัตกรรมและโครงการที่มีมูลค่าสูงอื่นๆ

สำหรับโรงงานกาวในจังหวัดชลบุรีและสมุทรปราการของเฮงเค็ลประเทศไทย รวมถึงโรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม และศูนย์การขนส่งผลิตภัณฑ์เพื่อความงามในจังหวัดชลบุรี เฮงเค็ลได้ให้ความสำคัญแก่ความปลอดภัยเป็นอันดับแรก เพื่อปรับปรุงความเป็นเลิศในการปฏิบัติงาน นอกจากนี้ยังรวมถึงการพัฒนาคุณภาพ ประสิทธิภาพ ผลิตผล ความยั่งยืนและการส่งมอบที่ตรงต่อเวลา รวมถึงการมีพนักงานที่มีความสามารถในทุกระดับขององค์กร 

ยกตัวอย่าง โครงการ “Adhesive Technologies Operation Campus” ได้ช่วยให้พนักงานเพิ่มความรู้ความสามารถในด้านมาตรการป้องกันความปลอดภัย สุขภาพและสิ่งแวดล้อม มาตรการการป้องกัน การใช้เครื่องจักรและอุปกรณ์ เครื่องมือเครื่องใช้ในกระบวนการด้านเคมี คณิตศาสตร์ และวิทยาศาสตร์ นอกจากนี้ ยังมีการริเริ่มโครงการ “Lean Six Sigma” ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการ “Green Belt” ที่เน้นการเรียนรู้ถึงรอบเวลาการใช้งานกาวหลอมร้อน เอทิลีนไวนิลอะซีเตด (EVA) อย่างได้ผลมากที่สุ 

ที่โรงงานผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อความงาม มีการแนะนำโปรแกรมเพื่อสร้างพฤติกรรมความปลอดภัยของพนักงาน มุ่งเพิ่มการรับรู้ถึงความปลอดภัยและสร้างวัฒนธรรม “ปลอดภัยไว้ก่อน” ในกลุ่มพนักงาน โดยในเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2556 โรงงานแห่งนี้ได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการพลังงาน ISO 50001:2011 ด้วยระบบระดับโลกของโรงงานและความสำเร็จในการลดการใช้พลังงานลง โรงงานแห่งนี้ผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม สำหรับจำหน่ายในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

4. จุดประกาย (Inspire)

สิ่งที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ลำดับแรกของเฮงเค็ล คือ “จุดประกาย(Inspire)”   ซึ่งเฮงเค็ลประเทศไทย กำลังเร่งดำเนินงานสร้างพื้นฐานความเป็นผู้นำอันแข็งแกร่งเช่นเดียวกับความเป็นผู้นำที่เข้มแข็งและการพัฒนาบุคคลที่มีความสามารถโดยมุ่งเน้นที่ความเป็นผู้นำ ความสามารถ ประสิทธิภาพ และความหลากหลาย นายสุรเชษฐ์ กล่าวว่า “วัฒนธรรมที่ประสบความสำเร็จเกิดขึ้นจากทีมงานที่มีการจุดประกายโดยผู้นำที่ดี และโปรแกรมการบริหารบุคคลมีความสามารถอันแข็งแกร่ง ปัจจัยเหล่านี้มีความสำคัญสำหรับความสำเร็จของธุรกิจของเราในอนาคต ส่งให้เราก้าวสู่เป้าหมายและทำให้วิสัยทัศน์ของเรา คือการเป็นผู้นำระดับโลกในแบรนด์และเทคโนโลยี เป็นจริงขึ้นมาได้

เฮงเค็ล ประเทศไทย รุกสร้างความสัมพันธ์กับพนักงานทุกระดับในองค์กรเพื่อทำให้พวกเขาเกิดความกลมกลืนกับองค์กร พร้อมกับใช้หลักการความเป็นผู้นำห้าข้อของเฮงเค็ล พนักงานที่มีความสามารถสูงจะเข้าสู่โปรแกรมพิเศษ ที่ช่วยพัฒนาประสิทธิภาพความเป็นผู้นำในสภาพแวดล้อมการทำงานที่มีวัฒนธรรมหลากหลาย โปรแกรมเหล่านี้ครอบคลุมถึงโอกาสด้านอาชีพในธุรกิจที่แตกต่างออกไป การมอบหมายงานระหว่างประเทศและการร่วมโครงการที่มีความท้าทาย การทำให้เฮงเค็ลประเทศไทยเป็นองค์กรในดวงใจนั้น บริษัทฯจะต้องสร้างความสัมพันธ์อย่างรวดเร็วและโดยตรงต่อนักศึกษาที่มีความสามารถจากมหาวิทยาลัยชั้นนำ อาทิ การคัดเลือกพนักงานตามสถานศึกษา โปรแกรมการฝึกอบรมผู้บริหาร และการแข่งขันวางแผนธุรกิจระหว่างประเทศ หรือ    “เฮงเค็ล อินโนเวชั่น ชาเลนจ์” (Henkel Innovation Challenge) สำหรับนักศึกษา 

บริษัทฯจะเดินหน้าสนับสนุนความหลากหลายของพนักงาน เริ่มจากความหลากหลายด้านสัญชาติ อายุและเพศ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญสู่ความสำเร็จ ปัจจุบันเฮงเค็ลประเทศไทยมีพนักงานทั้งหมด 8 สัญชาติ พร้อมกับมีสัดส่วนของพนักงานสตรีในตำแหน่งบริหารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีพนักงานสตรีดำรงตำแหน่งผู้จัดการ 48% และอัตราส่วนพนักงานสตรีในตำแหน่งบริหารเพิ่มขึ้น 8% ระหว่างปี พ.ศ. 2554 และ พ.ศ. 2555

เกี่ยวกับเฮงเค็ล

เฮงเค็ลดำเนินธุรกิจทั่วโลกด้วยการเป็นผู้นำด้านแบรนด์และเทคโนโลยีในสามกลุ่มธุรกิจ ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน (Laundry & Home Care)  ผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม (Beauty Care) และเทคโนโลยีกาว (Adhesive Technologies) เฮงเค็ลก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2419 โดยครองตำแหน่งผู้นำตลาดโลกทั้งในกลุ่มธุรกิจสำหรับผู้บริโภครายย่อย และกลุ่มธุรกิจภาคอุตสาหกรรมอย่างผลิตภัณฑ์ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี อาทิ เพอร์ซิล (Persil) ชวาร์สคอฟ (Schwarzkopf)  และล็อคไทท์ (Loctite) เฮงเค็ลมีพนักงานราว 47,000 คนทั่วโลก ในปีพ.ศ. 2555 บริษัทฯมียอดขายอยู่ที่ 16,510 ล้านยูโร และมีกำไรจากการดำเนินงาน 2,335 ล้านยูโร เฮงเค็ลเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ DAX มีสำนักงานใหญ่อยู่ในเมืองดุสเซลดอล์ฟ ประเทศเยอรมนี