เมนู
ค้นหา

เครือข่าย 5G จะเชื่อมต่อทุกสิ่งทุกอย่างในทุกๆ ที่

เปลี่ยนแปลงชีวิตของเราด้วยความเร็วแรงเต็มสปีด

    

ยุคถัดไปของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่จะปฏิวัติโลกของเรา เครือข่ายจะทำให้สัญญาณไฟจราจรมีปฏิสัมพันธ์กับรถ และโทรศัพท์มือถือสามารถสั่งงานอุปกรณ์แก็ดเจ็ตซึ่งอยู่ที่บ้านของเราได้ แต่วิสัยทัศน์แห่งอนาคตนี้จะมีทางเป็นไปได้ หากมีนวัตกรรมเปลี่ยนโลกที่สามารถส่งและประมวลข้อมูล นั่นคือสาเหตุที่บริษัทผู้บุกเบิกทั้งหลายพยายามคิดค้นโซลูชั่นล้ำอนาคตเพื่อทำให้การเชื่อมโยงเต็มรูปแบบเป็นจริงขึ้นมา  

ยุคที่ 5 ของเครือข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือเป็นที่รู้จักกันในนาม 5G จะส่งข้อมูลได้รวดเร็วกว่าเครือข่าย 4G ในปัจจุบันถึง 100 เท่า ทำให้สามารถดาวน์โหลดภาพยนตร์ทั้งเรื่องมาชมได้ในเวลา 3 วินาที เมื่อ 5G เป็นที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง และเราขยับเข้าใกล้ความจริงนี้เข้าไปทุกที 

ในเอเชียแปซิฟิค ระบบ 5G จะนำมาซึ่งโอกาสมหาศาลในการสร้างการเติบโตทางธุรกิจและสนับสนุนโครงการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัล นี่คือสาเหตุที่บริษัทและรัฐบาลต่างๆ กำลังพยายามทุกหนทางที่จะใช้ประโยชน์จากโอกาสอันเหลือเชื่อที่การเชื่อมต่ออย่างเต็มรูปแบบจะนำมาให้ 

ในประเทศไทย สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติเป็นผู้นำในการวางรากฐานการพัฒนาระบบ 5G ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิเช่น การผลิต การขนส่ง และการเกษตร ประโยชน์ชัดเจนที่จะเกิดจากเทคโนโลยี 5G ครอบคลุมถึงการเปลี่ยนแปลงด้านดิจิทัลในอุตสาหกรรมแนวตั้ง เช่น การผลิต พลังงาน และสาธารณูปโภค

เป้าหมายถัดไป: เมืองและโรงงานที่เชื่อมต่อกัน

เครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงจะมีผลต่อทุกตลาดและทุกอุตสาหกรรมทั่วโลก โดยอุตสาหกรรมที่จะได้รับผลกระทบโดยตรงเร็วที่สุดคือ ภาคโทรคมนาคม ความเร็ว 5G อัตราไวกว่าเสียงจะพลิกโฉมการใช้อินเตอร์เน็ตในแบบปัจจุบัน เครือข่ายที่ครอบคลุมกว้างขวางขึ้น รวดเร็วขึ้นและจับสัญญาณได้มั่นคงขึ้นจะนำไปสู่ประสบการณ์ร่วมกันในรูปแบบใหม่อย่างสิ้นเชิง ด้วยการทำให้ผู้ใช้บริการนับหมื่นคนสามารถใช้อินเตอร์เน็ตบนมือถือที่อยู่ในบริเวณเดียวกันได้พร้อมกัน   

ระบบจะทำให้เมืองต่างๆ สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากระบบเซ็นเซอร์ของสัญญาณไฟตามท้องถนนประกอบกับภาพถ่ายจากกล้องที่ติดในโดรนเพื่อประเมินสภาพการจราจร ในขณะที่รถยนต์ขับเองได้จะใช้ระบบ 5G เพื่อเปิดไฟและอุปกรณ์เครื่องใช้ในบ้านอัจฉริยะเมื่อผู้โดยสารใกล้จะถึงที่หมาย และทั้งระบบนี้จะมีระบบบำรุงรักษาแบบเรียลไทม์เพื่อดูแลประสิทธิภาพและความปลอดภัย 

ด้วยความสามารถในการอัพเดทและปรับปรุงตลอดเวลา ระบบ 5G สร้างโอกาสให้บริษัทต่างๆ ในการใช้วิธีการผลิตที่ล้ำสมัย โรงงานจะใช้ระบบเซ็นเซอร์ กล้อง โดรน และหุ่นยนต์มากขึ้นในการเพิ่มประสิทธิภาพและคุณภาพ การเชื่อมต่อทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่วัตถุดิบไปจนถึงการกำจัดของเสียหรือรีไซเคิล จะประมวลข้อมูลแสดงจุดที่สามารถปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นได้

สร้างความมหัศจรรย์ให้เป็นจริง

เพื่อให้เครือข่าย 5G ช่วยให้การเชื่อมต่อเป็นไปได้อย่างรวดเร็วและไม่สะดุด รถ อุปกรณ์เครื่องใช้ในโรงงานและอุปกรณ์ของผู้บริโภคจำเป็นต้องมีโมดูลและส่วนประกอบต่างๆ ผสานอยู่ในพื้นที่ที่นับวันจะยิ่งเล็กลงเรื่อยๆ ยกตัวอย่าง โมดูลกล้องกระทัดรัด มักเป็นอุปกรณ์ที่ดีที่สุดในการเก็บข้อมูลเพื่อนำทางรถยนต์ขับเองหรือทำให้กระบวนการผลิตอัตโนมัติทำงานได้ แต่เนื่องจากโมดูลกล้องเหล่านั้นมีหลายชั้น ซึ่งอาจจะทำให้กล้องมีขนาดใหญ่เกินไปถ้าประกอบด้วยการยึดด้วยสกรูหรือกาวในแบบเดิม ด้วยเหตุนี้เฮงเค็ลจึงได้พัฒนากาวบางพิเศษที่ช่วยในการประกอบโมดูลกล้องที่มีขนาดเล็กลง นวัตกรรมนี้จะส่งผลอย่างมากต่อโลก 5G เพราะมีการประเมินว่าการผลิตโมดูลกล้องขนาดเล็กจะเพิ่มเป็นสองเท่าในอีก 2 ปีข้างหน้า จาก 5 พันล้านโมดูลจนถึงหมื่นล้านโมดูลภายในปี 2563

นอกจากโมดูลกล้องเหล่านี้แล้ว อุปกรณ์และเครื่องมือที่รองรับ 5G จะมีฟังก์ชั่นการทำงานเพิ่มขึ้น อาทิเช่น จีพีเอส หรือระบบเซ็นเซอร์การเคลื่อนไหว แต่ฟังก์ชั่นเหล่านี้ต้องการส่วนประกอบเพิ่มเติมที่จะบรรจุลงในพื้นที่อัดแน่น โดยส่วนประกอบทั้งหมดล้วนสร้างความร้อนเมื่อได้รับการใช้งาน ดังนั้นจึงต้องมีการจัดการความร้อนที่เกิดขึ้นอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้นกับอุปกรณ์หรือเป็นอันตรายต่อผู้ใช้งาน โรงงานผลิตอุปกรณ์และบริษัทโทรคมนาคมมาปรึกษาเฮงเค็ลในการพลิกความท้าทายนี้เป็นโอกาส ผลิตภัณฑ์จัดการความร้อนของเราสามารถช่วยทำให้ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ อีกทั้งยืดอายุการใช้งาน ยกตัวอย่าง แผ่นกั้นช่องว่างของเราสามารถดูดความร้อนและให้ความร้อนได้อย่างรวดเร็วเพื่อป้องกันชิ้นส่วนสำคัญบางส่วนจากความร้อนที่มากเกินไป
         

ใช้ไฟรองรับมากขึ้น ใช้สถานีฐานมากขึ้น

ไม่เพียงแต่อุปกรณ์เท่านั้นที่ต้องการอยู่ในความเย็น ชิพหน่วยความจำในศูนย์เซิร์ฟเวอร์ใหญ่ๆ ที่จะประมวลและเก็บข้อมูลมหาศาลที่ได้จากระบบ 5G จำเป็นต้องมั่นคงแข็งแรงเป็นอย่างมาก เซิร์ฟเวอร์ต้องประมวลข้อมูลมหาศาลและเก็บห้องสมุดขนาดใหญ่ไว้ภายในพื้นที่ที่มีแนวโน้มจะมีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ มีการออกแบบใหม่เชิงนวัตกรรมที่ทำให้ชิพหน่วยความจำตอบโจทย์ความท้าทายนี้ได้ นั่นคือเทคโนโลยีของเฮงเค็ลที่สามารถผลิตชิพบางพิเศษ 12 ชั้น โดยชั้นต่างๆ นี้มีการเชื่อมต่อระหว่างกัน โดยเฮงเค็ลได้พัฒนาวัสดุห่อหุ้มพิเศษซึ่งช่วยป้องกันจุดสัมผัสแต่ละชั้นเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัย มั่นคงและมีประสิทธิภาพ

จากการเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลของที่เก็บข้อมูลและการใช้ไฟเพื่อรองรับการประมวลผล สถานีฐานเก็บข้อมูลจะเป็นที่ต้องการมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อใช้ในการรับส่งข้อมูลเพื่อทำให้ฝันระบบ 5G เป็นจริง อันที่จริง มีการคาดกันว่าจะมีการติดตั้งสถานีฐานเก็บข้อมูล 20 ล้านแห่งทั่วโลกภายในปี 2568 สถานีฐานเก็บข้อมูลนี้ประกอบไปด้วยสถานีพื้นฐานที่สัญญาณทางอิเล็กทรอนิกส์ทั้งหมดมารวมกัน โดยเฮงเค็ลมีวัสดุนำความร้อนที่สามารถแยกความร้อนจากตัวประมวลผล รวมถึงวัสดุห่อหุ้มที่ช่วยป้องกันการสั่นสะเทือน และสารเคลือบที่ช่วยระงับความชื้นและฝุ่นที่อาจสร้างความเสียหายให้กับแผงวงจร

อนาคต 5G อยู่ตรงหน้า

ฟังดูอาจเหมือนภาพยนตร์วิทยาศาสตร์ แต่เราขยับเข้าใกล้ยุคใหม่เข้าไปทุกที ยุคที่ทุกคน ทุกสิ่งบนโลกนี้เชื่อมต่อกันได้ในพริบตา อันที่จริง ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าเครือข่าย 5G จะพร้อมใช้งานในช่วงกลางของทศวรรษหน้า ระบบ 5G จะปฏิวัติชีวิตและปฏิรูปอุตสาหกรรมโดยเปิดโอกาสอันเหลือเชื่อในการเพิ่มประสิทธิภาพและพัฒนารูปแบบธุรกิจใหม่ๆ ที่แปลกไปจากเดิม จุดนั้นใกล้เข้ามาแล้ว และจะไม่มีอะไรเหมือนเดิมอีกต่อไป