เมนู
ค้นหา

ประวัติความเป็นมาของเฮงเค็ล

กว่า 140 ปีแห่งความสำเร็จของแบรนด์

ประวัติความเป็นมาของบริษัทเริ่มต้นในปี พ.ศ. 2419 เราพบกับพ่อค้าวัย 28 ปีที่สนใจวิทยาศาสตร์อย่าง ฟริทซ์ เฮงเค็ล ในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1876 เขาและหุ้นส่วนอีกสองคนได้ร่วมก่อตั้งบริษัทเฮงเค็ล แอนด์ ซี ที่เมืองอาเคิน และปล่อยผลิตภัณฑ์ตัวแรกออกสู่ตลาดนั่นคือ ผงซักฟอกเอนกประสงค์ที่มีส่วนผสมหลักของซิลิเกต

ช่วงหลายปีต่อมา กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจแบบครอบครัวชาวเยอรมนีกลุ่มนี้ร่วมกับพนักงานกว่าพันชีวิตได้ก่อร่างสร้างเฮงเค็ลให้ก้าวสู่บริษัทระดับโลก

เฮงเค็ล ประเทศไทยเริ่มดำเนินธุรกิจในปี พ.ศ. 2515 และปัจจุบันมีสองกลุ่มธุรกิจ คือธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลความงามและธุรกิจเทคโนโลยีกาว

การปรับเปลี่ยนกรรมการบริหารของเฮงเค็ล

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2563 เป็นต้นไป, คาร์สเทน โนเบล คือซีอีโอคนใหม่ของเฮงเค็ล, มร.โนเบล เริ่มงานกับเฮงเค็ลตั้งแต่ปี 2538 และอยู่ในคณะกรรมการบริหารมาตั้งแต่ปี 2555 โดยรับผิดชอบด้านการเงิน จัดซื้อ และแก้ปัญหาทางธุรกิจแบบครบวงจร

เฮงเค็ลขยายกิจการร่วมทุนบริษัท

ด้วยเงินลงทุนกว่า 25 ล้านยูโรสำหรับธุรกิจสตาร์ทอัพและกองทุนร่วม ปัจจุบัน เฮงเค็ลมีหน่วยงานเฉพาะที่ใช้ชื่อว่า

Henkel Ventures เพื่อบริหารกิจกรรมต่างๆ ในธุรกิจร่วมลงทุน

 

การเข้าซื้อกิจการดาเร็กซ์ แพคเกจจิ้ง เทคโนโลยี และซอนเดอร์ฮอฟฟ์ กรุ๊ป

ความสำเร็จในการควบรวมกิจการระดับโลกของธุรกิจดาเร็กซ์ แพคเกจจิ้ง เทคโนโลยี และซอนเดอร์ฮอฟฟ์ กรุ๊ป ทำให้เฮงเค็ลสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจเทคโนโลยีกาวและเสริมพอร์ตโฟลิโอด้านเทคโนโลยีที่มีอยู่ให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น Darex Packaging Technologies

เฮงเค็ลซื้อกิจการ Nattura Laboratorios

การเข้าซื้อกิจการครั้งนี้ส่งเสริมให้ธุรกิจผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมของเฮงเค็ลแข็งแรงยิ่งขึ้นและยังขยายตำแหน่งในตลาดเม็กซิโกและสหรัฐอเมริกาอย่างมีนัยสำคัญ การทำธุรกรรมนี้ได้เพิ่มแบรนด์ชั้นนำในกลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมอย่าง Pravana และ Tec Italy ไว้ในพอร์ตโฟลิโอของเฮงเค็ลด้วย

เปลี่ยนแปลงประธานกรรมการบริหารเฮงเค็ล

ฮานส์ แวน ไบเล่น ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหารคนใหม่ของเฮงเค็ลต่อจาก คาสเปอร์ รอร์สเต็ด โดยมีผลในวันที่ 1 พฤษภาคม 2559 เป็นต้นไป ฮานส์ แวน ไบเล่น ดำรงตำแหน่งสมาชิกของคณะกรรมการบริหารตั้งแต่ปี 2548 โดยรับผิดชอบธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลความงาม

ปาสคาล ฮูเดย์เยอร์ ดำรงตำแหน่งสมาชิกของคณะกรรมการบริหาร ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2559 และได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งต่อจาก ฮานส์ แวน ไบเล่น ในฐานะรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายผลิตภัณฑ์ดูแลความงามของเฮงเค็ล ในวันที่ 1 พฤษภาคม  2559

เข้าซื้อกิจการ ซัน โปรดักส์ คอร์ปอเรชั่น

เฮงเค็ลเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดในบริษัทผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน เดอะ ซัน โปรดักส์ คอร์ปอเรชั่น (The Sun Products Corporation) จาก เวสตาร์ แคปิตอล พาร์ทเนอร์ส (Vestar Capital Partners) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2559 การซื้อขายในครั้งนี้ถือเป็นการเคลื่อนไหวทางธุรกิจครั้งสำคัญสำหรับเฮงเค็ลในภูมิภาคอเมริกาเหนือ เฮงเค็ลเป็นผู้นำอันดับสองในตลาดผลิตภัณฑ์ซักล้างในอเมริกาเหนือ การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้รวมไปถึงแบรนด์ผลิตภัณฑ์ซักล้างชั้นนำ อาทิ ออล (all®) และ ซัน (Sun®) รวมไปถึงแบรนด์ผลิตภัณฑ์ปรับผ้านุ่ม สนักเกิล (Snuggle®)

การเข้าซื้อกิจการในครั้งนี้จะช่วยเติมเต็มและเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่พอร์ตโฟลิโอผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือนที่เรามีอยู่ด้วยหลากหลายแบรนด์ชั้นนำที่เป็นที่ยอมรับและประสบความสำเร็จในภูมิภาคอเมริกาเหนือ การซื้อขายครั้งนี้มีมูลค่าราว 3,200 ล้านยูโร ซึ่งนับเป็นการซื้อขายครั้งใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ของบริษัท 

MRO center opening Thailand

จากซ้ายไปขวา: จอห์น บอร์เดน, ธานี ชวาลรัตน์, เอริค อีเดลมานน์ และ ฮ็อค กวน ตัน หัวหน้าฝ่ายอุตสาหกรรมทั่วไป ธุรกิจเทคโนโลยีกาว เฮงเค็ล เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้

เปิดศูนย์ฝึกอบรมและการดำเนินงานซ่อมบำรุงและดูแลรักษาในประเทศไทย

เฮงเค็ลเปิดศูนย์ฝึกอบรมให้ความรู้และให้บริการ บำรุงรักษา ซ่อมแซม อุปกรณ์เครื่องจักรในงานอุตสาหกรรมแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในจังหวัดระยอง ศูนย์แห่งนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้บริการแก่ลูกค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมหนัก โดยให้บริการฝึกอบรมทางด้านเทคโนโลยีวิศวกรรมพื้นผิว และการใช้ผลิตภัณฑ์เพื่อการซ่อมแซม เคลือบผิวเพื่อการปกป้องภายใต้นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์จากแบรนด์ล็อคไทท์

เฮงเค็ลประกาศครอบครองกิจการ

ในเดือนมิถุนายน 2557 เฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ ลงนามในข้อตกลงเรื่องกองทุน ที่ให้คำปรึกษาโดย บีซี พาร์ทเนอร์ ที่จะเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดใน บริษัท สปอทเลส กรุ๊ป เอสเอเอส ในเมืองเนยลี่ ซูร์ เซน ประเทศฝรั่งเศส การซื้อขายรวมหนี้ มีมูลค่าราว 940 ล้านยูโร และจะถูกชำระด้วยเงินสด บริษัท สปอทเลส กรุ๊ป ดำเนินธุรกิจด้านผลิตภัณฑ์ซักล้าง (แผ่นซักล้าง ผลิตภัณฑ์ขจัดคราบ สีย้อมผ้า) ผลิตภัณฑ์กำจัดแมลง และผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ในภูมิภาคยุโรปตะวันตก แบรนด์ชั้นนำของบริษัทฯรวมไปถึง โอว เอกาเลท ดิยง เกรย แอนด์ แคช ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 บริษัทฯ มียอดขายราว 280 ล้านยูโร บริษัท สปอทเลส กรุ๊ป ครองตำแหน่งผู้นำในตลาดยุโรป เช่น ฝรั่งเศส อิตาลี สเปน เบเนลักซ์ และสหราชอาณาจักร และมีพนักงานราว 470 คน

เฮงเค็ลยังลงนามข้อตกลงกับทีเอสจี คอนซูเมอร์ พาร์ทเนอร์ส ซานฟรานซิสโก สหรัฐอเมริกาเพื่อครอบครองกิจการของสามบริษัทดูแลเส้นผมระดับมืออาชีพของสหรัฐอเมริกาทั้งเซ็กซี่แฮร์ อัลเทอร์นาและเคนร่าด้วยเงินสดประมาณ 270 ล้านยูโร ธุรกิจเหล่านี้จะเสริมความแข็งแกร่งให้ผลิตภัณฑ์เส้นผมระดับมืออาชีพในสหรัฐอเมริกาของเฮงเค็ลโดยเฉพาะการดูแลและตกแต่งผม การครอบครองกิจการจะทำให้เฮงเค็ลเป็นหนึ่งในบริษัทชั้นนำในตลาดเส้นผมระดับมืออาชีพที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก บริษัทที่ถูกครอบครองกิจการมียอดขายราว 140 ล้านยูโรในปีงบประมาณ 2556

ในเดือนกันยายน 2557 เฮงเค็ลลงนามข้อตกลงเข้าซื้อกิจการของเบิร์กควิสต์ คอมพานี บริษัทเอกชนผู้ผลิตวัตถุดิบที่เป็นผู้นำด้านโซลูชั่นส์การจัดการความร้อนสำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลก เบิร์กควิสต์มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ในเมืองชานฮาสเซน รัฐมินนิโซตาของสหรัฐอเมริกา ดำเนินธุรกิจด้านโซลูชั่นส์การจัดการความร้อนสำหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ในหลายอุตสาหกรรม ตั้งแต่ยานยนต์ไปจนถึงสินค้าในครัวเรือนและอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงระบบแสงไฟแอลอีดี ทั้งในอเมริกาเหนือ เอเชีย-แปซิฟิกและยุโรป โดยในปีงบประมาณ 2556 เบิร์กควิสต์สร้างยอดขายประมาณ 130 ล้านยูโร บริษัทแห่งนี้มีพนักงานราว 1,000 คน และมีฐานการผลิตหกแห่ง ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกาห้าแห่งและในประเทศจีนหนึ่งแห่ง การครอบครองกิจการทำให้เฮงเค็ลมีความแข็งแกร่งในธุรกิจเทคโนโลยีกาวในฐานะผู้นำระดับโลก

การนำเสนอกลยุทธ์ใหม่ของเฮงเค็ลและกลยุทธ์ความยั่งยืน

ในปี 2555 เฮงเค็ลนำเสนอกลยุทธ์ใหม่และเป้าหมายทางการเงินสำหรับปี 2559 กลยุทธ์ดังกล่าวมุ่งที่ความสำคัญเชิงกลยุทธ์คือก้าวล้ำ ก้าวไกล เรียบง่าย และจุดประกาย

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ยังเผยแพร่กลยุทธ์ความยั่งยืนประจำปี 2573 ซึ่งเป้าหมายหลักคือการสร้างความสำเร็จด้วยการใช้ทรัพยากรให้น้อยลงและเพิ่มประสิทธิภาพขึ้นสามเท่า กลยุทธ์ความยั่งยืนใหม่ประยุกต์ใช้กับทุกกลุ่มธุรกิจและตลอดทั้งห่วงโซ่คุณค่า

เปิดศูนย์การขนส่งผลิตภัณฑ์ดูแลความงามเอเชีย-แปซิฟิกในประเทศไทย

ศูนย์การขนส่งผลิตภัณฑ์ดูแลความงามเอเชีย-แปซิฟิกในประเทศไทยเปิดในเดือนพฤศจิกายน 2555 ทำให้มีการผนวกรวมการขนส่งจากเยอรมนีและผลิตภัณฑ์ที่ผลิตในประเทศ ตอบสนองทุกประเทศในเอเชีย-แปซิฟิกอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

อัตลักษณ์ใหม่ของบริษัท

เฮงเค็ลเปิดตัวอัตลักษณ์ใหม่ของบริษัทเพื่อให้เชื่อมโยงกับภารกิจใหม่ “เรามุ่งมั่นสู่ความเป็นเลิศ”

  

เปิดตัว ฟอร์ชเชอร์เวลท์

เฮงเค็ลเปิดตัว “ฟอร์ชเชอร์เวลท์” ความคิดริเริ่มด้านการศึกษาสำหรับเด็กๆ เพื่อสนับสนุนความสนใจของเด็กๆในเรื่องการวิจัยและวิทยาศาสตร์

การพัฒนาวัฒนธรรมองค์กร

เฮงเค็ลพัฒนาวัฒนธรรมองค์กรเพื่อตอบสนองต่อความเป็นสากลและความแตกต่างที่เติบโตขึ้นภายในองค์กร วิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและค่านิยมร่วม ถูกใช้เพื่อกำหนดเป้าหมาย แนวทางปฏิบัติงาน และระบุเอกลักษณ์ของพนักงานทั่วโลก วิสัยทัศน์ของการเป็น “ผู้นำระดับโลกในด้านแบรนด์และเทคโนโลยี” แสดงถึงความทะเยอทะยานของพนักงานทุกคนและการมุ่งสู่ความสำเร็จนี้ พนักงานทุกคนที่เฮงเค็ลได้รับการชี้แนะด้านการดำเนินงานในแต่ละวัน บนค่านิยม 5 ประการ คือ ลูกค้า พนักงาน ผลประกอบการ ความยั่งยืน และ การดำเนินธุรกิจแบบครอบครัว

เปิดโรงงานผลิตภัณฑ์ดูแลความงามยามาฮัทสึ

โรงงานผลิตภัณฑ์ดูแลความงามยามาฮัทสึเปิดทำการเพื่อผลิตผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ตอบสนองความต้องการในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก

การครอบครองกิจการธุรกิจกาวและวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ของเนชั่นแนล สตาร์ช

ในปี 2551 เฮงเค็ลซื้อกิจการกาวและวัสดุอิเล็กทรอนิกส์ของอั๊คโซ่โนเบล ซึ่งก่อนหน้านี้เป็นของบริษัทเนชั่นแนล สตาร์ช ทำให้กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาวมีสัดส่วนยอดขายสูงที่สุดของเฮงเค็ล การครอบครองกิจการของกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาวมุ่งเน้นเสริมความแข็งแกร่งด้านบรรจุภัณฑ์ กาวไม้และอิเล็กทรอนิกส์

บริษัทเปลี่ยนชื่อเป็น เฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ

หลังจากการประชุมสามัญประจำปีเมื่อวันที่ 14 เมษายน เฮงเค็ล เมเนจเม้นท์ เอจี ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นพาร์ทเนอร์ผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวของเฮงเค็ล เคจีเอเอ ดังนั้น บริษัทจึงได้รับการเปลี่ยนชื่อเป็นเฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ

สำนักงานของเฮงเค็ล ประเทศไทย

สำนักงานของเฮงเค็ล ประเทศไทย

ก่อตั้งสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ

เฮงเค็ล ประเทศไทยก่อตั้งสำนักงานใหญ่ที่เซ็นทรัลเวิลด์ กรุงเทพฯ

การครอบครองกิจการเดอะ ไดอัล คอร์ปอเรชั่น

เฮงเค็ลซื้อบริษัทเดอะ ไดอัล คอร์ปอเรชั่นจากสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้ผลิตผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนและผลิตภัณฑ์ดูแลเรือนร่าง กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกอบด้วยสบู่ก้อน สบู่เหลวและเจลอาบน้ำในธุรกิจดูแลเรือนร่าง รวมถึงผงซักฟอกและผลิตภัณฑ์ปรับอากาศ

ชวาร์สคอฟ เอ เอส เค อคาเดมีแห่งแรกในประเทศไทย

ทีมผลิตภัณฑ์ดูแลความงามระดับมืออาชีพของเฮงเค็ล ประเทศไทยเปิด เอ เอส เค อคาเดมีแห่งแรก

การขายบริษัทค็อกนิส

บริษัทค็อกนิสถูกจำหน่ายให้แก่กิจการค้าร่วมของนักลงทุน

การครอบครองกิจการล็อคไทท์

เฮงเค็ลเข้าครอบครองหุ้นทั้งหมดของบริษัท ล็อคไทท์ คอร์ปอเรชั่น ล็อคไทท์คือกาวสำหรับงานฝีมือและใช้งานในครัวเรือน กาวเฉพาะทางชั้นนำของโลกสำหรับงานวิศวกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระบวนการติดไมโครอิเล็กทรอนิกส์ สำหรับการพัฒนาอุปกรณ์ที่เล็กลง

การผนวกรวมล็อคไทท์ ทำให้เฮงเค็ลประสบความสำเร็จในการเป็นผู้นำในตลาดโลกในธุรกิจกาว และยังทำให้บริษัทสามารถปรับปรุงโครงสร้างยอดขายในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก ปัจจุบัน ล็อคไทท์คือแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาว

การขยายธุรกิจในเอเชียแปซิฟิก

เฮงเค็ลขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกด้วยการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน การจัดตั้งบริษัทใหม่ และการควบรวมกิจการอันหลากหลาย เฮงเค็ลเปิดศูนย์ฝึกอบรมบริหารจัดการ เฮงเค็ล เจียวทง ในเซี่ยงไฮ้ ซึ่งเป็นโครงการที่ทำร่วมกับ เฮงเค็ล (ไชน่า) อินเวสเม้นท์ จำกัด และ มหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้ เจียวทง

การครอบครองกิจการชวาร์สคอฟ

ในเดือนกรกฎาคม 2538 เฮงเค็ลครอบครองกิจการของชวาร์สคอฟซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของบริษัทมาจนถึงทุกวันนี้ การซื้อกิจการดังกล่าวทำให้เฮงเค็ลสามารถเพิ่มยอดขายกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลความงามได้เท่าตัว ชวาร์สคอฟเป็นหนึ่งในแบรนด์เครื่องสำอางดูแลเส้นผมชั้นนำของโลกและเป็นแบรนด์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดของเฮงเค็ล

การก่อตั้งบริษัทค็อกนิส

ค็อกนิส บริษัทเทคโนโลยีชีวภาพและเทคโนโลยีสิ่งแวดล้อม ได้รับการก่อตั้งในฐานะบริษัทย่อยของเฮงเค็ล  (ในปี 2537 ถูกบูรณาการรวมกับเซ็นทรัล รีเสิร์ช)

ก้าวสู่ตลาดใหม่ๆ

เฮงเค็ลเริ่มต้นเข้าสู่ตลาดใหม่ๆในยุโรปตะวันออกด้วยการลงทุนอันหลากหลาย และการจัดตั้งบริษัทร่วมทุน ในประเทศรัสเซีย โปแลนด์ ฮังการี และสโลเวเนีย

นอกจากนั้น เฮงเค็ลยังได้เริ่มจัดตั้งบริษัทร่วมทุนในประเทศจีน กับบริษัทเซี่ยงไฮ้ เฮงเค็ล เคมิคอล จำกัด ซึ่งมีฐานการผลิตอยู่ที่เมืองกู่ หลาง ลู่

การประชุมสามัญประจำปีต่อสาธารณชนครั้งแรก

ในปี 2529 เฮงเค็ล เคจีเอเอ จัดการประชุมสามัญประจำปีต่อสาธารณชน ณ ศาลากลางแห่งเมืองดุสเซลดอร์ฟ ข้อมูลสำหรับผู้ถือหุ้นถูกตีพิมพ์เป็นครั้งแรก

เฮงเค็ล สู่การเป็นบริษัทมหาชน

ในวันที่ 11 ตุลาคม เฮงเค็ลกลายสภาพเป็นบริษัทมหาชน มีการออกหุ้มบุริมสิทธิโดยไม่มีสิทธิออกเสียง ในบริบทนี้ งบการเงินของเฮงเค็ลทั่วโลกจึงถูกเผยแพร่ต่อสาธารณชนเป็นครั้งแรก

เฮงเค็ล จีเอ็มบีเอช พลิกโฉมสู่ เฮงเค็ล เคจีเอเอ

ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม เฮงเค็ล จีเอ็มบีเอช พลิกโฉมสู่การเป็น เฮงเค็ล เคจีเอเอ หรือ Henkel Kommanditgesellschaft auf Aktien (KGaA) ซึ่งเป็นบริษัทจำกัด ตามสัดส่วนหุ้น คณะกรรมการผู้ถือหุ้นได้รับการจัดตั้งเพื่อทำหน้าที่ในการตัดสินใจให้แก่บริษัทในเครือเฮงเค็ล

สำนักงานของเฮงเค็ล ประเทศไทยในอดีต

สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่บนถนนราชเทวี

การก่อตั้งเฮงเค็ล ประเทศไทย

เฮงเค็ล ประเทศไทยก่อตั้งในปี 2515 เพื่อซื้อขายผลิตภัณฑ์กาว ไทยเป็นประเทศแรกของเฮงเค็ลในการดำเนินธุรกิจในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เปิดโรงงานกาวแห่งแรกในปี 2523

กาวล็อคไทท์ตัวแรก

ในปี 2502 ศาสตราจารย์เวอร์นอน ครีเบิลนำเสนอ “น้ำยาล็อคเกลียว ล็อคไทท์” ครีเบิลให้คำมั่นว่ากาวประเภทนี้จะช่วยแก้ปัญหาน็อตและสกรูคลายตัวในเครื่องจักรกล เขาจับมือกับเพื่อนบ้านอย่างพอล จี. ฮาวีแลนด์ ก่อตั้งอเมริกัน ซีลแลนท์ คอมพานีในฮาร์ตฟอร์ด คอนเนกติกัต สหรัฐอเมริกา โดยในปี พ.ศ. 2506 บริษัทดังกล่าวได้เปลี่ยนชื่อเป็นล็อคไทท์ คอร์ปอเรชั่น

ในปี 2528 เฮงเค็ลซื้อหุ้นสามัญของล็อคไทท์เพียงแค่ 25 เปอร์เซ็นต์จากครอบครัวของครีเบิล ก่อนที่จะขยายจำนวนหุ้นอีกหลายครั้งเป็น 35 เปอร์เซ็นต์ในปี 2539 เฮงเค็ลเข้าครอบครองกิจการของล็อคไทท์ทั้งหมดในปี 2540 ปัจจุบัน ล็อคไทท์เป็นแบรนด์ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาว

เปิดตัวผงล้างจานพริล

ผงล้างจานพริล ผงล้างจานสำหรับใช้ในครัวเรือน เปิดตัวในปี 2494

ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผมโพลี คัลเลอร์

ภาพด้านบนเป็นบรรจุภัณฑ์ย้อมสีผมในปี 2493 เธอราเคมีเริ่มทำตลาดน้ำยาเปลี่ยนสีผมในปี 2490 เฮงเค็ลรุกธุรกิจเครื่องสำอางด้วยการเข้าครอบครองกิจการของเธอราเคมีในปี 2493

โรงเรียนอนุบาลในพื้นที่โรงงานแห่งแรกของเฮงเค็ล

เฮงเค็ลเปิดโรงเรียนอนุบาลในเขตพื้นที่โรงงานใน เขตโฮลท์เฮาว์เซ่น เมืองดุสเซลดอร์ฟ (ปัจจุบันชื่อโรงเรียนเกอด้า เฮงเค็ล กีตา)

ธุรกิจร้านเสริมสวย

ในปี 2473 ชวาร์สคอฟเริ่มธุรกิจร้านเสริมสวย

พี3 ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับอุตสาหกรรมตัวแรก

ในปีพ.ศ. 2472 เฮงเค็ลขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสำหรับภาคอุตสาหกรรมในชื่อพี3 ซึ่งสามารถขจัดฝุ่นหรือรอยเปื้อนบนพื้นผิวแข็งได้

กาวชนิดแรกของเฮงเค็ล

ในช่วงเริ่มต้นของเฮงเค็ล ในห้องเก็บของของอาคารแผนกบรรจุภัณฑ์ในเขตโฮลท์เฮาว์เซ่น เฮงเค็ลได้เริ่มผลิตกาวสำหรับยึดเกาะ ได้แก่ ซูล่า (กาวสำหรับกระดาษ) เดอซูล่า (กาวสำหรับกระดาษแข็ง) และบูบา (กาวสำหรับหีบห่อ) ในช่วงปีแรก กาวปริมาณกว่า 123 ตันถูกผลิตขึ้นสำหรับการใช้งานภายในบริษัท ในปี 2466 เฮงเค็ลจำหน่ายกาวให้แก่บริษัทที่ตั้งอยู่บริเวณใกล้เคียงเป็นครั้งแรก ตั้งแต่ปี 2471 เป็นต้นมา เฮงเค็ลเริ่มส่งออกกาวสู่ต่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศในยุโรป และตั้งแต่ปี 2472 เฮงเค็ลส่งออกกาวไปยังออสเตรเลียและประเทศในทวีปอเมริกาใต้
   

การปรากฏตัวครั้งแรกของ “สุภาพสตรีชุดขาว”

โฆษณาชิ้นแรกของกาวเพอร์ซิลมาพร้อมกับการปรากฏตัวของ “สุภาพสตรีชุดขาว”

เพอร์ซิล – ผงซักฟอกขจัดคราบที่สลายตัวในน้ำได้โดยไม่ต้องขยี้เป็นตัวแรกของโลก

ในปี พ.ศ. 2450 เปิดตัวเพอร์ซิลผงซักฟอกที่ทำปฏิกิริยาขจัดคราบได้ด้วยตัวเองโดยไม่ต้องขยี้ เป็นตัวแรกของโลก ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตของเฮงเค็ลตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ผงซักฟอกซึ่งทำความสะอาดและฟอกผ้าโดยปราศจากคลอรีน ซึ่งไม่เพียงลดภาระการขยี้และซักด้วยมือซึ่งทำให้เนื้อผ้าเสียหายเท่านั้น แต่ยังเพิ่มสุขอนามัยในครัวเรือนอีกด้วย ถือเป็นการยกระดับพัฒนาการในสังคมโดยตรงของเฮงเค็ล ปัจจุบัน เพอร์ซิลคือผงซักฟอกอันดับหนึ่งในเยอรมนีและเป็นหนึ่งในแบรนด์ชั้นนำของธุรกิจผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน

ชัมพูน ผงสระผมตัวแรกของเยอรมนี

ในปี พ.ศ. 2446 ชวาร์สคอฟเปิดตัวชัมพู (ราคา 20 เฟนนิก) ผงสระผมตัวแรกในตลาดเยอรมนี บรรจุภัณฑ์เป็นที่รู้จักกันดีด้วยโลโก้เงาสีดำ ใบหน้าและศีรษะสีดำ ความสำเร็จของชัมพูนกระตุ้นให้ฮานส์ ชวาร์สคอฟยกเลิกการทำธุรกิจร้านขายยาเพื่อให้ความสำคัญกับการผลิตและการตลาด

ก่อตั้งชวาร์สคอฟ

ในปี พ.ศ. 2441 ฮานส์ ชวาร์สคอฟ นักเคมีที่ได้รับการอนุมัติจากทางการได้ซื้อกิจการสีย้อม ยาและเครื่องหอมในเบอร์ลิน-ชาร์ลอตเตนเบิร์ก ชวาร์สคอฟเป็นส่วนหนึ่งของเฮงเค็ลในการครอบครองกิจการในปี 2538 นับตั้งแต่ปี 2441 ชื่อชวาร์สคอฟเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของการดูแลเส้นผมและเพียบพร้อมด้วยคุณค่าทั้งความทันสมัย คุณภาพสูงและความแข็งแกร่งด้านนวัตกรรม ทำให้ชวาร์สคอฟเป็น
แบรนด์หลักที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสร้างกลุ่มแบรนด์ที่แตกต่างเพื่อตอบสนองลูกค้าผู้บริโภคของเราและธุรกิจซาลอนเส้นผมระดับนานาชาติอย่างชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล

ความสำเร็จครั้งแรกกับผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้า อย่าง บลีช-โซดา (บลีชชิ่ง โซดา) ของเฮงเค็ล

ในปี พ.ศ. 2421 ผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้าตัวแรกของเฮงเค็ลได้รับการเปิดตัว บลีชชิงโซดาซึ่งเกิดจากการวิจัยของ
ฟริทซ์ เฮงเค็ลผลิตจากโซเดียมซิลิเกตและโซดาแคลไซน์ (ปราศจากน้ำ) ในปีเดียวกันนั้น เฮงเค็ลยังเริ่มส่งออกผลิตภัณฑ์สู่ต่างประเทศ บลีช-โซดาของเฮงเค็ลจำนวน 200 กล่องและยูนิเวอร์แซล-วอชมิทเทล 200 ปอนด์ถูกส่งไปยังประเทศสวิสเซอร์แลนด์

ย้ายสู่เมืองดุสเซลดอร์ฟ

ด้วยรากฐานความสำเร็จจากผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้าตัวแรกอย่างบลีช-โซดา (บลีชชิงโซดา) ของเฮงเค็ล ฟริทซ์
เฮงเค็ล ได้ย้ายบริษัทของเขาไปสู่เมืองดุสเซลดอร์ฟในปี พ.ศ. 2421 ในช่วงแรก เขาเช่าโรงงานในเขตฟรินเกิร์น ก่อนที่จะสร้างโรงงานขึ้นมาใหม่ในดุสเซลดอล์ฟ-โอเวอร์บิลก์ในปี 2423 ขณะที่ในปี 2442 ฟริทซ์ เฮงเค็ล ซื้อที่ดินในโฮลต์เทาเซนที่เคยเป็นชานเมืองดุสเซลดอร์ฟ ในปีเดียวกันนั้น เขาเริ่มสร้างโรงงานบลีชชิง โซดา โรงงานโซเดียมซิลิเกต โรงต้มที่มีห้องปฏิบัติการ และอาคารสำนักงาน และมีการเริ่มผลิตในโรงงานแห่งใหม่ในเดือนมีนาคม 2443
 

ฟริทซ์ เฮงเค็ล ก่อตั้งบริษัทผงซักฟอกในชื่อเฮงเค็ล

ในวันที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2419 ฟริทซ์ เฮงเค็ลวัย 28 ปี และหุ้นส่วนผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอีกสองคน ได้ก่อตั้งบริษัทเฮงเค็ล แอนด์ ซี ที่เมืองอาเคิน ผลิตภัณฑ์ที่ปล่อยออกมาตัวแรกคือผงซักฟอกที่มีส่วนผสมหลักเป็นโซเดียมซิลิเกตซึ่งใช้ชื่อว่ายูนิเวอร์แซล-วาชมิทเทล โดยมีความแตกต่างจากผลิตภัณฑ์ที่คล้ายคลึงกันซึ่งสมัยนั้นยังไม่จำหน่ายเป็นเรื่องเป็นราว ผงซักฟอกขจัดคราบฝังลึกนี้วางจำหน่ายโดยบรรจุในซองขนาดเหมาะมือ