เมนู
ค้นหา

ยุคอุตสาหกรรม 4.0 คืออะไรกันแน่ พูดง่ายๆ มันคือการปฎิวัติดิจิทัลซึ่งทำให้เกิดการพลิกโฉมหน้าในอุตสาหกรรมการผลิต บริษัทต่างๆ ได้มีการนำระบบควบคุมอัตโนมัติ เทคโนโลยีเซ็นเซอร์เพื่อใช้ในการออกแบบและผลิต ระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูล การวิเคราะห์ ณ เวลาปัจจุบันมาใช้มากขึ้นทำให้สามารถผลิตผลิตภัณฑ์อย่างชาญฉลาดมากขึ้น จัดส่งสินค้าได้รวดเร็วขึ้น และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งถือเป็นการเปิดโลกใหม่แห่งความเป็นไปได้

 

การปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานสู่ยุคดิจิทัล (Digitalization) – การสร้างรากฐานไปสู่ความสำเร็จ

การนำระบบคลาวด์ (Cloud) มาใช้ช่วยให้ระบบการทำงานที่โรงงานผลิตและคลังสินค้าสามารถเชื่อมต่อกันอย่างง่ายดาย และแบ่งปันข้อมูลมหาศาลไปยังโรงงานแต่ละแห่ง รวมภายในบริษัทด้วย ส่งผลให้เกิดการสื่อสารและการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้นเพราะข้อมูลเชิงลึกถูกแบ่งปันไปยังโรงงานและออฟฟิศถึงแม้จะตั้งอยู่ไกลกันก็ตาม

การนำระบบเซ็นเซอร์และการวิเคราะห์ข้อมูลมาใช้จะทำให้เครื่องจักรเริ่ม “เรียนรู้” วิธีที่จะปรับปรุงกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น นวัตกรรมนี้เราเรียกว่า ปัญญาประดิษฐ์ (artificial intelligence) ซึ่งทำหน้าที่รวบรวมข้อมูล จำแนกเทรนด์ และปรับปรุงคุณภาพและประสิทธิภาพการทำงานที่โรงงานผลิต

The use of robots can make it easier to produce and check high-quality products, which ultimately increases efficiency.

การใช้หุ่นยนต์ทำให้เราสามารถผลิตผลิตภัณฑ์และตรวจสอบคุณภาพได้ง่ายขึ้นส่งผลให้มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้นอย่างมาก

เฮงเค็ลติดตั้งระบบเซ็นเซอร์กว่า 3,500 ตัวที่โรงงานกว่า 180 แห่งจึงทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ที่บริษัทใช้สามารถรวบรวมข้อมูลด้านความยั่งยืน ประสิทธิภาพการทำงาน คุณภาพ และความปลอดภัย ได้ ณ เวลาปัจจุบัน และนำข้อมูลมาประมวลผลและวิเคราะห์บนระบบคลาวด์ ผลลัพธ์ที่ได้ทำให้บริษัทสามารถวินิจฉัย ทำนายเหตุการณ์ล่วงหน้า และวางแผนเพื่อรับมือกับเหตุการณ์ในอนาคตได้

การแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างต่อเนื่องในระบบห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมดทำให้บริษัทสามารถวางแผน จัดสรรทรัพยากรเพื่อนำไปใช้ได้อย่างคุ้มค่าที่สุด กระบวนการผลิตและชิ้นส่วนอุปกรณ์ต่างๆ สามารถทำให้เป็นมาตรฐานเดียวกันและเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ดิจิทัลได้ ทั้งหมดนี้ช่วยสานฝันการพัฒนาโรงงานอัจฉริยะให้เป็นจริงขึ้นมาได้

พัฒนาไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 กับอุตสาหกรรมไทย

บริษัท เฮงเค็ล (ประเทศไทย) จำกัด เริ่มเส้นทางการพัฒนาไปสู่ยุคอุตสาหกรรม 4.0 ในปี 2015 ณ โรงงานผลิตกาวอัจฉริยะที่อำเภอบางปะกง จังหวัดชลบุรี ซึ่งดำเนินการผลิตกาว ผลิตภัณฑ์อุดรอยรั่ว และผลิตภัณฑ์ดูแลปกป้องพื้นผิวเพื่อป้อนตลาดอุตสาหกรรมต่างๆ 10 ประเทศในเอเชียแปซิฟิค
โรงงานบางปะกงประสบความสำเร็จในการนำโมเดลของโรงงานอัจฉริยะมาใช้ตลอดห่วงโซ่คุณค่าทั้งหมด เริ่มตั้งแต่การรับวัตถุดิบไปจนกระทั่งถึงการส่งสินค้าที่ผลิตเสร็จเรียบร้อยออกสู่ท้องตลาด การใช้หุ่นยนต์ สายการผลิตอัตโนมัติ เครื่องสแกนอัจฉริยะ แผงควบคุมอัจฉริยะ และการควบคุมการทำงานด้วยสมองกลผ่านส่วนต่อประสานคนกับเครื่อง ช่วยเพิ่มความโปร่งใสของข้อมูล เสริมประสิทธิภาพการผลิต พัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์ ความยืดหยุ่นในการผลิต ระดับการบริการลูกค้า สุขภาพและความปลอดภัย และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

อุปกรณ์วิเคราะห์คุณภาพ ได้แก่ เครื่องวัดคุณภาพสามารถช่วยค้นหาต้นตอปัญหาด้านคุณภาพและหาประสิทธิภาพสูงสุดของกระบวนการผลิต เมื่อเวลาที่ใช้ในการวิเคราะห์ลดน้อยลงอย่างมีนัยเราสามารถปรับปรุงกระบวนการผลิตได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและเพิ่มคุณค่ากระบวนการผลิตได้

โรงงานบางปะกงได้รับการรับประกาศนียบัตรรับรองมาตรฐานด้านคุณภาพและความยั่งยืนระดับโลกหลายปี และได้รับรางวัลอีกมากมาย ได้แก่ รางวัล Zero Lost Time Accident จากกระทรวงแรงงาน ของประเทศไทย (เมื่อปี 2558, 2559, และ 2060); รางวัลอุตสาหกรรมสีเขียว (Green Industry Award) จากกระทรวงอุตสาหกรรม (2559); และรางวัล Best Waste Management Award 2017 จากนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

วัฒนธรรมการทำงานอันชาญฉลาด

นอกเหนือจากเครื่องจักรเฮงเค็ลยังได้ปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานเพื่อให้มีความคล่องตัวและความยืดหยุ่น โดยยึดตามหลักปรัชญาการทำงาน “ทำทุกอย่างที่ทำได้และเรียนรู้มัน” แทนตามระบบโครงการการทำงานที่เคร่งครัด เฮงเค็ลจัดหาเครื่องมือ อุปกรณ์สมัยใหม่ ช่องทางในการสื่อสารให้กับพนักงานเพื่อพัฒนาทักษะที่จำเป็นต่อการทำงานในยุคดิจิทัล ได้แก่ การสัมมนาออนไลน์ โปรแกรมวิดีโอ หรือโปรแกรมเทคโนโลยีเสมือนจริง  (augmented reality) และเทคโนโลยีความเป็นจริงเสมือน (virtual reality) ทั้งยังจัดหาทรัพยากรมากมายเพื่อการฝึกอบรมให้กับพนักงานเพื่อเตรียมความพร้อมและใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อก้าวไปสู่ยุคปฎิวัติอุตสาหกรรมอย่างมั่นใจ