ประวัติความเป็นมาของบริษัท

จุดเริ่มต้นของบริษัทเกิดขึ้นนับตั้งแต่วันที่เราพบกับพ่อค้าวัย 28 ปีที่สนใจวิทยาศาสตร์อย่าง ฟริทซ์ เฮงเค็ล ในวันที่ 26  กันยายน ค.ศ. 1876 เขาและหุ้นส่วนอีกสองคนได้ร่วมก่อตั้งบริษัทเฮงเค็ล แอนด์ ซี ที่เมืองอาเคิน และปล่อยผลิตภัณฑ์ตัวแรกออกสู่ตลาดนั่นคือ ผงซักฟอกครอบจักรวาลที่มีส่วนผสมหลักของซิลิเกต

ช่วงปีต่อมา กลุ่มผู้ประกอบการธุรกิจแบบครอบครัวชาวเยอรมนีกลุ่มนี้ร่วมกับพนักงานกว่าพันชีวิตได้ก่อร่างสร้างเฮงเค็ลให้ก้าวสู่บริษัทระดับโลกที่มีสาขาใน 125 ประเทศ

1876

ฟริทซ์ เฮงเค็ลวัย 28 ปี และหุ้นส่วนผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทอีกสองคน ได้ก่อตั้งบริษัทเฮงเค็ล แอนด์ ซี ที่เมืองอาเคิน ในวันที่ 26 กันยายน ค.ศ. 1876 ผลิตภัณพ์ที่ปล่อยออกมาตัวแรกคือผงซักฟอกที่มีส่วนผสมหลักเป็นแก้วเหลว ต่างจากผลิตภัณฑ์ประเภทเดียวกัน ซึ่งสมัยนั้นยังไม่จำหน่ายเป็นเรื่องเป็นราว ผงซักฟอกขจัดคราบฝังลึกนี้วางจำหน่ายโดยบรรจุในกล่องขนาดเหมาะมือ

ที่ประเทศแคนาดา ณ เกาะพริ้นซ์ เอ็ดเวิร์ด วิลเลี่ยม อี เลอพาจ ได้ค้นพบวิธีผลิตกาวจากปลา เขาได้ก่อตั้งบริษัทของตนเอง ต่อมาไม่นานก็ได้กลายเป็นผู้จัดส่งหลักให้กับลูกค้าในประเทศแคนาดาสหรัฐอเมริกาและทวีปยุโรป หลังจากที่เข้าครอบครองกิจการของเลอพาจ ในปีค.ศ. 1995 เฮงเค็ลกลายเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์กาวเพื่องานช่างฝีมือ และกลุ่มงานประดิษฐ์ด้วยตนเอง ของประเทศแคนาดา


1877

เอิร์นส์ ซิกลิน (1848-1927) เริ่มผลิตผงซักฟอกที่เมืองอาเคิน ผนวกกับที่ดร.ริชาร์ด ทอมป์สันที่เมืองแบร๊ดฟอร์ด ประเทศอังกฤษ ที่ประสบความสำเร็จในการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ซักฟอกจากรูปสบู่ให้กลายเป็นแบบผงซิกลิน ได้รับสิทธิ์การจัดจำหน่ายให้ประเทศเยอรมนี เนเธอแลนด์ และเบลเยี่ยมแต่เพียงผู้เดียว ในปีค.ศ. 1880 เฮงเค็ลได้ถือหุ้นในบริษัทจำกัดของดร.ทอมป์สันที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ ในปีค.ศ.1929 และกลายเป็นผู้ถือหุ้นเพียงรายเดียวในปีค.ศ. 1933

1878

ผงซักฟอกตราสินค้าสัญชาติเยอรมนีรายแรกออกสู่สารธารณะ ผงซักฟอก (บลีชชิ่งโซดา) ของเฮงเค็ลเป็นสินค้าที่ราคาไม่แพง บรรจุในถุงกระดาษทนทาน ผลิตจากแก้วเหลวและโซดา เป็นผลมาจากการวิจัยของตัวฟริทซ์ เฮงเค็ลเอง โซดานี้ได้มาจาก แมทส์ แอนด์ เวเบอร์ ในเมืองดุยส์เบิร์ก เฮงเค็ลซื้อบริษัทนี้ในปีค.ศ. 1917 และขายในปีค.ศ. 1994

เพื่อพัฒนาระบบขนส่งให้เชื่อมโยงดีขึ้นและเปิดโอกาสในการจำหน่ายสินค้า เฮงเค็ลได้ย้ายที่ทำการของบริษัทไปยังเมืองดูสเซลดอร์ฟ บริเวณแม่น้ำไรน์ เมืองดูสเซลดอร์ฟเป็นประตูสู่ดินแดนเขตรูร์ ที่กลายเป็นเขตอุตสหกรรมที่สำคัญที่สุดของจักรวรรดิเยอรมนีตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 เป็นต้นมา

1879

ฟริทซ์ เฮงเค็ลได้ขึ้นทะเบียนให้เป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียว ผงซักฟอกของเฮงเค็ลมียอดขายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ภายในเวลาเพียงแค่หนึ่งปีโรงงานที่เช่าตั้งอยู่บนถนน ชูทเซ็นสแตรสส์ ในเมืองดูสเซลดอร์ฟก็ไม่สามารถผลิตได้ทันความต้องการของตลาด ฟริทซ์ เฮงเค็ลจึงตัดสินใจสร้างโรงงานของตนเอง พร้อมสร้างทางรถไฟเชื่อมต่ออีกด้วย

เอิร์นส์ ซิกลิน ได้จำหน่ายผงซักฟอกของตนโดยทำบรรจุภัณฑ์และราคาตายตัว พร้อมติดตราสินค้า ชวอน – ผงซักฟอกของดร.ทอมป์สัน ถือเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่มีตราสินค้าของประเทศเยอรมนี

1880

เฮงเค็ลได้ซื้อที่ดินแปลงหนึ่งที่ถนนเกรเรอไซเมอร์ ในเมืองดูสเซลดอร์ฟ-โอเบอร์บิลค์ ในเดือนตุลาคม ปีค.ศ. 1880 บริษัทได้เริ่มสร้างโรงงานใหม่


1881

ณ เมืองฮันโนเวอร์ ประเทศเยอรมนี เฟอร์ดินานด์ ซิเชล (1859 - 1930) ประสบความสำเร็จในการผลิตกาวเพื่อการตกแต่งพร้อมใช้ตัวแรกของโลก เฮงเค็ลได้เข้าถือกรรมสิทธิ์ในบริษัท ซิเชล แวร์ก เอจี ฮันโนเวอร์ ในปีค.ศ. 1962

ณ เมืองเคมนิทซ์ ทีโอดอร์ โบห์เมอร์ ได้ก่อตั้งธุรกิจจำหน่ายเภสัชภัณฑ์ สีย้อม และผลิตภัณฑ์เทคนิคต่างๆ ในปีค.ศ. 1902  บริษัทได้เริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ขัดพื้นของตน ในชื่อ ชีรินเนอร์ และในปีค.ศ. 1906 โรงงานเคมีผลิตน้ำมันและไขมันซัลโฟเนต เฮงเค็ลได้ถือหุ้นในบริษัท โบห์เมอร์ เฟทท์ชิมี ในเมืองเคมนิทซ์ ในปีค.ศ. 1935 และเข้าถือหุ้นที่เหลือในปีค.ศ. 1941

1882

ปลายเดือนมิถุนายน พนักงานโรงงานของเฮงเค็ลจำนวน 19 คน จำเป็นต้องเข้าร่วมกองทุนช่วยพนักงานโรงงานทั่วไปในเมืองดูสเซลดอร์ฟ ("Allgemeine Fabrikarbeiter-Unterstützungskasse in Düsseldorf") ในปีค.ศ. 1883 เริ่มมีการประกาศใช้การประกันสุขภาพตามกฎหมาย ในประเทศเยอรมนี และในปีค.ศ. 1884 มีการจัดตั้งกองทุนร่วมระหว่างท้องถิ่นด้านค่ารักษาพยาบาลในเมืองดูสเซลดอร์ฟ ซึ่งพนักงานโรงงานทุกคนเข้าร่วม

1883

เพื่อสร้างสภาพคล่องและเพื่อการเดินทางของพนักงานขายตามบ้านของบริษัทมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ฟริทซ์ เฮงเค็ลได้ตัดสินใจจำหน่ายผลิตภัณฑ์เพิ่มเติมนอกจากผงซักฟอกของตน การจำหน่ายเริ่มต้นขึ้นในปีค.ศ. 1884  ผลิตภัณฑ์เหล่านี้รวมไปถึงสารซักล้างสีฟ้า แป้งซักฟอก น้ำยาทำความสะอาด ขี้ผึ้งทำความสะอาด สารสกัดจากเนื้อวัว และขี้ผึ้งใส่ผม

1884

เพื่อจะได้ไม่ต้องพึ่งพาวัตถุดิบจากตัวแทนข้างนอกและเพื่อผลิตแก้วเหลวคุณภาพสูงของบริษัทเอง ฟริทช์ เฮงเค็ล ได้ซื้อไรน์นิสเชอ แวซเซอร์กลาสแฟบลิค จากอดีตผู้ร่วมทำธุรกิจและได้ขนย้ายโรงงานและอุปกรณ์ทั้งหมดมายังเมืองดูสเซลดอร์ฟ

โรงงานเคมีแลนด์ชออฟ แอนด์ เมเยอร์ ได้ถูกก่อตั้งขึ้นที่เบอร์ลิน กรูโน ในปีค.ศ. 1986 เฮงเค็ลได้ซื้อหุ้นโรงงานชิมมิสเชอร์ แฟบริค กรูโน ซึ่งได้ย้ายที่ตั้งไปยังเมืองอิลเลิร์ทติสเซน ในรัฐบาวาเรียหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง

1885

เฮงเค็ลได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในงานนิทรรศการนอกประเทศเยอรมนีเป็นครั้งแรก นั่นคืองานนิทรรศการอุตสาหกรรมนานาชาติ ที่เมืองอันท์เวิร์พ และได้รับใบประกาศเกียรติคุณในปีค.ศ. 1886

เฮงเค็ลได้ร่วมทำประกันเงินทดแทนคนงานของอุตสาหกรรมเคมี (Berufsgenossenschaft der Chemischen Industrie) ที่ได้ก่อตั้งขึ้นในจักรวรรดิเยอรมนี


1886

ในออสเตรีย เฮงเค็ลเปิดสำนักงานขายแห่งแรกนอกประเทศเยอรมนี คาร์ล พาเทอะ ได้ไปเป็นตัวแทน ณ กรุงเวียนนา หนึ่งปีก่อนหน้านั้น

ที่บริษัทเอเมอรี่ ในเมืองซินซินนาติ รัฐโอไฮโอ นักเคมีนามเอิร์นส์ ทิวท์เชลล์ ได้เริ่มทำวิจัยเรื่องโอลีโอเคมีอย่างจริงจัง ในปีค.ศ. 1900 เขาได้พัฒนากรรมวิธีที่เรียกว่าทวิทเชลล์ เฮงเค็ลได้ใช้กรรมวิธีนี้ในโรงงานทำปฏิกิริยาย่อยสลายไขมันด้วยน้ำแห่งแรก ในปีค.ศ. 1909 บริษัทลูกอย่างเอ็มเมอรี่ อินดัสตรี อินคอปอเรชั่น ได้กลายเป็นสาขาของเฮงเค็ล อินคอร์ปอเรชั่น ประเทศสหรัฐอเมริกาในปัจจุบัน

1887

เริ่มต้นโดยการบรรจุและจัดจำหน่ายชาของเฮงเค็ลทั่วโลก ดำเนินการต่อเนื่องจนถึงปีค.ศ. 1913 ชาของเฮงเค็ลเป็นชาที่มีตราสินค้าเป็นตัวแรกของประเทศเยอรมนี และจัดจำหน่ายอยู่ในกระป๋องตกแต่งสวยงาม และคงกลิ่นหอมของชา ในสมัยนั้นชามักเก็บและจำหน่ายโดยไม่มีกรรมวิธีเคร่งครัดจึงทำให้ชาเสียกลิ่นหอมอย่างรวดเร็ว ในช่วงขาขึ้นนี้ ชาทำยอดจำหน่ายได้มากกว่า 10 เปอร์เซ็นต์ของยอดจำหน่ายของบริษัท

1888

เฟอร์ดินานด์ ซิเชล ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปเพื่อการเตรียมพื้นผิวผนังตัวแรก กาวเพื่องานตกแต่งที่เปิดตัวในปี 1881 และผลิตภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิวผนังของซิเชลนี้ เพียงไม่นานก็ได้ปฏิวัติวิธีแบบเก่าที่ทำกันมาร่วมศตวรรษ และให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด

เตาเผาแก้วเหลวตัวที่สองได้ถูกสร้างขึ้นที่โรงงานของเฮงเค็ล ณ เมืองดูสเซลดอร์ฟ ในประเทศเยอรมนี แต่ละสัปดาห์เตาเผาแก้วเหลวนี้ใช้ทรายจำนวน 20 ตัน โซดา 10 ตัน และถ่านหิน 20 ตัน โดยใช้แรงงานคนจัดเตรียมวัตถุดิบเหล่านี้ นับเป็นงานที่ต้องใช้กำลังและมีฝุ่นละอองมาก

1889

เฮงเค็ลได้เริ่มทำธุรกิจครั้งแรกกับกลุ่มลูกค้าในประเทศเนเธอร์แลนด์และสวิสเซอร์แลนด์ ในช่วงครึ่งหลังของศตวรรษที่ 19 เฮงเค็ลได้เปิดศักราชใหม่ให้กับวงการโดยการขยายพื้นที่การจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ในแต่ละปีจะมีการไปพบปะลูกค้า 4 ครั้งต่อปี ในช่วงแรกพนักงานขายได้ออกไปพบลูกค้าในประเทศเยอรมนีฝั่งทะเลบอลติก และต่อมาได้ขยายไปยังประเทศเยอรมนีฝั่งตะวันออกและพื้นที่ภาคกลางของประเทศ ภายในปี 1896 เฮงเค็ลได้ขยายพื้นที่การจำหน่ายไปทั่วประเทศเยอรมนี

1890

เฮงเค็ลในเมืองดูสเซลดอร์ฟประสบความสำเร็จมาก ยอดจำหน่ายองค์กรนั้นสูงถึง 518,000 หน่วย ยอดการผลิตมีจำนวนถึง 1,973 ตัน ด้วยยอดการผลิตที่เติบโตสูงขึ้นเช่นนี้เฮงเค็ลจำเป็นต้องสร้างคลังสินค้าแห่งใหม่ขึ้น

1891

บริษัทอาร์ ทอมป์สัน แอนด์ โค เปลี่ยนชื่อเป็น เอิร์น ซิกลิน, แฟบริค ฟอน ด็อกเตอร์ทอมป์สัน เซเฟนพูลเวอร์ (เอิร์นส์ ซิกลิน คือโรงงานผลิตผงซักฟอกของดร.ทอมป์สัน) ต่อมาในปีค.ศ. 1896 ซิกลินได้ก่อตั้งโรงงานขึ้นในเมืองดูสเซลดอร์ฟ ปัจจุบันโรงงานแห่งนี้ดูแลสายการผลิตของบริษัททอมป์สัน-ซิเกล รวมถึงเป็นสำนักงานของเฮงเค็ล โบเทคนิค

1892

ซิเชลขยายขอบข่ายการผลิตไปสู่การผลิตสารเคลือบสิ่งทอ ผลิตภัณฑ์เฉพาะทางและผลิตภัณฑ์ยึดติดพื้นผิวสำหรับงานฝีมือและภาคอุตสาหกรรม  ในปี 1896 เฟอร์ดินานด์ ซิเชล ย้ายที่ตั้งบริษัทไปยังเมืองลิมเมอร์ในฮันโนเวอร์ ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของบริษัทดูแลการผลิตพริทท์ในเครือเฮงเค็ล

1893

เฮงเค็ลสร้างการเชื่อมต่อธุรกิจกับอังกฤษและอิตาลี

ฟริทซ์ เฮงเค็ลในวัย 17 ปี (1875 - 1930) เป็นลูกมือฝึกงานกับพ่อของเขาในโรงงาน หลังจากผ่านการฝึกงานด้านธุรกิจ เขาก็กลายมาเป็นมือขวาของพ่อช่วยทำธุรกิจ เขาสร้างชื่อผลิตภัณฑ์ของเฮงเค็ลให้มั่นคง ต่อยอดความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ให้ก้าวไกลยิ่งขึ้นไปอีก รวมทั้งยังลงพื้นที่ดูงานให้กับบริษัทอีกด้วย

1894

โรงงานเฮงเค็ลที่ถนนเกรเรอไซเมอร์เชื่อมต่อกับระบบการระบายน้ำเสียระบบใหม่ของเมืองดูสเซลดอร์ฟ ลักษณะที่ตั้งของพื้นที่โรงงานที่ค่อนข้างมีปัญหานี้ และไม่เอื้อต่อการสร้างทางเชื่อมต่อรถไฟซึ่งกำลังเป็นที่ต้องการมาก และฟริทซ์ เฮงเค็ล ตั้งความหวังไว้กับโครงการนี้เป็นอย่างมาก

1895

วันที่ 9 มีนาคม ค.ศ. 1895 โลโก้รูปสิงโตได้ปรากฏโฉมเป็นเครื่องหมายทางการค้า ตั้งแต่ปี ค.ศ.1878 ตราสินค้า ไบรท์ โซดาของเฮงเค็ลและโลโก้รูปสิงโต รวมทั้งบรรจุภัณฑ์ถุงกระดาษได้กลายมาเป็น เครื่องหมายการค้าอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

เตาแก๊ซเผาละลายตัวใหม่ได้ถูกนำมาใช้งานในโรงงานเฮงเค็ล  เนื่องจากเตาตัวนี้เป็นเตาใช้แก๊ซจึงสามารถทำงานได้ทั้งวันทั้งคืน ส่งผลให้สามารถผลิตแก้วเหลวได้ติดต่อกัน ไม่จำเป็นต้องรอผลิตเป็นรอบอีกต่อไป


1896

จดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้าของผงซักฟอกของเฮงเค็ลภายในปีค.ศ. 1896 เฮงเค็ลจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปแล้ว 280 เมืองทั่วเยอรมนี

1897

วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปทั้งหมดของเฮงเค็ลถูกขนย้ายโดยรถเทียมม้า จากปัญหาการขนส่งผนวกกับหลักพื้นฐานของนโยบายองค์กรต่างๆ ทำให้เฮงเค็ลวางแผนย้ายสถานที่ตั้งโรงงาน เพื่อให้เอื้อต่ออัตราการเติบโตที่จะเพิ่มขึ้นและเพื่อที่จะวางระบบรถไฟและสร้างทางเชื่อมต่อรถไฟได้ในที่สุด

เฮงเค็ลผลิตปุ๋ยโพแตสเซียมมาร์ติลิน ซึ่งเป็นผลิตผลจากการผลิตแก้วเหลว ปุ๋ยมาร์ติลินมีจำหน่ายครั้งแรกในปี 1898 และใช้ในการเพาะปลูกต้นยาสูบ ต้นฮ๊อป และองุ่นสำหรับผลิตไวน์

1898

หลังจากซื้อกิจการร้านขายยาและธุรกิจเครื่องหอมในชาร์ล็อตเต็นเบิร์ก กรุงเบอร์ลิน ฮานส์ ชวาร์สคอฟ (ปี 1874-1921) ได้ก่อตั้งบริษัทชวาร์สคอฟ ขึ้นซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นบริษัทเครื่องสำอางหลักของประเทศเยอรมนี  ชวาร์สคอฟเข้ามาอยู่ภายใต้  เฮงเค็ลในปีค.ศ. 1995

ในเมืองมันไฮม์  ธีโอดอร์ รอส (ปี1868-1939) นักธุรกิจก่อตั้งบริษัทเพื่อผลิตสินค้าเฉพาะทาง เริ่มแรกเขาผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลและทำความสะอาดภายในครัวเรือน และภายในโรงงาน ต่อมาบริษัทเทโรซอนในไฮเดลเบิร์กรับช่วงต่อกิจการ และเข้ามาสังกัดเฮงเค็ลในปีค.ศ. 1991

ต่อมาได้ก่อตั้งบริษัท ทรานสิเดอเร พุสต์ แอนด์ นีลนาเบอร์ ในจีสเตอมุนด์ใกล้กับเมืองเบรเมอร์เฮเวน และเมื่อบริษัท ออสการ์ นีลนาเบอร์ แอนด์ โค เอจี ซึ่งตั้งอยู่ในเขตล็อกส์เทดท์ เข้าร่วมกับเฮงเค็ล เฮงเค็ลก็ก้าวขึ้นมาสู่การเป็นผู้นำในวงการสารหล่อลื่นเพื่องานพีวีซี

1899

ฟริทซ์ เฮงเค็ลซื้อที่ดินขนาด 54,846 ตารางเมตรในเขตโฮลโทเซนไปจนถึงทิศใต้ของเมืองดูสเซลดอร์ฟ

วันที่ 22 กรกฎาคม ได้วางศิลาฤกษ์โรงงานผงซักฟอก โรงงานแก้วเหลว และโรงบอยเลอร์ ซึ่งเป็นที่ตั้งของห้องปฏิบัติการและอาคารสำนักงาน ยอดจำหน่ายแก้วเหลว ผงซักฟอกเฮงเค็ล และปุ๋ยสูงถึงหนึ่งล้านจุด ลูกค้าหลักของแก้วเหลวคือบริษัท ดีกูสส่า

1900

เดือนมีนาคม ฝ่ายผลิตเข้าทำงานในโรงงานใหม่ในโฮลโทเซน ก่อนสิ้นปีโรงงานมียอดการผลิตสูงถึง 8,225 ตัน ซึ่งมากกว่ายอดการผลิตจากโรงงานเก่าในปีค.ศ. 1899 ถึง 66 เปอร์เซนต์

ยอดขายผลซักฟอกเฮงเค็ลขนาด 500 กรัม มีมากกว่า 10 ล้านห่อ

จดทะเบียนคำว่า “ชวอน” สำหรับโรงงานผลิตผงซักฟอกเอิร์นส์ ซิกลิน ของดร.ทอมป์สัน


1901

เริ่มสร้างท่าเรือส่งสินค้าไรน์ซึ่งอยู่ใกล้เขตเรโชวซ์ ท่าเรือส่งสินค้าไรน์นี้รองรับน้ำหนักได้ 180,000 ตันตั้งแต่ปีแรกที่เปิดใช้งาน ตั้งแต่ปีค.ศ. 1908 เป็นต้นมา เฮงเค็ลขนส่งวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จโดยผ่านท่าเรือสินค้าแห่งนี้

1902

ผลิตปุ๋ยไม้ดอกออกสู่ตลาด และรักษายอดขายไว้ได้จนถึงปีค.ศ. 1917 ความสำเร็จของยอดจำหน่ายปุ๋ยตัวนี้เกิดจากส่วนผสมของปุ๋ยที่อุดมไปด้วยไนโตรเจน กรดฟอสฟอริก และซิลิกา

พื้นที่โรงงานส่วนที่ไม่ได้นำใช้ ก็ถูกนำมาใช้เป็นพื้นที่ทดลองปุ๋ยสังเคราะห์ตั้งแต่ปีค.ศ 1900 เป็นต้นมา

1903

ชวาร์สคอฟเปิดตัวผงสระผมตัวแรกออกสู่ตลาดเยอรมนี โดยใช้ชื่อ ชัมพูน ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักกันดีกับรูปภาพสัญลักษณ์คนที่มีใบหน้าและศีรษะสีดำ จนกระทั่งมีการใช้สบู่ชนิดแข็งหรือน้ำมันราคาแพงสระผม ในปีค.ศ.1904 ได้จดทะเบียนภาพนี้เป็นเครื่องหมายทางการค้าที่สำนักงานสิทธิบัตรแห่งจักรวรรดิเยอรมนี

ที่เมืองโคโลญ นักธุรกิจชื่อ ยูเจน วอล์ฟ และ ออสการ์ ซิเกล ก่อตั้งโรงงานชิมมิสเชอร์ แฟบริค ซิเกล แอนด์ โค เป็นชื่อใหม่ที่ถูกตั้งขี้นจากชื่อเดิม ซิโดล-แวร์ก ซิเกล แอนด์ โค  หลังจากที่ผลิตภัณฑ์ตัวแรกเป็นที่รู้จัก ในปีค.ศ. 1966 บริษัทได้เข้าร่วมกับบริษัททอมป์สัน และในปี ค.ศ.1969 ทั้งสองบริษัทได้รวมบริษัทกันเพื่อก่อตั้งบริษัทใหม่ภายใต้ชื่อบริษัททอมป์สัน-ซิเกล จำกัด

1904

พัฒนาผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าชื่อ ไดอาเดอร์มีน ที่ฝรั่งเศส ด้วยผลิตภัณฑ์ให้ให้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ ไดอาเดอร์มีนจึงมียอดจำหน่ายสูงมากตามร้านขายยา จนถึงปีค.ศ. 1950 ตั้งแต่ปีค.ศ. 1981 เป็นต้นมา ชื่อไดอาเดอร์มีนก็เป็นที่รู้จักในประเทศต่างๆในยุโรป ไดอาเดอร์มีนกลายมาป็นผลิตภัณฑ์หนึ่งของเฮงเค็ลตั้งแต่ปีค.ศ. 1980

ณ วันที่ 25 เดือนกรกฏาคม ฟริทซ์ เฮงเค็ล จูเนียร์ ได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนของเฮงเค็ลซึ่งได้เปลี่ยนมาเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัด จนถึงตอนนี้ โรงงานในโฮลโทเซนมีพนักงานทั้งหมด 110 คน

1905

วันที่ 25 เมษายน ดร.ฮิวโก เฮงเค็ล ( 1881-1952) ลูกชายคนสุดท้องของฟริทซ์ เฮงเค็ล ได้เข้าทำงานในบริษัท ตำแหน่งนักเคมี เขารับผิดชอบดูแลเคมีภัณฑ์ และเทคโนโลยี วางระบบการวิจัย รวมทั้งนำเทคโนโลยีสมัยใหม่และวัตถุดิบตัวใหม่เข้ามา ในปี 1908 เขาได้กลายมาเป็นหุ้นส่วนคนสำคัญของบริษัท

พนักงานหลายคนย้ายบ้านจากเมืองดูสเซลดอร์ฟมาโฮลโทเซน จำนวนอาคารบ้านเรือนในโฮลโทเซนเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวภายในระยะเวลา 5 ปีของการก่อตั้งโรงงานเฮงเค็ล จาก 90 เป็น 177 นอกจากนี้จำนวนของผู้พักอาศัยก็เพิ่มขึ้นเกือบสามเท่าคือจาก 600 เป็น 1,884


1906

เฮงเค็ลเริ่มค้นคว้าวิจัยด้านสารเคมีสำหรับการซักล้าง และสารเปอร์ออกไซด์ ดร.เฮอร์แมน ซีเบอร์ ซึ่งเป็นเพื่อนสมัยเรียนของดร.ฮิวโก เฮงเค็ล ได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ของเกลือที่มีออกซิเจนต่อการนำมาใช้เป็นสารซักฟอกในผงซักฟอก

บริษัท คอร์เดส แอนด์ โค จำกัด ตั้งขึ้นในเขตมินเดน บริษัทดังกล่าวได้กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์เพื่อการยึดติด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในหลายปีต่อมาก็เกิดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อการยึดติดจากเรซินสังเคราะห์ที่ใช้สำหรับอุตสาหกรรมแผ่นติดผนัง ในปีค.ศ. 1970 บริษัทคอร์เดสได้เข้ามาเป็นสมาชิกของเฮงเค็ล

หลังจากหกปีแห่งการผลิตของโรงงานในโฮลโทเซน ยอดขายและจำนวนพนักงานของเฮงเค็ลเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า มีจำนวนยอดขายมากกว่า 2 ล้านจุด และมีจำนวนพนักงานถึง 224 คน

1907

เดือนมิถุนายน ถือจุดกำเนิดของเพอร์ซิล ผงซักฟอกขจัดคราบที่สลายตัวในน้ำได้โดยไม่ต้องขยี้ เป็นตัวแรกของโลก ผงซักฟอกPersilได้ปฏิวัติการซักผ้าในครัวเรือน แม่บ้านทั้งหลายซักผ้าได้ขาวสะอาดหมดจด เพียงแค่ซักด้วยผงซักฟอกตัวนี้ในน้ำร้อน โดยไม่ต้องขยี้หรือฟอกผ้าเลย

ฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ. 1907 ทอมป์สันผลิตผงซักฟอกโอโซนเข้าสู่ตลาดภายใต้ชื่อ โอโซนนิต ซึ่งภายหลังถูกเปลี่ยนเป็น โอโซนนิล อย่างไรก็ตามก็ไม่อาจหยุดกระแสที่มาแรงของเพอร์ซิลได้

การก่อตั้งบริษัท เนชั่นแนล เรด ออย แอนด์ โซฟ ในเมืองนวร์ก รัฐนิวเจอร์ซี อเมริกา ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น น็อปโก้ เคมิคัลส์ ผลิตภัณฑ์ตัวแรกคือน้ำมันพืชเพื่อการย้อมผ้า ปี ค.ศ.1987 เฮงเค็ลซื้อบริษัทน็อปโก้

1908

ความสำเร็จของเพอร์ซิลเหนือความคาดหมาย ยอดการผลิตประจำปีสูงถึง 4,700 ตัน โรงงานสบู่แห่งใหม่เปิดทำการผลิตเดือนกรกฎาคม เครื่องจักรบรรจุสบู่ห่อแรกถูกนำมาใช้และได้นำเครื่องจักรบรรจุลงหีบห่อนำเข้าจากอเมริกามาใช้อีกด้วย เพียงปีเดียวเท่านั้น จำนวนพนักงานเพิ่มสูงขึ้น 50 เปอร์เซนต์ เป็น 485 คน

ในเวลาเดียวกันนี้ เริ่มมีการส่งออกผงซักฟอกเพอร์ซิล โดยมีบริษัทอัลเบิร์ท บลูม เป็นตัวแทนจำหน่ายในสวิสเซอร์แลนด์

ผลิตภัณฑ์ของชวาร์สคอฟประกอบด้วย “ชัมพูน” สามประเภท คือ ไข่,น้ำมันดิน,คาร์โมมายล์ และผลิตภัณฑ์อีกประเภทหนึ่งคือผงสีฟัน

1909

เฮงเค็ลสร้างโรงงานผลิตกรดไขมัน ซึ่งต่อมากลายเป็นโรงงานน้ำมัน โรงงานเริ่มงานจากการแยกสลายน้ำมันด้วยน้ำในเดือนธันวาคมโดยใช้กรรมวิธีทวิทเชลล์

เฮงเค็ลออกใบอนุญาตการผลิตเพอร์ซิลในฝรั่งเศสและอังกฤษ  ในฝรั่งเศสให้ผลิตโดยโซซิเอเต้ ดีเลคโตร ชิมี และในอังกฤษให้ผลิตโดยโรงงานสบู่ของบริษัทโจเซฟ ครอสฟิลด์ แอนด์ ซัน ต่อมาบริษัทยูนิลีเวอร์ได้ซื้อเครื่องหมายทางการค้าของเพอร์ซิลเพื่อใช้ในอังกฤษและฝรั่งเศส

1910

กลางเดือนเมษายน ห้องสมุดแห่งแรกของเฮงเค็ลได้ก่อตั้งขึ้น มีหนังสือทั้งหมด 2,450 เล่ม ข้อมูลจำเพาะของสิทธิบัตรก็อยู่ในห้องสมุดนี้ด้วยเช่นกัน มีการจัดตั้งแผนกเก็บรวบรวมข่าวและเอกสารสำคัญ ต่อมาได้กลายมาเป็นเอกสารธุรกิจย้อนหลังและเอกสารสำคัญของบริษัท

เฮงเค็ลค้นพบว่ากลีเซอรีนซึ่งเคยถูกมองว่าเป็นขยะนั้นสามารถทำกำไรให้ธุรกิจ      เฮงเค็ลจึงได้สร้างโรงงานผลิตกลีเซอรีนที่มีหอกลั่น เฮงเค็ลเป็นผู้ผลิตกลีเซอรีนรายใหญ่ที่สุดในยุโรปในช่วงแรกของสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง


1911

วันที่ 15 เมษายน จัดตั้งแผนกดับเพลิงของโรงงาน เริ่มแรกมีพนักงานอาสาดับเพลิง 25 คน นักดับเพลิงมืออาชีพคนแรกเข้ามาร่วมงานในปีค.ศ.1913 และมีนักดับเพลิงทำงานเต็มเวลาเพิ่มขึ้นอีกสามคนในปีค.ศ. 1914

ต่อมาเฮงเค็ลสร้างโรงงานสกัดน้ำมันแห่งแรกขึ้น เฮงเค็ลขายผลิตภัณฑ์ที่เป็นผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมัน คือ เมล็ดปาล์มและเม็ดถั่วเหลืองของเฮงเค็ล เพื่อใช้เป็นอาหารสัตว์ นอกจากนี้ เฮงเค็ลยังสร้างโรงงานผลิตกระดาษแข็งและโรงงานทดสอบการซักรีด หัวรถจักรตัวแรกของโรงงานชื่อเพอร์ซิล เดินทางได้ 2.5 กิโลเมตร ลากรถได้ 13 คัน และลากรถบรรทุกได้ 8คัน

1912

ผลิตภัณฑ์ทั้งหมดที่ผลิตในดูสเซลดอร์ฟและโฮลโทเซนเพิ่มสูงถึง 49,890 ตัน โดยผลผลิต 19,750 ตัน ของปริมาณทั้งหมดนี้เป็นผงซักฟอกเพอร์ซิลอยู่ 40 เปอร์เซนต์ โดยใช้เวลาเพียงห้าปีเท่านั้นหลังจากการปล่อยออกสู่ตลาด

จำนวนพนักงานเพิ่มขึ้นที่ 89 เปอร์เซนต์ สัมพันธ์กับปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีจำนวนพนักงานทั้งหมด 1,024 คน ซึ่งจำนวนเกือบครึ่งเป็นพนักงานหญิง

มีการจัดตั้งหน่วยปฐมพยาบาลในโรงงาน และมีการจ้างพยาบาลประจำหน่วยปฐมพยาบาล
ปีที่ผ่านมา เฮงเค็ลส่งเสริมการเล่นกีฬาและเกมต่างๆ เพื่อกระตุ้นให้พนักงานออกกำลังกายระหว่างช่วงเวลาพัก พนักงานหญิงก็สามารถเข้าโรงเรียนแม่บ้านของโรงงานระหว่างช่วงพักกลางวัน

1913

วันที่ 29 มกราคม เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัทสาขาชื่อเฮงเค็ล แอนด์ ซี เอจี ในเมืองบาเซล-แพรทเทล ในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จนกระทั่งปี 1923 จึงเหลือเพียงบริษัทสาขาพร้อมอาคารโรงงานนอกเขตเยอรมนีเท่านั้น

ในเมืองดูสเซลดอร์ฟ นักวิทยาศาสตร์ ออตโต้ คอสแซคเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ยึดติดพื้นผิว และผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลบ้านเรือน ปีค.ศ. 1925 บริษัท คอสแซค-ชิมี เข้าดูแลกิจการ บริษัท ฮูโค-เอจี ผู้ผลิตน้ำยาขัดและเคลือบเงาพื้นแบรนด์ดอมป์แฟฟ ซึ่งเป็นที่รู้จักดีในประเทศเยอรมนี   คอสแซคเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเฮงเค็ลเมื่อปีค.ศ. 1967

บริษัท โคลร็อกซ์ ได้ก่อตั้งขึ้นที่เมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย อเมริกา โคลร็อกซ์ เป็นหนึ่งผู้ผลิตเครื่องอุปโภคบริโภครายหลักของอเมริกา ในปีค.ศ. 1974 เฮงเค็ลเข้าถือหุ้นในโคลร็อกซ์ เพื่ออำนวยความสะดวกในการผลิตและขายผลิตภัณฑ์บางตัวซึ่งพัฒนาขึ้นโดยเฮงเค็ลสำหรับใช้ในครัวเรือนรวมถึงผู้บริโภครายใหญ่ในอเมริกา แคนาดา และเปอร์โตริโก

เกียฮาร์ด คอลลาดิน ชาวเยอรมัน วัย 26 ปี ก่อตั้งบริษัท ฟาเกสโค ในเมืองบาเซโลนา ประเทศเสปน ปี 1925 เขาก่อตั้งบริษัท ฟาร์บแวร์ก อาร์ดินิต จำกัด ในชูช์บาร์ค ใกล้
เมืองเฮอร์บอร์น เขตเฮส ประเทศเยอรมนี ปี 1956 เฮงเค็ลถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท อาร์ดินิต จำกัด

1914

เจมส์ เอช กราเวล ก่อตั้งบริษัท อเมริกัน เคมิคัล เพนต์ ในเมืองฟิลลาเดลเฟีย อเมริกา ผลิตภัณฑ์ตัวแรกคือดีออกซิดีน ผลิตภัณฑ์ยับยั้งสนิม เพื่ออุตสาหกรรมรถยนต์ เฮงเค็ลเข้าควบรวมกิจการในปี 1980 ซึ่งต่อมาภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็นบริษัท แอมเคม โปรดักซ์ อิงค์. ตั้งอยู่ในเมืองแอมเบลอร์ รัฐเพ็นซิลเวอร์เนีย อเมริกา

ความสำเร็จของของผลิตภัณฑ์เฮงเค็ลทำให้เกิดโรงงานผลิตผงซักฟอกแห่งใหม่ในเขตโฮลโทเซน โรงบอยเลอร์ แห่งใหม่ซึ่งมีหม้อต้มสามหม้อก็ได้เริ่มปฏิบัติการ มีการใช้พลังงานในปริมาณสูงลิบพอๆกับยอดขายผลิตภัณฑ์

ภายหลังช่วงโกลาหลของสงครามโลกครั้งที่หนึ่งในวันที่ 1 สิงหาคม วัตถุดิบต่างๆเริ่มหายากขึ้นรวมทั้งวัตถุดิบสำหรับผลิตกาวก็เริ่มขาดแคลน ห้องปฏิบัติการเริ่มต้นทดลอง
สารทดแทนกาวที่ทำจากแก้วเหลว

คลองสาขาไปสู่คลองมิตเตลแลนด์ระหว่างเขตฮันโนเวอร์และวินเดนถูกสร้างจนเสร็จสมบูรณ์ ขั้นตอนการเชื่อมต่อรถไฟถูกสร้างขึ้นต่อไปในเขตโรงงานซิเกล พร้อมกับการสร้างทางรถไฟของตัวเองเพื่อเชื่อมต่อจากโรงงาน

1915

คลาร์ค ดับเบิ้ลยู พาร์คเกอร์ ก่อตั้งบริษัท ปาร์คเกอร์ รัส-พรูฟ ในอเมริกา เขาจดทะเบียนสิทธิบัตรวิธีการยับยั้งการเกิดสนิมด้วยฟอสเฟต ภายหลังการเข้าครอบครองกิจการปาร์คเกอร์ เคมิคัล(1987) และ แอมเคม โปรดักส์ อิงค์.(1980) ซึ่งเป็นสองบริษัทผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ดูแลพื้นผิวและผลิตภัณฑ์กาว เฮงเค็ลก็เป็นที่รู้จักในตลาดอเมริกา

ห้าสิบปีหลังจากการสั่งสมประสบการณ์ด้านการค้า ฟริทซ์ เฮงเค็ลได้ก่อตั้งมูลนิธิ  “Unterstützungsfonds für Arbeiter und Angestellte" กองทุนสนับสนุนพนักงานและคนงานในโรงงาน ต่อมาก็ได้ก่อตั้งมูลนิธิเบี้ยเลี้ยงยังชีพผู้สูงอายุ "Alters- und Hinterbliebenen-Versorgung der Angestellten" ในวันครบรอบวันเกิดที่ 70 ปีของเขาในปี 1918


1916

เฮงเค็ลสร้างโรงงานแก้วเหลวแห่งใหม่ในโฮลโทเซน ซึ่งยังเปิดดำเนินการจนถึงทุกวันนี้ เนื่องจากภาวะขาดแคลนวัตถุดิบ รวมทั้งรัฐบาลสั่งควบคุมปริมาณการใช้ไขมัน ในวันทื่ 1 กันยายน ช่วงสงครามโลก ผงซักฟอกเพอร์ซิลจึงถูกผลิตเป็นผงซักฟอกเติมออกซิเจนโดยไม่มีผงสบู่

ก่อตั้ง บริษัท เททราลิน จำกัด ที่โรเดิร์ลเบน ใกล้เขตดัสโซ โรงงานผลิตเชื้อเพลิงสำหรับเรือดำน้ำ เฮงเค็ลรับช่วงต่อกิจการโดยการถือหุ้น 100 เปอร์เซนต์ และเปลี่ยนชื่อเป็น ดอยช์ ฮีดรีแวร์ก เอจี (เรียกโดยย่อว่า: ดีลฮ์แด๊กจ์) ในปีค.ศ. 1934.

1917

เฮงเค็ลเข้าถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท แมททิส แอนด์ วีเบอร์ โรงงานโซดาในเขตดุสเปิร์กกลายมาเป็นโรงงานสาขาย่อยสาขาแรกของเฮงเค็ลในเยอรมนี ปี 1994 เฮงเค็ลขายบริษัท แมททิส แอนด์ วีเบอร์ ให้กับ ดี. จอร์จ แฮร์ริส แอนด์ แอสโซซิเอท ในนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา

เนื่องจากขาดแคลนวัตถุดิบที่มีคุณภาพ ชวาร์สคอฟจึงจำป็นต้องปิดโรงงานที่กรุงเบอร์ลิน

1918

เฮงเค็ลหยุดการผลิตผงซักฟอกเพอร์ซิลและผลิตผงซักฟอกที่ใช้ในยามสงครามแทนภายใต้ชื่อ ซิล วางตลาดผลิตภัณฑ์การล้างซักรีด

ซัลโฟเนตเตตราลิน สารลดแรงตึงผิวสังเคราะห์ตัวแรกถูกผลิตขึ้นที่โรเดลเบิร์ก

1919

เจ้าของบริษัท เฮงเค็ล โอเอชจี ซึ่งก่อตั้งขึ้นโดยฟริทซ์ เฮงเค็ล รวมทั้งลูกชายทั้งสองและลูกสาวของเขาร่วมกันแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร 8 คน เพื่อแบ่งเบาภาระงานบริหารในบริษัท การบริหารงานตามโครงสร้างการบริการงานสมัยใหม่จึงเริ่มขึ้นตามความรับผิดชอบที่แตกต่างกัน

คนงานในโรงงานโฮลโทเซนทั้งสิ้น 2,138 คน ถูกเรียกตัวไปเป็นทหารระหว่างสงคราม 604 คน ในจำนวนนี้มี 71 คนที่เสียชีวิตในสนามรบ

1920

รัฐบาลผ่อนปรนการควบคุมการใช้ไขมัน เฮงเค็ลจึงสามารถผลิตเพอร์ซิลได้เป็นปกติอีกครั้งหนึ่ง บริษัทใส่คำว่า เฮงเค็ลในวงรี บนห่อผลิตภัณฑ์เป็นครั้งแรก  ผงซักแห้งรูปแบบใหม่ได้เข้ามาสู่กระบวนการผลิตผงซักฟอก และมีการแต่งตั้งสภาแรงงานชุดแรกขึ้น

วันที่ 1 มิถุนายน เฮงเค็ลปล่อยเอทีเอสู่ตลาดสำหรับเจาะกลุ่มผลิตภัณฑ์กำจัดสิ่งสกปรกและทำความสะอาดครัวเรือน จากปีค.ศ. 1924 เอทีเอ บรรจุในขวดกระดาษแข็งที่ขึ้นรูป ที่หลายทศวรรษต่อมากลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้รับความนิยม

ปีค.ศ. 1771 โรงงานสบู่ในเขตเครเฟล ที่ก่อตั้งโดยจอร์จ วิลเฮล็ม เมลส์แบค ร่วมมือกับบริษัทอีก 11 แห่ง เพื่อก่อตั้ง ไดรเออร์ริ่ง แวร์ก เคจี ขึ้น ในปี 1924 เฮงเค็ลเข้าถือหุ้นบริษัท และต่อมาในปี 1953 ได้เข้าถือหุ้นที่เหลือทั้งหมด


1921

เฮงเค็ล ได้ตั้งชื่อผลิตภัณฑ์ผงซักฟอกของตนว่า “เฮงโค” ผงซักฟอกทั้งสามตัวของเฮงเค็ลตอบโจทย์วิธีการซักผ้า ได้แก่ เฮงโคสำหรับการแช่ผ้า Persilสำหรับการซักผ้า ซิลสำหรับการล้างผ้า

วันที่ 4 สิงหาคม วางศิลาฤกษ์โรงงานเฮงเค็ลในเมืองเกนธิน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองเมคเบิร์กและเบอร์ลิน การผลิตผงซักฟอกที่ทันสมัยที่สุดเกิดขึ้นที่โรงงานแห่งนี้ในทศวรรษ 1920 ต่อมาในปีค.ศ. 1945 บริษัทกลายมาเป็นกิจการของรัฐ โดยต่อมาในปีค.ศ. 1990 เฮงเค็ลซื้อคืนกลับมา

วิลเลี่ยม โพช์ล ก่อตั้งบริษัท คีเปค ชิมมิช แฟบริค จำกัด ในเมืองบอนน์ เป็นบริษัทที่ผลิตนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะนวัตกรรมสำหรับการผลิตเครื่องหนัง หลังจากที่เฮงเค็ลเข้าบริหารบริษัท คีเปค และสาขาต่างๆในวินคอนซิล ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปี 1973 คีเปคที่ตั้งอยู่ในซีคบวร์ก ใกล้เมืองบอนน์ ก็โด่งดังด้านการเป็นผู้เชี่ยวชาญเคมีออร์แกนิกชนิดพิเศษ

1922

ตัวละครหญิงผิวขาวชื่อ ไวทส์ ดามเมอร์ เป็นตัวละครในโฆษณาที่มีชื่อเสียงของเพอร์ซิล พบได้ทั่วไปตามโปสเตอร์หรือป้ายต่างๆ นาฬิกาบอกเวลามาตรฐานตามถนน จนถึงทศวรรษ 1960  และไวทส์ ดามเมอร์กลับมาโด่งดังอีกครั้งในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา

ช่วงต้นปี เฮงเค็ลผลิตผลิตภัณฑ์เพื่อการยึดติดพื้นผิวสำหรับใช้ในโรงงาน (เพื่อติดกระดาษ บอร์ด และหีบห่อต่างๆ)

แอล.แอล.กรอมแบค และมาร์กซ์ ไอน์สไตลน์ ร่วมกันก่อตั้งบริษัท แสตนดาร์ด เคมิคัล โปรดักส์ อิงค์.ในเขตโฮโบเกน นิวเจอร์ซี ประเทศสหรัฐอเมริกา โรงงานเริ่มจากผลิตสารเคมีเพื่ออุตสาหกรรมสิ่งทอ ในปีค.ศ. 1960 เฮงเค็ลเข้าครอบครองกิจการและได้เริ่มผลิตกาว
 
ในนูเรมเบิร์ก ประเทศเยอรมนี เฮงเค็ลเป็นหนึ่งในผู้ก่อตั้งฮอลซ์แวร์ก แซบเฟนดอร์ฟ   เอจี และซื้อหุ้นทั้งหมดในปีค.ศ. 1924 บริษัทกระดาษหลายแห่งเห็นด้วยกับเฮงเค็ลในการเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบอิสระ

1923

วันที่ 26 มิถุนายน เฮงเค็ลเริ่มขายกาวให้บริษัทข้างเคียงเป็นครั้งแรก และมุ่งมั่นเจาะตลาดงานตกแต่งภายในและกระดาษติดผนัง โดยให้ซิเชลเป็นผู้นำตลาดในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์

ก่อตั้งบริษัท เฮงเค็ล แอนด์ โค เอเอส ในโคเปนเฮเกน ซึ่งเป็นบริษัทนอกประเทศเยอรมนีแห่งแรก หลังจากสงครามโลกครั้งที่หนึ่ง

เอ็ม.เจ. ออสบอร์น ก่อตั้งบริษัท อิโคโนมิคส์  แลบอราทอรี่ (อีโคแลบ) ในเซนต์ปอล มินีโซต้า ประเทศสหรัฐอเมริกา ในปีค.ศ. 1989 เฮงเค็ลเป็นผู้ถือหุ้นรายย่อยของอีโคแลบ อิงค์.

กองกำลังทหารฝรั่งเศสเข้ายึดแคว้นเรอห์ของประเทศเยอรมนี ส่งผลให้ยอดขายตกและก่อให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

1924

เฮงเค็ลตั้งแผนกโกรสแวร์บราวช์ (จีเฟา) ขึ้นที่เมืองดูสเซลดอร์ฟเพื่อติดต่อกับลูกค้ารายใหญ่ โดยขายผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในบ้าน น้ำยาล้างจาน และน้ำยาฆ่าเชื้อให้กับลูกค้ารายใหญ่ เช่น บริษัทซักรีด ธุรกิจจัดเลี้ยง และโรงพยาบาล

ธีโอดอร์ รอส ได้ย้ายแผนกนี้ไปอยู่ที่เมืองเฮเดลเบิร์กและเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ ในปีค.ศ. 1926 จดทะเบียนเครื่องหมายทางการค้าแรกภายใต้ชื่อ เทโรซอน เอ็มเค 26 ซึ่งเป็นซีเมนต์ที่อยู่ในเครื่องยนต์

การเปิดตัวของเอทีเอในกลุ่มขวดกระดาษแข็งขึ้นรูป

1925

ที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน บริษัทได้เริ่มจัดหาหลักสูตรการฝึกหัดทางด้านเทคนิคและงานฝีมือให้แก่พนักงานตามความต้องการ

ปัจจุบันนี้คาดหมายว่า พนักงานที่ผ่านการฝึกอบรมควรมีความรู้ด้านเทคนิคเฉพาะ ทำงานเป็นทีมได้ มีความยืดหยุ่น และสามารถแก้ปัญหาได้ด้วยตนเอง

ก่อตั้งบริษัทเฮงเค็ล เคมิสคท์-เทคนิสคท์ อัคตี้เอโบล็อค ในสต็อกโฮม


1926

เฮงเค็ลเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของงานนิทรรศการสุขภาพ สวัสดิการสังคม และการบริหารร่างกาย "Grosse Ausstellung Düsseldorf 1926 für Gesundheitspflege, soziale Fürsorge und Leibesübungen (Gesolei)"  ที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ ประเทศเยอรมนี ในปี 1926 นิทรรศการจัดแสดงเป็นเวลา 5 เดือน และดึงดูดผู้เข้าชมงานได้มากกว่า 7.5 ล้านคน ในฐานะที่เป็นบริษัทในภาคอุตสาหกรรมเพียงรายเดียวที่เข้าร่วมงาน เฮงเค็ลจึงได้รับรางวัลเหรียญตราแห่งจักรวรรดิเยอรมนี  "โกรส เรชชมีไดลล์" ในปี 1927 ซุ้มที่จัดงานของเฮงเค็ลได้ถูกนำมารวมกับส่วนประกอบอื่นๆ ของอาคารสำนักงานบริษัท กลายเป็นอาคารเกโซเลย

1927

ระหว่างปี 1927 และ 1932 เฮงเค็ลใช้ประโยชน์จากสื่อโฆษณาแบบใหม่ ทั้งภาพยนตร์โฆษณา วิทยุ ใช้เครื่องบินพ่นควันเขียนคำโฆษณา รวมทั้งการใช้ป้ายไฟนีออนเป็นครั้งแรกและเครื่องยิงควัน

เฮงเค็ลและกลุ่ม ลีเวอร์ กรุ๊ป แบ่งพื้นที่การขายเพอร์ซิล โดยลีเวอร์ดูแลการขายในประเทศอังกฤษ และฝรั่งเศสรวมทั้งประเทศอาณานิคม ส่วนประเทศอื่นๆที่เหลือเป็นของเฮงเค็ล

1928

วางจำหน่ายกาวแห้งสู่ตลาด ตามมาด้วย“มาลา”กาวเพื่องานตกแต่งภายในที่ละลายน้ำได้ สินค้าสองชิ้นนี้เป็นสินค้าที่สำคัญในกลุ่มผลิตภัณฑ์กาวของเฮงเค็ล เริ่มมีการส่งสินค้าประเภทนี้ออกสู่ประเทศในยุโรป ต่อมาในปีค.ศ. 1929 ได้ส่งสินค้าออกไปยังประเทศออสเตรเลีย และอเมริกาใต้

โบห์มค้นพบสารสำคัญตัวใหม่ที่จะเป็นส่วนประกอบหลักของผงซักฟอก หลังจากที่นักวิจัยประสบความสำเร็จในการใช้ซัลโฟเนตกรดไขมันประเภทแอลกอฮอล์เป็นครั้งแรก นอกจากนี้ ดีลฮ์แด๊กจ์ก็ได้เริ่มสังเคราะห์กรดไขมันประเภทแอลกอฮอล์ซัลโฟเนตโดยใช้กรรมวิธีโบวโวลท์-บลองค์ (วิธีที่ลดจำนวนสารเอสเทอร์ด้วยโซเดียมและแอลกอฮอล์ซึ่งถูกค้นพบในปี 1903 โดยโบวโวลท์ และบลองค์)

1929

ดร.ฮิวโก เฮงเค็ล ได้รับแรงบันดาลใจหลังจากการไปเยี่ยมดูงานที่ประเทศอเมริกา จึงได้เริ่มทดสอบประโยชน์ของฟอสเฟตเพื่อการทำความสะอาดพื้นผิวเหล็กในปีค.ศ. 1928 การผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเพื่องานอุตสหากรรมและงานช่างฝีมือนี้เริ่มขึ้นในช่วงต้นของฤดูใบไม้ผลิปีค.ศ. 1929 และใช้ชื่อตราผลิตภัณฑ์เพดรี่ (พี่ทรี) ต่อมาได้กลายมาเป็นสินค้าที่สำคัญของเฮงเค็ล

เฮงเค็ลนำเสนอผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือนออกสู่ตลาดชื่อ Imi ซึ่งผลิตด้วยพื้นฐานสูตรเคมีเดียวกัน

การพัฒนาคีย์ซิน (คีย์เซลลิน คีโซลิต) สีย้อมไม้และสารชะลอการติดไฟซึ่งใช้ซิลิเกตโพแตสเซียมเป็นส่วนประกอบหลักสามารถซึมซาบเข้าไปในเนื้อไม้ และสารชะลอการติดไฟช่วยเคลือบให้ผิวแข็งแรงทนทาน ต่อมาสินค้าตัวนี้ได้กลายเป็นสินค้าต้านไฟที่สำคัญและถูกนำมาใช้เพื่อการทาปกปิดพื้นผิว

1930

ดร. เอช ซี ฟริทซ์ เฮงเค็ล จูเนียร์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 4 มกราคม ด้วยอายุเพียง 55 ปี หลังจากนั้นวันที่ 1 มีนาคม ฟริทซ์ เฮงเค็ล ผู้ก่อตั้งบริษัท และที่ปรึกษาด้านการค้าของเฮงเค็ล เสียชีวิตลงด้วยวัย 81 ปี ดร.ฮิวโก เฮงเค็ลจึงบริหารงานทั้งหมดของเฮงเค็ล

เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัท เฮงเค็ล เอเอส ในเมืองออสโล และ ก่อตั้งบริษัท โอวาย เพอร์ซิล เอบี ที่เมืองเฮลซิงกิ ในสแกนดิเนเวีย (ภายหลังในปี 1962 เปลี่ยนชื่อเป็น ซูโอเมน   เฮงเค็ล) และเข้าควบรวมกิจการกลุ่มบริษัท จีบรูเดอร์ ฟอล ที่ดูสเซลดอร์ฟ และบริษัท ลาโบ-แฟก ที่เมืองโคโลญจน์ซึ่งผลิตวัสดุปูพื้นและเฟอร์นิเจอร์


1931

โรงงานในดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซนผลิตแฟตตี้ แอลกอฮอล์มะพร้าวโดยการใช้ไฮโดรเจนแรงดันสูง มียอดผลิตสูงถึง 600 ตันในปีแรกของการผลิต

การแลกเปลี่ยนการควบคุมดูแลกิจการต่างประเทศทำให้เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัท อูเอ็มอา เอจี ในเมืองคูร์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ให้เป็นบริษัทดูแลผลประโยชน์ของเฮงเค็ลในยุโรปนอกประเทศเยอรมนี

1932

บูมิส ในเมืองเคมนิทซ์พัฒนาผงซักฟอกสังเคราะห์ไร้สบู่เป็นครั้งแรกของโลก ชื่อ ฟีวา และเข้าสู่ตลาดในปีค.ศ. 1933 ผงซักฟอกชนิดนี้มีค่าพีเอชเป็นกลาง รักษาเนื้อผ้า ใช้ซักผ้าขนสัตว์ที่เนื้อผ้าอ่อนได้

เฮงเค็ลก่อตั้ง นีเดอร์แลนด์เชอร์ เพอร์ซิล มี เอ็นเฟา ใกล้กับเมืองอูเทรชต์ในประเทศเนเธอร์แลนด์ การผลิตผงซักฟอกและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านเริ่มผลิตที่นี่เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม ซึ่งแต่ก่อนต้องสั่งนำเข้าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มาจากต่างประเทศ

ชวาร์สคอฟผลิตสินค้าใหม่หลายขนิดทั้งครีมนวดผมเพื่อเตรียมสภาพเส้นผมสำหรับร้านทำผม และยาสระผม ชัมพูน เอ็กซ์ตราไมด์ สำหรับใช้ในบ้านซึ่งเป็นแชมพูชนิดแรกที่ปราศจากสบู่ รวมถึงโอนาคาลีแชมพูตัวแรกของโลกที่ปราศจากอัลคาไลน์ สินค้าเหล่านี้ใช้สารสกัดเท็กซาพอนของดีลฮ์แด๊กจ์เป็นหลัก

1933

ดร. จอสท์ เฮงเค็ล (1909-19061) ซึ่งเป็นนักเศรษศาสตร์และเป็นลูกชายคนโตของ ดร.ฮิวโก เฮงเค็ล เข้ามาทำงานในเฮงเค็ล ตั้งแต่ปีค.ศ. 1942 เขาพาเฮงเค็ลฝ่าฟันช่วงสงครามโลกครั้งที่สองและสร้างรากฐานการขยายบริษัทจากผู้ผลิตผงซักฟอกเป็นผู้ผลิตสารเคมีรายใหญ่

นักอุตสาหกรรมชาวฝรั่งเศสชื่อเอ็ม โนมานิ ได้ก่อตั้งบริษัท โซซิเอเต้ ดีโนเวซิยอง ชิมิคส์ (ซินโนวา) ที่กรุงปารีส เริ่มทำการผลิตแฟตตี้ แอลกอฮอล์ ในปีค.ศ. 1938 ต่อมาในปีค.ศ. 1974 ก็เข้ามาสังกัดเฮงเค็ล

ก่อตั้ง โซซิเอต้า อิตาเลี่ยนนา เพอร์ซิล สปา ที่เมืองโลมาซโซ ใกล้โคโม ประเทศอิตาลี ในปีค.ศ. 1965 ได้เปลี่ยนชื่อเป็นเฮงเค็ล อิตาเลี่ยนนา สปา ประจำเมืองมิลาน ปีค.ศ. 1985 เฮงเค็ล อิตาเลี่ยนนา สปาเข้าบริหารโซซิเอต้า เออูโรเปียอา โปรดูซซิยอง แอดดีซีฟวี สปา(เซปา)ในอิตาลี

การเข้ายึดครองอำนาจในประเทศยอรมนีของนาซีส่งผลกระทบต่อเฮงเค็ล ในเดือนมีนาคม มีการแทรกแซงการเลือกตั้งของสภาแรงงาน ต่อมาในเดือนพฤษภาคมสภาแรงงานถูกลดอำนาจลงและมีการสับเปลี่ยนตำแหน่งภายใน

1934

สร้างโรงงานแห่งใหม่ที่เมืองเฮเรนท์ ประเทศเบลเยี่ยม ในเดือนมีนาคม 1935 ปล่อยสินค้าตัวแรกออกสู่ตลาด
โรงงานเด็กซ์ตรินแห่งแรกของเฮงเค็ล ตั้งอยู่ในเมืองดูสเซลดอร์ฟเด็กซ์ตรินนี้เป็นวัตถุดิบทางเลือกที่ใช้ในการผลิตกาว
ชวาร์สคอฟ ผลิตอัลคาซิดน้ำยาดัดผมถาวรตัวแรกออกมา พรัอมผลิตภัณฑ์บำรุงผม  แบรนด์เซโบริน และกลายเป็นแบรนด์ที่โด่งดังในเวลาต่อมา
 
ทำสัญญาข้อตกลงระหว่างเฮงเค็ลและบริษัท ชิมิส ฟามาเซอติส แฮนเดลส์จีเซลชาวฟ์
จำกัด (เคมพาร์) บริษัท เวชเคมี ตั้งอยู่ในเมืองแฮมเบิร์ก ก่อตั้งขึ้นในปีค.ศ. 1933 โดย แวร์เนอร์ ลุปส์ หลานของฟริทซ์ เฮงเค็ล ผู้ก่อตั้งเฮงเค็ล ภายใต้ข้อตกลงนี้เคมพาร์ถือหุ้นของสินค้าเฮงเค็ลที่ขายนอกยุโรป ต่อมาในปี 1939 เฮงเค็ลเข้าควบรวมกิจการของเคมพาร์

1935

เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัทล่าปลาวาฬแห่งแรกของประเทศเยอรมนี ในเมืองวีเซอร์มุนเดอร์ ชื่อว่า เอียสเต ดอยช์ วาลแฟงค์ จีเซลชวาฟ์ เอ็มบีฮา เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบน้ำมันและไขมัน โดยออกปฏิบัติการเพียงแค่สามครั้งเท่านั้น

เกิดการพัฒนาเซลลูโลสเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับผลิตกาว วัตถุดิบตัวใหม่นี้ได้จดสิทธิบัตร โดยใช้ชื่อว่า คาร์บ๊อกซี่เมธิลเซลลูโลส(ซีเอ็มซี)


1936

เซลลูโลส ซีเอ็นซี วางจำหน่ายครั้งแรกในรูปของแป้งเหนียวที่ละลายได้ในน้ำเย็น ใช้ชื่อว่าเฮงเค็ล เซลคลิสเตอร์ เซท 5  ในปี 1937 ผลิตเซลลูโลสตัวที่สองชื่อ เฮงเค็ล เซลลูลูสเซลาม(กาวเซลลูโลส) ผลิตภัณฑ์เหล่านี้ล้วนเป็นเหตุการณ์สำคัญในการค้นคว้าพัฒนาด้านกาว ในเวลาเดียวกันนี้ รัฐบาลสั่งห้ามใช้เมล็ดข้าวและแป้งมันสำหรับงานอุตสาหกรรม ส่งผลให้ในปี 1937 ซิเชล เริ่มใช้เซลลูโลสในการผลิต

ก่อตั้งบริษัท ดอยช์ เฟตต์ซอเรอ-แวร์ก จำกัด ด้วยความร่วมมือของเฮงเค็ล  ทอมป์สันเข้าบริหารบริษัท พีโล แวร์ก ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ขัดเงารองเท้า ในปี 1938 พีโลกลายมาเป็นสาขาย่อยของบริษัททอมป์สันในเมืองแมนเฮม

1937

เฮงเค็ลตั้งอาคารโรงงานเพื่อสกัดกรดไขมันและสร้างห้องทดลองทางจุลชีวภาพที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน  ตั้งแต่ช่วงเวลานี้เป็นต้นมาเตาเผาแก้วเหลวใช้น้ำมันเตาเป็นเชื้อเพลิงผสม

เฮงเค็ลจดสิทธิบัตรสารประกอบแอมโมเนียมสี่ส่วน (คิวเอซี) เพื่อใช้เป็นสารกระตุ้นคิวเอซี ผลลัพธ์ที่ได้จากงานวิจัยที่ใช้เวลาถึงห้าปี ต่อมาปีค.ศ. 1939 เฮงเค็ลจดสิทธิบัตรอนุพันธ์กรดเฟนอลเพื่อใช้เป็นสารกระตุ้นเช่นกัน

ปี 1937 เฮงเค็ลมีบริษัทเพื่อการผลิตทั้งหมดใน 12 ประเทศทั่วยุโรป ทั้งออสเตรีย เบลเยี่ยม เชคโกสโลวาเกีย เดนมาร์ก เยอรมนี ฮังการี อิตาลี เนเธอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ สวีเดน และสวิสเซอร์แลนด์ ภายหลังสงครามบริษัทเหล่านี้ถูกยึดเข้าไปเป็นของรัฐ หุ้นของPersilในอิตาลีถูกขายให้กับบริษัทสัญชาติเบลเยี่ยมอย่างโซลเวย์

1938

ภายใต้ความกดดันของนาซี ดร. ฮิวโก เฮงเค็ลเข้าเป็นสมาชิกของคณะกรรมการที่ปรึกษาและตรวจสอบ รุ่นที่สามของตระกูลเฮงเค็ลเข้ารับช่วงต่อการบริหารบริษัท แวร์เนอร์ ลุปส์ โดยดำรงตำแหน่งประธานกรรมการบริหาร ส่วนดร.โจสท์ เฮงเค็ล และคาร์ล ออกัสท์ บาเกล เป็นประธานบริหารงานทั่วไป ในปีค.ศ. 1939 ดร. วิลลี่ แมนช็อท เข้ามาทำหน้าที่บริหารและเป็นสมาชิกคณะกรรมการบริหารบริษัท เฮงเค็ล แอนด์ ซี จำกัด แทนนายบาเกิล ซึ่งสุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง

กาวเรซินสังเคราะห์ตัวแรกถูกนำมาใช้เพื่อการเข้าเล่มหนังสือ ในปี 1935 เฮงเค็ลได้รับสิทธิบัตรผู้นำด้านวิธีการผลิตผลิตภัณฑ์จากเรซิ่นควบแน่น

1939

ช่วงเริ่มแรกของสงครามโลกครั้งที่สองเมื่อวันที่ 1 กันยายาน รัฐบาลเยอรมนีออกประกาศกฎหมายให้ผลิตเฉพาะผงซักฟอกแบบมาตรฐานทั่วไปเท่านั้น เพอร์ซิลและ  เฟวาถูกเรียกคืนจากท้องตลาด สินค้ากว่า 200 ชิ้นของเฮงเค็ลต้องโดนโละทิ้งและผลิตด้วยวัตถุดิบใหม่ มีเซลลูโลส 2 ตัวที่ถูกนำมาใช้เพื่อเป็นฟิลเลอร์และอิมัลซิไฟเออร์ ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางและอุตสาหกรรมยา

เพรสซัล ทำให้เฮงเค็ลมีรากฐานที่มั่นคงในตลาดงานไม้ โดยเฉพาะวงการเฟอร์นิเจอร์ เพรสซัลเป็นกาวยึดติดโฉมหน้าใหม่มีส่วนประกอบหลักของสารเมลามีนที่จดสิทธิบัตรแล้ว และยังเหมาะกับการใช้เพื่อยึดไม้อัด

1940

เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัท ปาปิเออร์ พัพเพอร์ เอจี ที่กรุงเบอร์ลิน บริษัทแห่งนี้รวมเอาโรงงานกระดาษต่างๆของเฮงเค็ลมาไว้ด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโรงงานที่อยู่ในอินดึนใกล้เมืองยูเลช, เวสเตอร์ฮูเซ่นใกล้เมืองมาคดูบูร์ก ทั้งสองแห่งได้ควบรวมมาในปี 1922 ในโมนเฮลม์ ก่อตั้งขึ้นในปี 1925, ชูชเต็นน์/ เวียเซ่น ในรีเนอร์แลนด์, ทาร์นูฟเคีย      มูเลอร์ ใกล้เมืองชไนด์เดอร์มูล และโอบาเราในบาวาเรีย

เกร็ดเรลาตินเพื่อการผลิตผงซักฟอกทำให้ตลาดต้องการเซลลูโลสเพิ่มขึ้น ในปีค.ศ. 1942 เฮงเค็ลผลิตแป้งเปียกคล้ายเซลลูโลส ใช้ชื่อว่ารีโนซิล


1941

บริษัท ดีลฮ์แด๊กจ์ ในร็อดเดิลเบนผลิตคาโปรแลกตัมจากเฮกซาลิน ต่อมาใช้ผลิตโพลีเอไมด์ไฟเบอร์ แบรนด์ เพอร์ลอน® (วอเรนไซเชนเฟอร์แบนด์)

เอ็มมี่ ลูปส์ เกิดในปี 1884 เป็นลูกคนสุดท้องและลูกสาวคนเดียวของฟริทซ์ เฮงเค็ล ผู้ก่อตั้งบริษัท และเป็นภรรยาของเวอร์เนอร์ ลูปส์ แม่ของสามีของเรนโฮลด์ โวเอสเต้ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 19 กันยายน

คนงานต่างชาติ 343 คน และเชลยศึกจำนวน 194 คนเข้ามาทำงานในดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซนตอนปลายปีแทนแรงงานที่ออกไปเป็นทหาร

1942

ปลายปี มีคนงานต่างชาติ 435 คน และเชลยศึกจำนวน 127 คนทำงานในดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน

เวอร์เนอร์ ลูปส์ เสียชีวิตในอุบัติเหตุทางรถยนต์ คณะกรรมการบริหารแต่งตั้งดร.โจสท์ เฮงเค็ล ขึ้นรับตำแหน่งประธานกรรมการบริหารในฐานะผู้สืบทอด

เฮงเค็ลทำการวิจัยอย่างเป็นระบบเกี่ยวกับความเข้ากันได้ของผลิตภัณฑ์กับผิวหนัง เฮงเค็ล ผลิตไดซิท ผงซักฟอกสังเคราะห์เพื่อการใช้ในครัวเรือนสำหรับผ้าสีตัวแรกสู่ท้องตลาด
บริษัท อี.ออสเตอร์แมน แอนด์ โค แฮนเดล มี เอ็นเฟา E.ในประเทศเนเธอร์แลนด์ซึ่งเป็นพันธมิตรทางการค้าเก่าแก่ของเฮงเค็ล เข้าร่วมกลุ่มกับบริษัท เนเดอแลนด์เช เพอร์ซิล มี เอ็นเฟา ในจูทพาสส์

1943

โรงงานเฮงเค็ลได้รับลูกหลงจากระเบิดที่ทิ้งลงเมืองดูสเซลดอร์ฟ การโจมตีลุกเป็นไฟในเดือนมิถุนายน วันที่ 3 พฤศจิกายน ทุกแผนกของโรงงานทอมป์สัน ล้วนโดนไฟไหม้ หลังจากการโจมตีครั้งที่ 10 ในปีค.ศ. 1944  80 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ของเมืองดูสเซลดอร์ฟโดนทำลายเสียหาย

เฮงเค็ลคิดค้นและนำเสนอวิธีทางชีวภาพเพื่อนำไขมันในราบางชนิดมาใช้ โดยวิธีนี้ได้ถูกจดสิทธิบัตรแล้วในปี ค.ศ. 1938

สิ้นปีมีคนงานต่างชาติ 574 คน และเชลยศึกจำนวน 108 คนทำงานในดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน

1944

ระเบิดลงที่สำนักงานและโรงงานชวาร์สคอฟ และ ชิมมิเช แวร์ก กรูโน(เสียหาย 60 เปอร์เซนต์) ในเบอร์ลิน รวมทั้งแมทเทสส์ แอนด์ เวเบอร์ ในดุสเบิร์กก็ได้รับความเสียหาย หลังจากการโจมตีสามครั้งในเดือนตุลาคม จึงต้องหยุดผลิต เฮงเค็ลในดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซนได้รับความเสียหายเล็กน้อย

การผลิตกาวถูกส่งไปให้โรงงานกูลเกาในเขตซิเลเซียและโรงงานริว่า เอสอา ในมัลเฮาส์ผลิตแทน หลังสงคราม ริว่า เอสอาใช้วิธีการผลิตที่ได้มาจากเฮงเค็ล ผลิตกาวภายใต้ แบรนด์ต่างๆในฝรั่งเศส ในปี 1953 เฮงเค็ลเข้าครอบครองกิจการริว่า

สิ้นปีมีคนงานต่างชาติ 353 คน และเชลยศึกจำนวน 113 คนทำงานในดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน

1945

วันที่ 16 เมษายน กองกำลังทหารอเมริกันเข้ายึดโรงงานในเมืองดูสเซลดอร์ฟและยึดทรัพย์ของโรงงานไปหนึ่งในสามส่วน วันที่ 5 มิถุนายน กองกำลังประเทศอังกฤษในเมืองดูสเซลดอร์ฟยึดจากกองกำลังอเมริกัน ตั้งแต่วันที่ 20 กรกฏาคม กองกำลังหทารรัฐบาลอังกฤษเริ่มอนุญาตให้เฮงเค็ลผลิตกาวพีทรีและแก้วเหลวได้ รวมทั้งอนุญาตให้ทอมป์สัน ผลิตสบู่ ผงซักฟอก รวมทั้งผลิตภัณฑ์ขัดเงารองเท้า ในปีค.ศ. 1946  แมทเทสส์ แอนด์ เวเบอร์ ในเมืองดุสเบิร์กได้รับอนุญาตให้ใช้วัตถุดิบที่มีอยู่ผลิตได้

วันที่ 20 กันยายน  ค.ศ.1945 สมาชิกห้าคนจากตระกูลเฮงเค็ลและอีกเจ็ดคนจากคณะกรรมการบริหารถูกกักตัว

ชวาร์สคอฟเริ่มผลิตสินค้าซึ่งเป็นไปอย่างทุลักทุเล ในเขตแฮมเบิร์ค (พื้นที่ยึดครองโดยกองกำลังอังกฤษ) ในปีค.ศ. 1946 มีการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อสร้างการผลิตขึ้นมาใหม่อีกครั้งในเขตบาวาเรีย(พื้นที่ยึดครองโดยกองกำลังอเมริกัน) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ก่อสร้างโรงงานใหม่ขึ้นในปีค.ศ. 1953 การผลิตกลับมาเป็นปกติอีกครั้งในปีค.ศ. 1955


1946

เฮงเค็ลใช้โรงละครดูสเซลดอร์ฟซิตี้เธียเตอร์ เพื่อเป็นที่ตั้งของหอประชุมจีโซเล ในเมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน หอประชุมยังเปิดให้ใช้เป็นพื้นที่ของรัฐสภาที่เพิ่งได้รับการเลือกตั้งจนกระทั่งปีค.ศ. 1949

เดือนกรกฎาคม ได้ก่อตั้งบริษัทเวชเคมี โพลีคัลเลอร์ ชิมมิเช-ฟาร์มาเซอร์ติเชอร์เกอเซชาฟต์ จำกัด (ภายหลังใช้ชื่อเทราชิมมิ, อูลิคส์ ในปีค.ศ. 1948) ในเมืองดูสเซลดอร์ฟ ปีค.ศ. 1948 และผลิตผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม เฮงเค็ลถือครองกิจการ TheraChemie ในปีค.ศ. 19850

ก่อตั้งบริษัทโซซิเอเต้ เดส โปรดุยส์ ชิมิค ดู ซิโดเบร เอสอา ที่เมืองบูซองในฝรั่งเศส ปีค.ศ.1972 โซซิเอเต้ ดินโนเวซิยองส์ ชิมิค รวมบริษัทกับซิโดเบรตั้งเป็นบริษัทใหม่ชื่อ โปรดุยส์ ชิมิค ดู ซิโดเบร ซินโนวา เอสอา (ซิด-แซงค์)

ก่อตั้งบริษัท คอปี้เด็กซ์ ในประเทศอังกฤษ เริ่มแรกบริษัทผลิตกาวลาเทกซ์ ต่อมาจึงผลิตสารเคมี และคอปี้เด็กซ์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเฮงเค็ลในปีค.ศ. 1986

1947

วันที่ 21 พฤศจิกายน สมาชิกตระกูลเฮงเค็ลที่โดนกักตัวก่อนหน้านี้กลับเข้าสู่บริษัทพร้อมสิทธิอำนาจที่ได้รับกลับคืนมา คณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษาบริษัทถูกแต่งตั้งใหม่ทั้งหมด มีผลตั้งแต่วันที่ 10 ธันวาคม

มีคำสั่งให้รื้อถอนโรงงานจำนวน 918 แห่งในเยอรมนีตะวันตก เฮงเค็ลเป็นหนึ่งในนั้น บางส่วนของโรงงานน้ำมันในเมืองดูสเซลดอร์ฟ กลีเซอรีน และโรงงานผงซักฟอกถูกรื้อถอนทันที  แต่ด้วยผลของแคมเปญโฆษณาประชาสัมพันธ์ชุดใหญ่ ทำให้แผนการรื้อถอนโรงงานเฮงเค็ลจึงถูกยกเลิกไป

ชวาร์สคอฟผลิตน้ำยาดัดเย็นเพื่อให้ผมเป็นลอนตัวแรกในเยอรมนีตะวันตก โดยใช้ชื่อว่าโอนัลเทอร์มา

ดาโรลด์ ธีเอม ก่อตั้งบริษัทในสหรัฐอเมริกา ผลิตผลิตภัณฑ์กันรั่วซึมเพื่อใช้ในอุตสาหกรรมรถยนต์ในยุคเริ่มแรกปีค.ศ. 1960   ปีค.ศ.1996 เฮงเค็ลเข้าถือครองกิจการ ธีม ออโต้เมทีฟ ดิวิชั่นในโอ๊ค ครีก ใกล้มิลวอคกี้ รัฐวิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา

1948

นักเคมีชื่อ ดร.คอนราด เฮงเค็ล (ค.ศ.1915 - 1999) ลูกชายคนที่สองของดร.ฮิวโก เฮงเค็ล เข้ามาทำงานในบริษัท ตั้งแต่ยุคปีค.ศ. 1960 เป็นต้นมา เขาได้เปลี่ยนเฮงเค็ลจากธุรกิจครอบครัวที่มีฐานการผลิตหลักที่ในตลาดเยอรมนี สู่การเป็นกลุ่มความร่วมมือทางธุรกิจที่มีการพัฒนาความสำเร็จในระดับสากล

“ออย ควอเตอร์” ของเฮงเค็ลในเมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซนถูกต่อเติมเพื่อเป็นอาคารสำนักงานของบริษัท บูมเมอร์ เฟตต์ชิมิ และดอยช์  ฮีดรีแวร์ก (ดีลฮ์แด๊กจ์) ซึ่งทั้งสองบริษัทนี้ถูกเวนคืนโดยรัสเซียในปีค.ศ. 1945 และได้เปลี่ยนที่ตั้งสำนักงานใหญ่ไปยังเมืองดูสเซลดอร์ฟในปีค.ศ. 1945 (บูมเมอร์)และ 1948 (ดีลฮ์แด๊กจ์)

1949

แชมพู “ชัมพูน” ของชวาร์สคอฟเป็นจุดเริ่มต้นความสำเร็จสูงสุดของยาสระผมสัญชาติเยอรมนี

บริษัทเคมีกรูโนผลิตผงซักฟอก“ลามีปอน อา” ซึ่งเป็นผงซักฟอกคุณภาพสูงที่ย่อยสลายได้ อีกทั้งยังมีสารช่วยการกระจายตัว และเหมาะกับการใช้งานในอุตสาหกรรม

ผลิตผงซักฟอกถนอมผ้าเพียโวลล์ และผงซักฟอกลาซิล ซึ่งเป็นผงซักฟอกที่เกิดจากกระบวนการสังเคราะห์ตัวแรกของเฮงเค็ล นอกจากนี้บริษัท เทราชิมมิ ยังผลิตน้ำยากัดและย้อมสีผมออกจำหน่าย

1950

การกลับมาของเพอร์ซิลที่ได้รับการพิสูจน์ว่ายังคงคุณภาพ และเต็มไปด้วยสารเพิ่มความสดใสให้เนื้อผ้า

แอดฮีซินของเฮงเค็ลเป็นนวัตกรรมกาวยุคใหม่แห่งวงการประกอบไปด้วยเรซินสังเคราะห์อย่างโพลีไวนิล อะซิเตท นอกจากนี้กาวร้อนตัวแรกก็ได้วางจำหน่ายในปีนี้ด้วยเช่นกัน รวมทั้งมีการเปิดตัวกาวโอเลทอล กาวเย็บเล่มหนังสือชนิดใหม่ที่ปราศจากน้ำมัน และบริษัทบูมเมอร์ได้เปิดตัวยาฆ่าแมลงอย่างแพเรล

ที่ประเทศสเปน เฮงเค็ลถือหุ้นบริษัท โปรดุกซ์โตส์ โกตา เด แอมบาร์ เอเซอา ในเมืองบาเซโลน่า ซึ่งภายหลังในปีค.ศ. 1963 ได้กลายมาเป็นบริษัท เฮงเค็ล อิเบริก้า เอเซอา ปีค.ศ. 1964 โรงงานการผลิตหลักเริ่มปฏิบัติการที่เขตโมโทเนสเดลวาเยส  ใกล้เมืองบาเซโลน่า  ในเดือนกุมภาพันธ์ ค.ศ.2000 บริษัท ค็อกนิส เข้าถือครองบริษัท ฮิสปาโน กีมิก้า บริษัทชำนาญการพิเศษด้านเคมี


1951

บริษัทบูมเมอร์ผลิตผงล้างจานพริล ซึ่งเป็นผงล้างจานสำหรับการใช้งานในครัวเรือน

บริษัท เทราชิมมิ วางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำสีและกัดสีผมในรูปแบบครีมขึ้นเป็นครั้งแรก

เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัทลูกในต่างประเทศเป็นแห่งแรกในเมืองโจฮานเนสเบิร์ก ประเทศแอฟริกาใต้ ใช้ชื่อว่า เซาธ์เทิร์น เคมิคัล แมนูแฟคเจอเรอร์ส ในปีค.ศ. 1964 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น เฮงเค็ล เซาธ์ แอฟริกา จำกัด ปัจจุบัน เฮงเค็ลมีบริษัทหกแห่งในประเทศแอฟริกาใต้และในสาธารณรัฐแอฟริกากลาง (บริษัท เฮงเค็ล เคนย่า ในกรุงไนโรบี และบริษัท เฮงเค็ล เคมิคัลส์ อีส แอฟริกา ในดาร์เอสซาลาม ประเทศทัลซาเนีย) รวมทั้งในประเทศอิยิปต์ โมร็อคโค ตูนิเซีย และอัลจีเรีย

1952

ประธานบริษัท ดร.ฮิวโก เฮงเค็ล เสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม เขาทำงานให้กับบริษัทเป็นเวลา 47 ปี โดยในวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1953 ได้รับช่วงต่อตำแหน่งประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาบริษัทต่อจากเรนโฮลด์ โวสเต  

เฮงเค็ลได้รับอนุญาตจากบริษัท แบลตต์เมนน์ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ให้ใช้กรรมวิธีการที่เรียกว่านอร์ดุกส์ เพื่อการผลิตแป้งข้าวโพดละลายน้ำและกาวจากแป้งมันสำปะหลัง เฮงเค็ลได้สร้างโรงงานเมธิลเซลลูโลสขึ้นที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ รวมทั้งซื้อบริษัทลูกในสวิสเซอร์แลนด์กลับคืนมา

เฮงเค็ลผลิตตัวทำละลายจาระบีโดยใช้ชื่อ Saptenol ออกวางจำหน่าย

1953

การผลิตในเดือนกุมภาพันธ์เริ่มที่โรงงานผลิตเมทธิแลน ในประเทศเยอรมนี เมทธิแลนเป็นที่รู้จักในฐานะกลุ่มผลิตภัณฑ์กาวติดผนัง ในต่างประเทศเฮงเค็ลก็จำหน่ายสินค้าตัวนี้ภายใต้แบรนด์เดียวกันนี้

เวอร์มอน เค ครีเบิล อาจารย์ชาวเยอรมนีผู้สอนวิชาเคมีที่มหาวิทยาลัยทรินิตี้คอลเลจฮารต์ฟอร์ต รัฐคอนเนคติกัต ประเทศอเมริกา ได้ค้นพบเทคโนโลยีกาวแอนาโรบิคกาวที่ยึดติดในที่อับอากาศ ถือเป็นการค้นพบที่ปฏิวัติวงการกาวในขณะนั้น  ในปีค.ศ.1956   เขาได้ก่อตั้งบริษัท ซึ่งต่อมากลายเป็นบริษัท ล็อคไทท์ คอร์ปอเรชั่น

ที่โรงงานในประเทศเยอรมนีและประเทศออสเตรีย มีการใช้กรรมวิธีแบบเวลเทอร์ เพื่อการผลิตผงซักฟอกแบบแห้งแทนกรรมวิธีเคราเซอ ซึ่งเป็นวิธีการเดิม

อาคารผลิตเรซินเมลามีนก่อตั้งขึ้นในโรงงานผลิตกาวที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ และได้เริ่มผลิตกาวยาง และอัลจิเนต (อัลจิเนต คือสารที่สกัดได้จากสาหร่ายสีน้ำตาล บางชนิดมีคุณสมบัติเป็นเจล)

เฮงเค็ลเริ่มการวิจัยด้านนิเวศวิทยา

1954

บริษัทสาขาชื่อ Dreiring ในเมืองเครเฟลผลิตสบู่แบรนด์ฟา สบู่สำหรับห้องน้ำชนิดใหม่ที่ผลิตด้วยน้ำมันพืชคุณภาพสูงและไขมันสัตว์ ตั้งแต่ปีค.ศ. 1970 เป็นต้นมา ได้ผลิตกลุ่มผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ฟา  ทั้งผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกาย เจลอาบน้ำ และฟองสบู่สำหรับอ่างอาบน้ำ ทำให้ฟาเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ประเภทสินค้าส่วนบุคคลที่โด่งดัง
กาวยางเคลือบผิวโลหะชนิดใหม่ที่ผลิตโดยบริษัทเทโรซอล ได้รับความนิยมในหมู่ผู้ใช้มอเตอร์ไซต์ในเยอรมนี

บริษัท บูมเมอร์ เฟตต์ชิมมิ อนุญาตให้บริษัท เวส ยูโรเปียน เทรดดิ้ง ในเมืองโกเบ ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบูมเมอร์ เฟตต์ชิมมิรายเดียวในประเทศญี่ปุ่น  ปีค.ศ. 1957 บริษัท เวส ยูโรเปียน เทรดดิ้ง เปลี่ยนเป็น นิปปอน เฮงเค็ล เคมิคัล ในปีค.ศ. 1969 เริ่มต้นความร่วมมือกับบริษัท โคคูโย ที่เมืองโอซาก้า เพื่อการจำหน่ายกาวแท่งพริตต์ในปีค.ศ. 1988 ความร่วมมือนี้ส่งผลให้ทั้งสองกลายมาเป็นบริษัทร่วมทุนภายใต้ชื่อ โคคูโย เฮงเค็ล และในปีค.ศ. 1974 บริษัท เฮงเค็ล ฮาคูซุย คอร์ปอเรชั่น   ได้ก่อตั้งขึ้นในเมืองโอซาก้า  นอกจากนี้ในปีค.ศ. 1999 เฮงเค็ลได้ร่วมทุนกับบริษัท   เซมิดาย เฮงเค็ล ในกรุงโตเกียว ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือด้านกาวและผลิตภัณฑ์กันรั่วซึม สำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ญี่ปุ่น และในปีเดียวกันนี้ เฮงเค็ลร่วมมือกับบริษัท ไลออน คอร์ปอเรชั่น ในกลุ่มธุรกิจผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์เสริมความงาม และผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล

1955

นำเสนอนวัตกรรมกาวสำหรับการใช้งานในรูปแบบต่างๆ ออกสู่ตลาด อาทิเช่น กาวแพคเท็กซ์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย ทั้งงานช่างฝีมือและการใช้งานภายในบ้านแพคเท็กซ์กลายมาเป็นคำเรียกติดปากที่สื่อถึงกาวที่ให้คุณภาพการยึดติดที่ทรงพลัง
เฮงเค็ลเป็นผู้ผลิตกาวรายแรกที่ผลิตกาวร้อนโดยใช้เรซินธรรมชาติเป็นส่วนประกอบหลัก

เมทาลอน อุนด์ สตาบิลิท กาวอีพ็อกซี่ของเฮงเค็ลมีประสิทธิภาพในการยึดติดพื้นผิวที่ทนทาน แข็งแรง จึงเหมาะกับติดบนพื้นผิวอย่างเหล็กหรือแก้วได้ดี

บริษัทต่างๆของเฮงเค็ลในเมืองซาร์แลนด์ถูกรวมเข้าด้วยกันเป็นบริษัทเพื่อการผลิตภายใต้ชื่อ อูนิคิมา เอสอา ในเมืองชาลงส์ ซู มาน โดยมีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงปารีส

การปรากฏตัวของ ทาฟต์ สเปรย์ช่วยให้ผมอยุ่ทรงชนิดน้ำ เป็นสเปรย์ผมตัวแรกจาก ชวาร์สคอฟ ที่ช่วยให้การจัดแต่งทรงผมเป็นเรื่องง่ายขึ้น

ก่อตั้งบริษัท เฮงเค็ล ดู บราซิล เอสอา ในเมืองเซาโปโล และได้เริ่มผลิตดีลฮ์แด๊กจ์ นอกจากนี้ในปีค.ศ. 1966 โรงงานกาวก็ได้ก่อตั้งที่นั่นเช่นกัน  ในปีค.ศ. 1995 เฮงเค็ลถือครองธุรกิจกาวที่ขายดีแบรนด์ทีนาส ซึ่งเป็นผู้นำตลาดด้านอุปกรณ์เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน


1956

ในเยอรมนีมีการฉายโฆษณาทางโทรทัศน์เป็นครั้งแรก และสปอตโฆษณาตัวแรกเป็นโฆษณาของเพอร์ซิล

เฮงเค็ลถือหุ้นทั้งหมดของบริษัท เจอร์ฮาร์ด คอลาดินจำกัด เริ่มแรกบริษัทผลิตพีทรี ต่อมาในปีค.ศ. 1998 ก็ได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของเฮงเค็ล เซอร์เฟส เทคโนโลยี

โรงงานเฮงเค็ลที่เมืองดูสเซลดอร์ฟเริ่มการก่อสร้างอาคารแยกกรดไขมันแห่งใหม่ และอาคารแยกสตีรินคริสตัลและกรดโอเลอิก

1957

เฮงเค็ลผลิตผงซักฟอกดิกซันออกสู่ตลาด ผงซักฟอกตัวใหม่ที่ชะลอการเกิดโฟมสำหรับเครื่องซักผ้าระบบถัง

บริษัท เทรา ชิมมิ ผลิตผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมแบรนด์โพลี

ด้วยการพัฒนาเลมพรินท์ ซึ่งเป็นตัวเพิ่มความเข้มของลายและสีเนื้อผ้า  บริษัท กรูโน จึงมีสถานะมั่นคงในวงการเคมีคาร์โบไฮเดรต  และในปีก่อนหน้านี้ยังได้ผลิตสารดับเพลิงเอบีซีชนิดแห้งใช้ชื่อว่า เมตาซิล อีกด้วย

ที่เฮงเค็ล ในเมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซนโรงงานบำบัดน้ำแห่งแรกได้เริ่มการบำบัดน้ำเสียอย่างเป็นระบบ

1958

งานวิจัยของเฮงเค็ลมุ่งศึกษาสารสำคัญสำหรับการซักล้างที่มีบนผิวน้ำอย่างเป็นระบบต่อมาในปีค.ศ. 1959 มีการพัฒนาสารลดแรงตึงผิวที่ให้โฟมน้อย ดังนั้นเฮงเค็ลจึงเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับกฎหมายด้านผงซักฟอกของเยอรมนี ซึ่งบังคับใช้ในปีค.ศ. 1961 เนื่องมาจากโฟมผงซักฟอกจำนวนมากที่ไหลลงแม่น้ำและทะเลสาบ โดยตั้งแต่ปีค.ศ. 1964 เป็นต้นมา อนุญาตให้ใช้เฉพาะผงซักฟอกที่พร้อมย่อยสลายได้เท่านั้น

เทโรซอลผลิตซิลิโคนกันรั่วซึม จากนั้นเทโรซอลก็ได้กลายมาเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกาวและผลิตภัณฑ์กันรั่วซึมสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์ การก่อสร้างอาคาร และการติดตั้งหน้าต่าง

1959

2 มกราคม วางจำหน่ายเพอร์ซิล 59 ผงซักฟอกสังเคราะห์สำหรับขจัดคราบฝังลึกตัวแรกของเฮงเค็ล ความกระด้างของน้ำแทบจะไม่มีผลต่อการทำงานของผงซักฟอกตัวนี้ จึงเหมาะสำหรับการซักผ้าด้วยวิธีทั่วไปในขณะนั้น

บริษัท บูมเมอร์ เปิดตัวน้ำยาล้างจานแบรนด์พริล

ด้วยความสำเร็จของโพโนล กาวไม้สีขาว  ทำให้โพโนลจึงกลายมาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่องานตัดเย็บในอุตสาหกรรมเฟอร์นิเจอร์และงานไม้ นอกจากนี้ เฮงเค็ลยังได้เปิดตัว    โอวาลิท กาวเพื่องานผนังชนิดเข้มข้น ขณะที่บริษัท ไดรเออร์ริ่ง แวร์ก เปิดตัวสบู่ Ladon และน้ำยาปรับผ้านุ่มเพอร์ลา ซึ่งต่อมาในปีค.ศ. 1961 เฮงเค็ลเป็นผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์แบรนด์ฟา, ลาดอน และเพอร์ลาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

เฮงเค็ลขยายธุรกิจในภูมิภาคลาตินอเมริกาด้วยการก่อตั้งบริษัท เฮงเค็ล เม็กซิกานา เอสอา ที่เมืองนอลคอลพัน เดอ จอเรซในประเทศเม็กซิโก  ต่อมาในปีค.ศ. 1964  เฮงเค็ลร่วมทุนกับบริษัท ทาลเนปานท์ลา ประเทศเม็กซิโก ภายใต้ชื่อเฮงเค็ล เฮงเค็ล โอนิกซ์เม็กซ์ เอสอา และในปีค.ศ. 1965 เฮงเค็ลเข้าถือครองกิจการร่วมทุนนี้ทั้งหมด และเปลี่ยนชื่อเป็นเฮงเค็ล เม็กซิกานา เอสอาในปีค.ศ. 1971

1960

เฮงเค็ลเข้าสู่ตลาดเคมีภัณฑ์ในประเทศอเมริกาโดยการเข้าถือครองกิจการบริษัท สแตนดาร์ด เคมิคัล โปรดักส์ อิงค์.(เป็นที่รู้จักภายใต้ชื่อ เฮงเค็ล อิงค์. ตั้งแต่ปี1971)

ด้วยใบอนุญาตจากบริษัท ลอร์ด คอร์ปอเรชั่น สหรัฐอเมริกา เฮงเค็ลได้ก้าวเข้าสู่ตลาดน้ำยายึดติดระหว่างโลหะและยาง(แบรนด์คีโมซิล) ซึ่งใช้ป้องกันการสั่นสะเทือนในเครื่องยนต์ และการก่อสร้างสะพาน ปัจจุบัน ธุรกิจสาขานี้ยังคงเป็นหนึ่งในธุรกิจที่เฮงเค็ลมีความเชี่ยวชาญพิเศษ

เฮงเค็ลนำเสนอวิธีการซักรีดที่เรียกว่า ซีเล็กซ์-โอโซเน็กซ์ สำหรับอุตสาหกรรมซักรีด
ชวาร์สคอฟผลิตน้ำยาทำสีผมอีโกร่า รอยัล สำหรับร้านทำผม ซีเชลพัฒนาเทคโนโลยีไซยาโนอะคริเลต ซึ่งเป็นกาวแห้งเร็วเพื่อการใช้งานในอุตสาหกรรม ต่อมาผู้ใช้ค่อยๆ คุ้นเคยกับกาวประเภทนี้ในชื่อซุปเปอร์ กลู ของแพคเท็กซ์ (แพคเท็กซ์ - เซกัลเดงเกอเบอร์)

ที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทลเซน อาคารนำร่องอาคารแรกของเฮงเค็ลเริ่มการทำงาน เพื่อการทดสอบและการพัฒนาระบบการผลิตให้มีขนาดเล็กลง


1961

7 กรกฎาคม ประธานบริษัท ดร.จอสท์ เฮงเค็ล เสียชีวิตกะทันหันด้วยวัยเพียง 52 ปี  น้องชายของเขา ดร.คอนราด เฮงเค็ล (ในรูป) รับตำแหน่งประธานบริหารบริษัทต่อจากเขาเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม

สินค้าตัวใหม่มีทั้งผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดเอนกประสงค์แบรนด์ดอร์ และผงซักฟอกแบรนด์เดมาซิล สำหรับการซักด้วยความร้อนเพื่อฆ่าเชื้อในโรงพยาบาล

ชวาร์สคอฟก่อตั้งบริษัท กอล์ฟ คอสเมติค ขณะที่บริษัท โพลี เปิดตัวโฟมดัดผมถาวรสำหรับการใช้ที่บ้าน บริษัท ทอมป์สัน เพิ่มประเภทผลิตภัณฑ์ด้วยการผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดหน้าต่างและห้องน้ำ

1962

เฮงเค็ลเปิดตัวสินค้าแบรนด์โซแมท ซึ่งเป็นน้ำยาล้างจานสำหรับเครื่องล้างจานอัตโนมัติ และมิโรแพน-ลาเท็กซ์ สำหรับงานทาภายนอกอาคาร

เฮงเค็ลเข้าถือครองบริษัท ชีเซล-แวร์ก เอจี ในเมืองฮันโนเวอร์ ซึ่งเป็นคู่แข่งสำคัญของกลุ่มธุรกิจกาว

แผนกอาคาร (มีขึ้นในปีค.ศ. 1914) และแผนกสถาปัตยกรรม (มีขึ้นในปีค.ศ. 1906) ถูกรวมเข้าด้วยกันในแผนกก่อสร้างของเฮงเค็ล (เฮงเค็ล คอนสตรัคชั่น)

1963

ที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ งานโอเลเคมิคัลเพิ่มมากขึ้น จนกลายเป็นโรงงานผลิตกรดไขมันแอลกอฮอล์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป  นอกจากนี้ยังเกิดการเปลี่ยนแปลงทางเทคนิคที่สำคัญในการผลิตกลีเซอรีน คือ กระบวนการกลั่นโดยอาศัยปฏิกิริยาแลกเปลี่ยนของไอออนด้วยเรซินสังเคราะห์

เฮงเค็ลนำเสนอนวัตกรรมใหม่อย่างผงซักฟอกแซพทิล ในรูปบรรจุภัณฑ์แบบแท่ง ใช้สำหรับป้ายคราบฝังแน่น และผลิตภัณฑ์รั่วซึมจากโพลียูรีเทนภายใต้แบรนด์เทโรซอล

เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัท เติร์ก เฮงเค็ล ซานายี เว ทีชาเรท ในเมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี ปีค.ศ. 1965 เฮงเค็ลถือหุ้นในทูรียาค อาเซ อิน อิซามิร์ ประเทศตุรกี
เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัท อิหร่าน เฮงเค็ล เอจี ในกรุงเตหะรานในปีค.ศ. 1970 และต่อมาในปีค.ศ. 1996 ได้ก่อตั้งบริษัทร่วมทุนในประเทศอิสราเอลและประเทศเลบานอน

1964

ด้วยเล็งเห็นว่าระบบนิเวศวิทยาเป็นเรื่องสำคัญ เฮงเค็ลจึงก่อตั้งแผนกนิเวศวิทยา ใน  ดูสเซลดอร์ฟ โดยให้ความสำคัญกับสารลดแรงตึงผิวที่ย่อยสลายได้ทั้งหมดเป็นอันดับแรก  ในปีค.ศ. 1966 มีโครงการวิจัยเพื่อหาสารทดแทนสารฟอสเฟต

เฮงเค็ลประสบความสำเร็จในการจำหน่ายกาวติดโลหะเพื่อตัวถังรถยนต์
ผลิตกาวปูพื้นกระเบื้องแซคซิตและกาวแทนจิท สำหรับท่อพีวีซีที่ต้องทนแรงดัน
กาวแทนจิทค่อยๆ ขยายประเภทของผลิตภัณฑ์เพื่องานท่อ และได้กลายมาเป็นผู้นำตลาดโลกด้านผลิตภัณฑ์ยึดประสานระบบท่อพลาสติกทนแรงดัน

1965

เปิดตัวผงซักฟอกเพอร์ซิล 65 ผงซักฟอกที่ควบคุมการเกิดฟองด้วยอุณหภูมิจึงเหมาะสำหรับเครื่องซักผ้าระบบถัง ซึ่งเป็นผู้นำตลาดในขณะนั้น

บริษัท ซิโด-แวร์ก แอนด์ โค เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเฮงเค็ล ตั้งแต่ปีค.ศ. 1966 เป็นต้นมา บริษัท ทอมป์สัน และซีเกลรวมกันเป็นบริษัทเดียวภายใต้ชื่อบริษัทใหม่ทอมป์สัน-
ซีเกล

นักเคมีชื่อ ดร.ยอร์กเกน แมนชอต เกิดปีค.ศ. 1936 ผู้เป็นเหลนของดร.ฟริทซ์ เฮงเค็ล ผู้ก่อตั้งเฮงเค็ล ได้เข้ามาทำงานในเฮงเค็ล

เนื่องจากมีการพัฒนาปรับปรุงกาวฮอทเมลท์ จึงทำให้เกิดกาวอีวีเอ ฮอทเมลท์ สำหรับบรรจุภัณฑ์ การติดฉลาก และการเข้าเล่มหนังสือ ภายใต้แบรนด์เทคโนเมลท์
ฟิลเลอ์ชนิดพร้อมใช้แบรนด์ดูฟิกซ์ ขยายประเภทผลิตภัณฑ์กาวติดผนังที่สามารถนำไปทำได้เอง ตามร้านค้าให้มีเพิ่มมากขึ้น


1966

เฮงเค็ลขยายประเภทผงซักฟอกออกสู่ตลาดมากมาย อาทิ ผงซักฟอกแบรนด์ดาโต สำหรับผ้าขาว, ผงซักฟอก ไวร์เซอร์ รีเซอร์ สำหรับขจัดคราบฝังลึกและมีสารเพิ่มความขาวที่มีประสิทธิภาพ และรีโวนิทสำหรับเครื่องล้างจานอุตสาหกรรม

เฮงเค็ลเข้าสู่ตลาดใหม่ภายใต้แบรนด์ไลโอโฟ จำหน่ายกาวโพลียูรีเทนเพื่อการติดแผ่นฟิล์มและแผ่นฟอยด์เข้าด้วยกัน สำหรับใช้ในบรรจุภัณฑ์ซองอ่อนเพื่อบรรจุอาหารเป็นหลัก ด้วยความใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อมที่เพิ่มขึ้นและกฎหมายด้านอาหารที่เข้มงวดมากขึ้น ทำให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงผลิตภัณฑ์ไลโอโฟ พร้อมๆกับความสำเร็จในตลาดนานาชาติที่เติบโตขึ้น

1967

บริษัท โคสแสค-ชิมมิ จำกัด พร้อมทั้งแบรนด์ดอมพ์แฟฟ ที่ได้รับความนิยมได้รวมบริษัทเข้ากับเฮงเค็ล
บริษัทสัญชาติฝรั่งเศสสองบริษัทคืออูนิชิมา และริวาได้รวมกิจการเข้าด้วยกันเพื่อก่อตั้งโซซิเอเต้ อาโนนีม เฮงเค็ล ฟรอง ในกรุงปารีส ซึ่งต่อมาได้กลายมาเป็นบริษัทสาขาต่างประเทศที่มีสาขาใหญ่ที่สุดของเฮงเค็ล

เฮงเค็ลผลิตผงซักฟอกสำหรับขจัดคราบสกปรกทั่วไป แบรนด์เฟวาแมท สำหรับเครื่องซักผ้าอัตโนมัติ และผงแช่ผ้าแบรนด์เฮง-โค-แมท สำหรับเครื่องซักผ้า

เปิดศูนย์อบรม ยอสท์ เฮงเค็ล เทรนนิ่ง ที่มีห้องฝึกปฏิบัติการทดลองและอาคารนำร่อง ที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน ต่อมาในปีค.ศ. 1968  ได้เปิดอาคารฟริทซ์ เฮงเค็ล เฮาส์ เพื่อเป็นที่ปรึกษาด้านงานขาย รวมทั้งเพื่อใช้เป็นห้องประชุม

1968

บริษัท เฟาอีบี วัชชมิเทลแวร์ก เกนธิน ผลิตผงซักฟอกแบรนด์สปี (เฮงเค็ลซื้อกลับคืนมาเมื่อปีค.ศ. 1990)
ด้วยกลวิธีทางการตลาด เฮงเค็ลจึงได้ผลิตผงซักฟอกสำหรับคราบสกปรกฝังแน่น   แบรนด์แฟคท์ ซึ่งมีส่วนประกอบของเอนไซม์ ออกมาคู่กับผงซักฟอกไวร์เซอร์ ริเซอร์

กาวมาโครพลาส เป็นกาวประเภทใหม่ที่เพิ่มเข้ามา เป็นกาวสำหรับงานประกอบที่ปราศจากส่วนผสมของโซเว้นท์ มีคุณสมบัติเซ็ทตัวเร็ว และมีความแข็งแรงมาก สำหรับการใช้งานภายในบ้าน นอกจากนี้บริษัท ทอมป์สัน ยังได้ก้าวเข้าสู่ตลาดพืชในร่มโดยการผลิตปุ๋ยชนิดน้ำแบรนด์ฟลอร่า

1969

วางจำหน่าย กาวแท่งแบรนด์พริตต์ ซึ่งเป็นกาวแท่งตัวแรกของโลก ในเวลาต่อมา สินค้าตัวอื่นภายใต้แบรนด์เดียวกันก็ถูกผลิตออกมา ตอกย้ำบทบาทสำคัญของเฮงเค็ลในฐานะธุรกิจอุปกรณ์เครื่องเขียนและอุปกรณ์สำนักงาน และในที่สุดก็ทำให้กาวแท่ง พริตต์ เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายทั่วโลก

ผลิตน้ำยาปรับผ้านุ่มแบรนด์เวอร์นัล และผงซักฟอกแบรนด์เพอร์ซิล 70

เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัท เฮงเค็ล คาซานา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทการตลาดและการขายเครื่องสำอาง และก่อตั้ง ทอมสิท แวร์ทรีบเกเซลชาร์ฟต จำกัด บริษัทการตลาดและการขายกาวสำหรับงานปูพื้น

เนื่องจากได้เข้าถือครองบริษัท ฟรานคินิ คีมิกา เอสอา ที่เมืองบัวโนสไอเรส สถานะของเฮงเค็ลในประเทศอาร์เจนติน่าจึงมั่นคงขึ้น เนื่องจากการมีบริษัทเป็นของตนเองนหลังจากนั้นได้เปลี่ยนชื่อบริษัทนี้ใหม่เป็นเฮงเค็ล อาร์เจนติน่า เอสเอ

1970

ในเดือนเมษายน จัดการประชุมนานาชาติทางวิทยาศาสตร์ด้านสุขอนามัยภายใต้ชื่อดูสเซลดอร์ฟเฟอร์ ฮูกินเนทาเกอร์ การประชุมมีขึ้นเป็นประจำจนถึงปีค.ศ. 1996

เฮงเค็ลเข้าสู่ตลาดผลิตภัณฑ์ดูแลมือด้วยการผลิตครีมแบรนด์ครีม 21 ออกสู่ตลาด รวมทั้งผลิตผงซักฟอกดิกซี่ และผงแช่ผ้าสำหรับขจัดคราบสกปรกฝังแน่นแบรนด์เอ็กซ์-ตร้า

บริษัท คอร์ดส แอนด์ โค จำกัด ในเมืองมินเดน เข้าร่วมกับเฮงเค็ล ในปีค.ศ. 1971 คอร์ดสและซิเกล ได้ร่วมกันผลิตยาแนวรอยต่อกันรั่วซึมแบบยืดหยุ่นขึ้น ภายใต้ชื่อแบรนด์ซิสต้า และต่อมาเฮงเค็ลก้าวมาเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับนานาชาติในด้านนี้


1971

เฮงเค็ลรวมเอากลุ่มบริษัทที่มีชื่อเสียงด้านเครื่องสำอางและเครื่องอาบน้ำเข้าไว้ด้วยกัน เพื่อก่อตั้งเป็นบริษัทภายใต้ชื่อ เทราชิมมิ จีเอ็มบีฮา ดูสเซลดอร์ฟ โดยเปลี่ยนชื่อเป็นเทรา จีเอ็มบีฮา คอสเมติช อุนด์  เทราเพอติช แอร์เซอร์นิส ในปีค.ศ. 1974 และเปลี่ยนเป็นเทรา คอสเมติค จีเอ็มบีฮา ในปีค.ศ. 1989   เฮงเค็ลขายบริษัท ไดร์เออร์ริ่ง – แวร์ก ในเมืองเครเฟลด์ให้กับบริษัท ไดลี่-แวร์ก มอยเรอร์ + วิซ เมื่อวันที่ 1 มกราคม ค.ศ.1997

เฮงเค็ลมีบริษัทสาขาในต่างประเทศมากขึ้น อาทิ เฮงเค็ล อินดัสตรี จำกัดในลอนดอนเฮงเค็ล เฮลาส เอสอา ในเอเธนส์ เฮงเค็ล เคมิคัล (แคนาดา) จำกัด ในเมืองมอนทรีออล เฮงเค็ล เคมิคัล (เอช.เค.) จำกัด ในฮ่องกง ตามมาด้วยเฮงเค็ล เคมิคัล (ไนจีเรีย) จำกัดในประเทศไนจีเรีย และ เฮงเค็ล ไทย จำกัด ในกรุงเทพฯในปีถัดมา

1972

เฮงเค็ลถือครองบริษัท กอร์ดอน สเลเตอร์ จำกัด ในอังกฤษ ซึ่งได้เปลี่ยนชื่อเฮงเค็ล เคมิคัล จำกัด มีชื่อเสียงทางด้านกาวติดผนังแบรนด์ซอลไวท์ ซึ่งต่อมาค่อยๆกลายมาเป็นผู้นำตลาดในสหราชอาณาจักร

รวมธุรกิจกาวติดพื้นของกลุ่มบริษัท คอสแซค ซิเชล และทอมป์สัน ซิเกล เข้าด้วยกัน เป็นบริษัท เฮงเค็ล โบเทคนิค ภายใต้ชื่อแบรนด์ทอมสิท บริษัท ฟเวอร์เคาฟ์ ซิเชลดูแลธุรกิจผลิตภัณฑ์ทาสีแทนของบริษัท เฮงเค็ล ซิเชล และ คอร์เดส

ประเภทของผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในบ้านมีเพิ่มมากขึ้นจากการผลิตสินค้า
แบรนด์เดีย เจเนอร์รัล

1973

จดสิทธิบัตรสารทดแทนฟอสเฟต(ซาซิล) สำหรับใช้ในผงซักฟอก  เทโรซอลสร้างห้องทดลองงานวิจัยและพัฒนาของตนเองขึ้น

มีการเปลี่ยนแปลงสูตรผงซักฟอกเพอร์ซิลอีกครั้ง  ถือเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปีค.ศ. 1959 ที่เฮงเค็ลใส่เลขปีค.ศ.ลงไปในชื่อแบรนด์เพอร์ซิลยิ่งตอกย้ำชื่อของเพอร์ซิลมากขึ้น

ประเภทของกาวและผลิตภัณฑ์กันรั่วซึมสำหรับอุตสาหกรรมรถยนต์มีเพิ่มมากขึ้นด้วยผลิตภัณฑ์กันรั่วซึมแบบยางและแบบเป็นแถบกาว (แบรนด์มาโครพลาส)

1974

ที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน มีการก่อสร้างสถาบันชีววิทยา และอาคารทดลองนำร่อง ห้องทดลอง รวมทั้งสำนักงานเพื่อเทคโนโลยี และการพัฒนาทางเคมี

เฮงเค็ลถือหุ้นบริษัท โคลร็อกซ์ ในสหรัฐอเมริกา เพื่อเอื้อต่อการผลิตและจัดจำหน่ายสินค้าบางประเภทที่พัฒนาขึ้นโดยเฮงเค็ล เพื่อการใช้งานในครัวเรือนและกลุ่มลูกค้ารายใหญ่ จากการซื้อบริษัทโปรดุยส์ ชิมิค ดู ซิโดเบร ซินโนวา เอสอา ที่เมืองบูซง ประเทศฝรั่งเศส เฮงเค็ลจึงก่อตั้งโรงงานผลิตกรดไขมันแอลกอฮอล์แห่งที่สองในทวีปยุโรป


1975

บริษัท เฮงเค็ล จำกัด เปลี่ยนเป็นบริษัท หุ้นส่วนจำกัด (Kommanditgesellschaft auf Aktien (KGaA)) (หุ้นส่วนทางการค้าที่จำกัดโดยสัดส่วนการถือหุ้น) และเป็นบริษัทถือหุ้นของเฮงเค็ล ซึ่งมีบริษัทสาขาและบริษัทในเครือรวม 70 บริษัท ด้วยการรับรองทางกฎหมายของ หุ้นส่วนจำกัด บริษัทจึงเข้าตลาดหุ้นในปีค.ศ. 1985

ชวาร์สคอฟครอบครองบริษัท โอลิวิน จำกัด ซึ่งผลิตผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายแบรนด์แบค และผลิตภัณฑ์สำหรับผู้ชายแบรนด์แฮททริค

เฮงเค็ลขยายธุรกิจไปยังต่างประเทศ บริษัทใหม่ของเฮงเค็ลในเมืองซิดนีย์ภายใต้ชื่อ   เฮงเค็ล ออสเตรเลีย จำกัด ดูแลตลาดท้องถิ่นให้ผลิตภัณฑ์ของเฮงเค็ล นอกจากนี้ยังก่อตั้งบริษัท คูมิคา เฮงเค็ล เคนโทรอเมริกานา เอสอา ในประเทศกัวเตมาลาในปีค.ศ. 1974 และยังจัดจำหน่ายเพื่อตลาดอเมริกากลาง ในปีค.ศ. 1976 บริษัท อินเวสซยองเนส แอนโดรคา ในเมืองคารากัส ประเทศเวเนซูเอลาได้กลายมาเป็นบริษัท เฮงเค็ล เวเนซุเอลา อีกทั้งในปีค.ศ. 1976 นี้ เฮงเค็ลร่วมทุนกับบริษัท พีที เฮงเค็ล อินโดนีเซีย และก่อตั้งบริษัทในกรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ ยังก่อตั้งบริษัท เฮงเค็ล เคมิคัล (แคริบเบียน) จำกัด ในเมืองคิงส์ตัน ประเทศจาไมกา ในปีค.ศ. 1970

1976

ปีนี้เป็นปีครบรอบหนึ่งศตวรรษของเฮงเค็ล เฮงเค็ลบริจาคสวนสุขภาพนีเดอร์ไฮด์ และศูนย์ศิลปะ อาร์ต เรสโทเรชั่น เซนท์ ในเมืองดูสเซลดอร์ฟ (เปิดให้บริการปีค.ศ. 1978) ดร.คอนราด เฮงเค็ล ได้รับตำแหน่งพลเมืองที่น่ายกย่องของเมืองดูสเซลดอร์ฟ เช่นเดียวกับ ฟริทซ์ เฮงเค็ล ผู้เป็นปู่ของเขา ที่ได้รับรางวัลเดียวกันนี้ในปีค.ศ. 1928 และดร.ฮิวโก เฮงเค็ล พ่อของเขา ในปีค.ศ. 1951

ผงซักฟอกมุสแตงค์ ผงซักฟอก 60 ดีกรีตัวแรกได้ถูกผลิตขึ้นภายใต้แบรนด์อัสซิล และเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ที่ใช้โฟมโพลียูรีเทน
 
งานวิจัยของเฮงเค็ลพบว่าเอชอีดีพี (1-ไฮดรอกซีเทน-1, 1-ดีโฟสโฟนิค แอซิด) ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญนั้น สามารถทำให้เกิดแคลเซียมเชิงซ้อนซึ่งทำให้เกิดหินปูนได้

1977

ในประเทศอเมริกา เฮงเค็ลเข้าถือสิทธิ์บริษัทเจเนรัล มิล เคมิคัล อิงค์.และบริษัทสาขาต่างๆ ในประเทศญี่ปุ่น ประเทศบราซิล และประเทศไอร์แลนด์ เจเนรัล มิล เคมิคัล อิงค์. เป็นผู้นำด้านแหล่งวิตามินอีธรรมชาติและผู้นำการผลิตสินค้าทองแดงสกัด,    โพลิเอไมด์ และอีพ็อกซี่ฮาร์ดเดนเนอร์ในสหรัฐอเมริกา

ประสบความสำเร็จในการทดลองผงซักฟอกฟอสเฟตต่ำที่มีสารซาซิลตัวแรกภายใต้ชื่อโพรดิกซาน ธุรกิจกาวฮอทเมลท์ เพื่อสายไฟฟ้าเคเบิล ข้อต่อสายไฟ และธุรกิจอุปกรณ์ไฟฟ้า (แบรนด์มาโครเมลท์) กลายมาเป็นธุรกิจสำคัญ

1978

ได้รับรางวัล ดูสเซลดอร์ฟ ไฮจีน ไพรซ์ ด้านผลงานทางวิทยาศาสตร์ที่มีความโดดเด่น ซึ่งเป็นปีแรกที่จัดรางวัลนี้ขึ้น รางวัลนี้ให้ไว้เนื่องในโอกาสครบรอบร้อยปีของเฮงเค็ลในปีค.ศ.1976 จนกระทั่งปีค.ศ. 1996 รางวัลนี้ได้ถูกมอบในงานสุขอนามัย ที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ “ดูสเซลดอร์ฟ ฮูกีนเนทาร์ค”

เมื่อเข้าถือกรรมสิทธิ์ในบริษัท ออมนิตเทคนิค จีเอ็มบีฮา ชิมมิช ฟแวร์บินดงจ์เทคนิค เมืองมิวนิค จึงได้รวมกาวที่เซ็ทตัวในสภาวะอับอากาศที่คิดค้นขึ้นในปีค.ศ. 1953 โดยเวอร์นอน ครีเบิล ผู้ก่อตั้งแบรนด์ล็อคไทท์ เข้าเป็นหนึ่งในผลิตภัณฑ์ของเฮงเค็ล

ก่อตั้งบริษัท กรูโป คีมิโค เม็กซิกาโน ที่เมืองเม็กซิโกซิตี้

1979

การวางจำหน่ายยาสีฟันแบรนด์เทรา-เมท ยาสีฟันหลอดฝาเปิด ซึ่งเปิดช่องทางการตลาดด้านสุขภาพช่องปากและฟันให้แก่เฮงเค็ล

หลังจากที่ผงซักฟอกฟอสเฟตต่ำแบรนด์โพดิกซานประสบความสำเร็จ เฮงเค็ลก็ได้ผลิตผงซักฟอกสารซาซิลแบรนด์ไวร์เซอร์ รีเซอร์

โรงงานชีวภาพนำร่องและโรงงานเครื่องหนังทดลองนำร่องแห่งใหม่เปิดทำงานในเมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน

บริษัท ชิมมิช แฟบริค กรูโน เริ่มพัฒนาสินค้าเฉพาะทางเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งช่วยยับยั้งการผลิตสารเคมีและน้ำมันที่เป็นตัวทำลายสิ่งแวดล้อม สารยึดเกาะน้ำมัน แบรนด์นีโอโคซอล เป็นผลิตภัณฑ์ตัวแรกที่ได้ชื่อว่าปกป้องสิ่งแวดล้อม เนื่องจากสามารถแยกน้ำออกจากน้ำมันที่รั่วได้

1980

เฮงเค็ลเข้าถือครองกรรมสิทธิ์ในสองบริษัทในสหรัฐอเมริกาในปีค.ศ.1987 คือบริษัท แอมเคม โปรดักส์ อิงค์. บริษัทผู้เชี่ยวชาญและผู้ผลิตกาว และบริษัท ปาร์กเกอร์ เคมิคัล ผู้เชี่ยวชาญด้านสารเคลือบผิวโลหะ ดังนั้น เฮงเค็ลจึงเข้าสู่วงการธุรกิจยานยนต์ เฮงเค็ลยังได้กรรมสิทธิ์บริษัท รอส เคมิคัล ในเมืองดีทรอยด์ รัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นบริษัทผลิตกาวสำหรับงานประดิษฐ์ประดอยทำเอง เพื่องานในครัวเรือน และในโรงเรียน เช่นเดียวกับแบรนด์กลอย กาวสัญชาติอังกฤษแบรนด์ดัง

ดร.คอนราด เฮงเค็ลรับตำแหน่งประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาและผู้ถือหุ้นบริษัท เขาเป็นทายาทคนสุดท้ายของตระกูลที่ได้เข้ารับตำแหน่งประธานและผู้บริหารสูงสุดของบริษัท 
ผู้ที่สืบทอดตำแหน่งจากเขาคือ ดร. เฮลมัท ซีห์เลร์

กาวฮอทเมลท์ ชนิดละลายน้ำตัวใหม่ได้จุดประกายกระบวนการรีไซเคิลให้เฮงเค็ล


1981

ในปีค.ศ. 1980 บริษัทร่วมทุนชื่อ เฮงเค็ล โอเลโอเคมิคัล มาเลเซีย (เอชโอเอ็ม) ในเมืองพอร์ตเคลัง ประเทศมาเลเซีย ได้ผลิตสารเคมีที่มีสารโอลีโอเคมีคอลเป็นหลัก ภายในปีค.ศ. 1998 เฮงเค็ลมีบริษัททั้งหมดเจ็ดแห่งในประเทศมาเลเซีย ปีค.ศ. 1982 เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัท เฮงเค็ล เซาธ์ อิส เอเซีย จำกัด ในประเทศสิงคโปร์

หลังจากผงซักฟอกสารฟอสเฟตต่ำแบรนด์โพดิกซาน แอนด์ ไวร์เซอร์ รีเซอร์ เป็นที่ยอมรับในตลาด แบรนด์ดังอย่างเพอร์ซิล จึงหันมาใช้สารซาซิลด้วยเช่นกัน ภายในเวลาเดียวกันนี้ ผงซักฟอกเหลวสำหรับขจัดคราบสกปรกฝังแน่นภายใต้แบรนด์ลิซ และโฟมเปลี่ยนสีผมตัวแรกภายใต้ชื่อแบรนด์โพลี ก็ได้รับการผลิตออกสู่ท้องตลาด

1982

เฮงเค็ลนำเสนอรางวัล ฟริทซ์ เฮงเค็ล อวอร์ด รางวัลสำหรับความโดดเด่นด้านนวัตกรรมที่ประสบความสำเร็จทางการค้าที่เกิดขึ้นจากความคิดของพนักงาน

บริษัท ฟเวอร์บานด์ เดีย ชิมมิชเชิน อินดุสตรี (สมาคมอุตสาหกรรมเคมีเยอรมนี) ติดตั้งระบบข้อมูลข่าวสารอุบัติเหตุทางการขนส่งและระบบความช่วยเหลือ (ทียูไอเอส) ซึ่งได้ติดตั้งที่แผนกดับเพลิงของเฮงเค็ลที่เมืองดูสเซลดอร์ฟเช่นกัน ซึ่งแผนกดับเพลิงนี้ได้ให้คำปรึกษาและสนับสนุนบริการช่วยเหลือฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ ในกรณีสถานที่เกิดอุบัติเหตุนั้นมีสารเคมีเกี่ยวข้อง

1983

เฮงเค็ลครอบครองกรรมสิทธิ์ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าแบรนด์อ๊อค จากบริษัท เฮเดน จำกัด ซึ่งทำให้สถานะของเฮงเค็ลในวงการธุรกิจเครื่องสำอางมั่นคงขึ้น

ผงซักฟอกปลอดสารฟอสเฟตสำหรับขจัดคราบสกปรกฝังแน่นตัวแรกถูกผลิตออกวางจำหน่ายในเยอรมนีภายใต้แบรนด์ดิกซาน

ไนโตรเจนออกไซด์เป็นสาเหตุร้ายแรงที่ทำลายป่าไม้ เพื่อที่จะรักษาสภาพชั้นบรรยากาศ นักวิจัยที่โรงไฟฟ้าของเฮงเค็ลในเมืองดูสเซลดอร์ฟจึงพัฒนาวิธีการผลิตในโรงงานเพื่อลดกระบวนการสร้างไนโตรเจนออกไซด์ลง 75 เปอร์เซ็นต์ (โดยใช้กรรมวิธีที่เรียกว่าเฮียเรน็อกซ์)

สถาบันวิจัยเฮงเค็ลพัฒนาการทดลองกระบวนการสร้างและสลาย  เพื่อพิสูจน์การย่อยสลายได้ของสารลดแรงตึงผิว  ปีค.ศ. 1980 เฮงเค็ลทดลองโดยไม่ต้องใช้สัตว์ได้แล้ว นับเป็นครั้งแรกของการทดลองโดยไม่ใช้สัตว์

1984

มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการทำงานให้ทันสมัยขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้นเกิดขึ้นโรงงานผลิตกลีเซอรีนในเขตเมืองดูสเซลดอร์ฟ โฮลโทเซน
 
ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ โรงงานไตรอะเซตินจึงเข้ามารวมอยู่ในการผลิต กลีเซอรีนด้วย
หลังจากได้ถือครองธุรกิจกาวของบริษัท โมนาร์ช/อดัมส์ แอดฮีซีฟ เฮงเค็ลได้กลายเป็นผู้นำตลาดด้านนี้ในสหราชอาณาจักร  กิจการผลิตภัณฑ์กาวทั้งหมดของ  เฮงเค็ลในประเทศอังกฤษถูกจัดการใหม่ทั้งหมดภายใต้บริษัท เฮงเค็ล อินดัสเตรียล แอดฮีซีฟ ในปีค.ศ. 1988  นอกจากนี้  เฮงเค็ลยังได้กรรมสิทธิ์ในบริษัท บริเคม กรุ๊ป ในเมืองสลาว ซึ่งเป็นผู้ผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดสารเคมีและผลิตภัณฑ์ดูแลพื้น

1985

เฮงเค็ลเข้าสู่ตลาดหุ้น รายงานทางการเงินของบริษัทเฮงเค็ลทั่วโลกจึงถูกตีพิมพ์เป็นครั้งแรก เดือนมิถุนายน ค.ศ. 1986 มีการจัดการประชุมรายปีเป็นครั้งแรก

เฮงเค็ลเข้าถือหุ้นบริษัท คีมีคา แอร์ตินจ์ เอสอา ในประเทศชิลี 28 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งเปลี่ยนชื่อเป็น เฮงเค็ล ชิลี เอสอา ในปี1993 และถือหุ้นบริษัทล็อคไทท์ คอร์ปอเรชั่น ในสหรัฐอเมริกา 25 เปอร์เซนต์

ชวาร์สคอฟเป็นบริษัทสัญชาติตะวันตกบริษัทแรกที่เข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัท อิสเทิร์น      ยูโรเปี่ยน (บริษัท ชวาร์สคอฟ คอสเมติคาย ไคเอฟที ในเมืองบูดาเปสต์ ประเทศฮังการี)

ก่อตั้งมูลนิธิคอนราดเฮงเค็ลเพื่อการส่งเสริมเศรษฐกิจ  ที่มหาวิทยาลัยดูสเซลดอร์ฟ


1986

วันที่ 1 มกราคม เฮงเค็ลเข้าบริหารโรงงานแฟบริค กรูโน จีเอ็มบีฮา ผลอย่างหนึ่งที่ตามมาคือความมั่นคงในธุรกิจสารปรุงอาหาร ส่วนในประเทศออสเตรีย กิจการกาวของบริษัท ชิมมิ ลินซ์  เอจี ภายใต้ชื่อแบรนด์ลีฟา ถูกโอนเข้าเป็นกรรมสิทธิ์ของเฮงเค็ล ออสเตรีย กีส.เอ็ม.บี.ฮา เฮงเค็ลยังเข้าถือครองกิจการสินค้าแบรนด์แซมสัน ของบริษัท ซามูแอล โจนส์ จำกัด ในประเทศอังกฤษอีกด้วย

วันที่ 1 มกราคม  ผงซักฟอกเพอร์ซิลที่ปราศจากสารฟอสเฟตถูกผลิตออกวางจำน่ายในประเทศเยอรมนี ประเทศเนเธอร์แลนด์ และประเทศสวิสเซอร์แลนด์  ผงซักฟอก “กรีน” ของเพอร์ซิลปราศจากสารฟอสเฟต ซึ่งนำเข้าประเทศออสเตรียในปีค.ศ. 1985 ได้ครอบครองพื้นที่ในตลาดไปแล้ว 11.4 เปอร์เซนต์

เพื่อสถานะมั่นคงของเฮงเค็ลในวงการก่อสร้าง เฮงเค็ลจึงเข้าถือกรรมสิทธิ์ธุรกิจสารเคมีเพื่อใช้ในการสร้างอาคารของบริษัทบีแชม กรุ๊ป ลอนดอน พร้อมกับบริษัทและแบรนด์หลักต่างๆ ได้แก่ รับสัน ในประเทศฝรั่งเศส ยูนิบอนด์-คอปปี้เด็กซ์ จำกัด ในประเทศอังกฤษ และเซเรซิท จำกัด ในประเทศเยอรมนี ซึ่งเป็นพันธิมิตรด้านการก่อสร้างตั้งแต่ปีค.ศ. 1905 บริษัท เซเรซิท รวมบริษัทกับเฮงเค็ล โบเทคนิค ในปีค.ศ. 1990
ก่อตั้งศูนย์วิจัย เฮงเค็ล รีเสิร์ท คอร์ปอเรชั่น ในซานตาโรซา รัฐแคลิฟอร์เนีย และปีค.ศ. 1991 ได้รวมบริษัทเป็นค็อกนิส

1987

เฮงเค็ลมีสถานะมั่นคงในวงการธุรกิจสีเคลือบและหมึก รวมทั้งอุตสาหกรรมสิ่งทอจากการซื้อบริษัท อ๊อคซี่ โปรเซส เคมิคัล อิงค์. ในประเทศอเมริกา ซึ่งเป็นที่รู้จักภายใต้ชื่อน็อปโก้ นอกจากนี้ยังก่อตั้งบริษัท เฮงเค็ล โคลอมเบียน่า เอสอา ในคาลิ ประเทศโคลัมเบีย

ชวาร์สคอฟเปลี่ยนสินค้าทั้งหมดให้ปราศจากสารซีเอฟซี และกลายมาเป็นเป็นผู้ริเริ่มผลิตผลิตภัณฑ์ปลอดสารซีเอฟซี ในประเทศเยอรมนี

เฮงเค็ลตีพิมพ์เอกสารคู่มือแนวทางปฏิบัติของบริษัท ซึ่งให้ความสำคัญกับการปกป้องสิ่งแวดล้อมเช่นเดียวกับผลกำไรบริษัท  ข้อตกลงภายในโรงงานออกตีพิมพ์ตามมาภายหลังในปีค.ศ. 1989

1988

หลังจากความแตกแยกในความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างสาธารณรัฐประชาชนจีนและเยอรมนีตะวันตกเริ่มผ่อนคลายลง เฮงเค็ลเปิดสำนักงานติดต่อประสานงานในกรุงปักกิ่งและสนับสนุนการบูรณะกำแพงเมืองจีนบางส่วนความยาว 747 เมตร ปัจจุบัน เฮงเค็ลมีบริษัทและความร่วมมือทางธุรกิจต่างๆในประเทศจีนมากกว่า 15 บริษัท

ยอดจำหน่ายของเฮงเค็ลสูงกว่าสิบพันล้านเป็นครั้งแรก

หลังจากการทำการวิจัยตั้งแต่ปี 1984 เฮงเค็ลได้รับความรู้เพิ่มเติมด้านสาร อัลเกิล โพลีกลีโคไซด์ (เอพีจีเอส)จากบริษัท ฮอริซอน เคมิคัล ดิวิชั่น ออฟ สเตเลย์ คอนติเนนทัล อิงค์. ในประเทศอเมริกา  ธุรกิจเอพีจีเอสถูกรวมเข้ากับธุรกิจผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านและผลิตภัณฑ์ดูแลทำความสะอาดร่างกาย ในฐานะที่เป็นวัตถุดิบสำคัญของสารทำความสะอาดสูตรอ่อนโยนโดยเฉพาะวัตถุดิบที่ใช้ในการซักผ้าอย่างอ่อนโยนตั้งแต่ปี 1990

1989

สินค้าแบรนด์พริตต์ทั้งหมดไม่มีสารทำละลาย ผงซักฟอกทุกตัวของเฮงเค็ลในประเทศเยอรมนีปราศจากสารฟอสเฟต
เฮงเค็ลเพิ่มศักยภาพตัวเองในวงการยานยนต์ด้วยกาวโพลียูรีเทน และกาวอีพ็อกซี่เพิ่มแรงยึดติดด้วยใยแก้ว
กาวฮอทเมลท์ ที่ใช้ในบรรจุภัณฑ์ที่ไวต่อแรงกดถูกนำออกสู่ตลาดนอลวูฟเวนส์
เฮงเค็ลเข้าถือกรรมสิทธิ์บริษัท เอเมอรี่ ดิวิชั่น รัฐโอไฮโอ ประเทศสหรัฐอเมริกา จากบริษัท ควอนตัม เคมิคัล คอร์ปอเรชั่น ทำให้สถานะความเป็นผู้นำด้านสินค้าที่ใช้สารโอลีโอเคมีคอล เป็นหลักและผู้นำด้านเทคโนโลยีด้านโอโซโนไลนิสมั่นคงขึ้น นอกจากนี้ เฮงเค็ลยังถือหุ้น12 เปอร์เซนต์ ในบริษัท อีโคแลบ อิงค์. ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในครัวเรือนและอุตสาหกรรมรายใหญ่ที่สุดของโลก

1990

คอนราด เฮงเค็ล สละตำแหน่งประธานกรรมการที่ปรึกษาและผู้ถือหุ้นบริษัทให้กับ   อัลเบรค์ท โวอ์สเตอร์โหลนของผู้ก่อตั้งบริษัท

คอนราด เฮงเค็ลกลายมาเป็นประธานกิตติมศักดิ์ของเฮงเค็ล

วางจำหน่ายผงซักฟอกคอมแพคแบรนด์เพอร์ซิล ซุปปร้า เฮงเค็ลซื้อโรงงานในเยอรมนีตะวันออกในเขตเกนธินคืน ผงซักฟอกสปี ผงซักฟอกสำหรับขจัดคราบสกปรกฝังแน่นซึ่งผลิตในโรงงานแห่งนี้ ถูกนำมาดัดแปลงสูตรใหม่และวางจำหน่ายในราคาที่ซื้อหาได้ในตลาดประเทศเยอรมนี

เพื่อให้การผลิตน้ำอัดลมสามารถผลิตใส่ขวดพลาสติกที่สามารถคืนขวดได้ที่เรียกว่าขวดพีอีที เฮงเค็ลประสบความสำเร็จในการนำเสนอกาวชนิดพิเศษที่ใช้ติดฉลากขวด พีอีที

ช่วงหมดยุคคอมมิวนิสต์ในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก เฮงเค็ลมองเห็นช่องทางธุรกิจใหม่ เฮงเค็ลขยายธุรกิจเข้าไปในประเทศรัสเซียด้วยการถือหุ้นโรงงานผลิตผงซักฟอกคิมโวล็อคโน ตามมาด้วยการก่อตั้งเฮงเค็ล โบเทคนิค โพสก้า เอสพี ซู ในประเทศโปแลนด์ เฮงเค็ล ออสเตรีย ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเวียนนาควบคุมดูแลการขยายบริษัทของเฮงเค็ลในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออก


1991

เฮงเค็ลถือกรรมสิทธิ์ในบริษัท เทโรซอล ในเมืองไฮเดลเบิร์ก และนำมารวมเข้ากับแผนกเทคโนโลยีกาวและเทคโนโลยีสำหรับพื้นผิวของเฮงเค็ล 

วางจำหน่ายเพอร์ซิล คัลเลอร์ ผงซักฟอกเพื่อผ้าสีเป็นครั้งแรก
เฮงเค็ลก่อตั้งบริษัทสาขาเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพและสิ่งแวดล้อมภายใต้ชื่อ ค็อกนิส นอกจากนี้ยังก่อตั้งศูนย์วิศกรรมแห่งทวีปยุโรปของล็อคไทท์ในเมืองมิวนิค-การ์ชิง

เฮงเค็ล เอเซีย แปซิฟิคในฮ่องกง เข้าดูแลบริหารภูมิภาคเอเชียแปซิฟิคในฐานะบริษัทผู้ถือหุ้น

ในฐานะที่เป็นหนึ่งในบริษัทอุตสาหกรรมแรกเริ่ม เฮงเค็ลอนุมัติกฎบัติธุรกิจหอการค้านานาชาติเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

1992

ศาตราจารย์ ดร เฮลมัท ซิห์เลร์ ย้ายเข้ามาเป็นคณะกรรมการผู้ถือหุ้นและสละตำแหน่งประธานและผู้บริหารสูงสุดให้แก่ ดร. ฮานส์ ดิทริช วิงค์ฮอส์

อัลเกิล โพลีกลีโคไซด์ (เอพีจีเอส) สารเคลือบผิวย่อยสลายได้ซึ่งมีส่วนประกอบหลักเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติ ถูกผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกโดยบริษัท เอเมอรี่ กรุ๊ป รัฐโอไฮโอ ปีค.ศ. 1995 เฮงเค็ลมีสายการผลิตสารเอพีจีเป็นครั้งที่สอง ในเมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน

สถาบันวิจัยเฮงเค็ลพัฒนาวิธีการแก้ไขดินปนเปื้อนน้ำมัน

บริษัทตีพิมพ์รายงานสิ่งแวดล้อมประจำปีเล่มแรก

1993

เฮงเค็ลถือหุ้นบริษัท อีรา เอจี ในโทสโนใกล้เซนท์ปีเตอร์สเบิร์ก และเริ่มสร้างธุรกิจในประเทศรัสเซียและเครือรัฐเอกราช รวมทั้งรัฐบอลติค บริษัท อีรา ผลิตผงซักฟอก, ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในบ้านและเครื่องสำอาง  และผลิตกาวในปี 1999  นอกจากนี้ยังขยายธุรกิจไปยังประเทศแถบยุโรปตะวันออก นอกจากนี้ ในปี 1995 ได้ก่อตั้งบริษัท เฮงเค็ล ออสเตรีย กรุ๊ปซึ่งมีบริษัท 17 บริษัทในยุโรปกลางและยุโรปตะวันออกอยู่ภายใต้การดูแล

บริษัท เคมิคัล ซัพซิดัลรี่ พูลครา เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน ผลิตน้ำยาปรับผ้านุ่มเพื่อผงซักฟอกและกลุ่มเครื่องสำอาง  สมาคมธุรกิจตุรกีมอบรางวัลบริษัทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมให้แก่บริษัท เติร์ก เฮงเค็ล ในประเทศตุรกี จากการที่เฮงเค็ลสนับสนุนให้ผู้บริโภคใช้บรรจุภัณฑ์ชนิดเติมได้สำหรับผงซักฟอกและสำหรับกาวบางชนิดเพื่อลดปริมาณขยะ

1994

เริ่มผลิตผงซักฟอกชนิดเข้มข้นซึ่งได้จดสิทธิบัตรแบรนด์เมก้าเพิร์ลที่เมืองดูสเซลดอร์ฟ-โฮลโทเซน เพอร์ซิล เมก้าเพิร์ลเปิดตัวสู่ตลาด และได้รับการตอบรับและถูกนำเข้าไปจำหน่ายยังประเทศข้างเคียงในเวลาอันรวดเร็ว  ปีค.ศ. 1996ไวร์เซอร์ รีเซอร์ เมก้าเพิร์ล  และสปี เมก้าเพิร์ลมีการวางจำหน่ายในตลาดเยอรมนี


นอกจากนี้ ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี เฮงเค็ลได้ประกาศภาวะการเป็นผู้นำด้านนิเวศวิทยาให้เป็นหนึ่งในปรัชญาสูงสุดของบริษัท

การขนส่งผงซักฟอกทางไกลและผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดภายในบ้านเปลี่ยนจากขนส่งทางรถยนต์เป็นการขนส่งทางรถไฟ ในปีค.ศ. 1994 ถือเป็นการขนส่งที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) 
ตามที่ข้อตกลงที่ให้ไว้กับคณะกรรมการกฎบัตรทางธุรกิจเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน     เฮงเค็ลตีพิมพ์แนวคิดด้านความรับผิดชอบที่มีต่อการดูแลโลก ภารกิจของบริษัทและหลักการนี้ถูกตีพิมพ์ลงในเอกสารตีพิมพ์

1995

เฮงเค็ลถือกรรมสิทธิ์บริษัทเครื่องสำอาง ฮันส์ ชวาร์สคอฟ จีเอ็มบีฮา หลังจากการรวมธุรกิจ ในปีค.ศ. 1997 โดยใช้ชื่อ ชวาร์สคอฟ แอนด์ เฮงเค็ล คอสเมติค จีเอ็มบีฮา ในเมืองดูสเซลดอร์ฟ รับหน้าที่ดูแลผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผมเพื่อร้านทำผม รวมทั้งการเข้าดูแลบริษัท ฮันส์ ชวาร์สคอฟ จีเอ็มบีฮา แอนด์ โค เคจี (ชวาร์สคอฟ โปรเฟสชั่นแนล) ในเมืองแฮมเบิร์ก ตามลำดับ

หลังจากถือครองกรรมสิทธิ์บริษัท เลอปาร์ช จำกัด ซึ่งเป็นผู้นำด้านจัดจำหน่ายกาวสำหรับงานช่างมืออาชีพและงานประดิษฐ์ประดอย เฮงเค็ลก็ก้าวมาเป็นผู้นำทางด้านนี้ในประเทศแคนาดา ปีค.ศ.1996 เฮงเค็ลถือครองบริษัท แคนาเดี่ยน แอดฮีซีฟ ซึ่งเป็นบริษัทผู้ผลิตกาวเชื่อมติดข้อต่อ และกาวสำหรับงานประกอบ ซึ่งถูกรวมบริษัทเข้ากับบริษัท เลอปาร์ช

เฮงเค็ลถือกรรมสิทธิ์ในบริษัท ดร.รูดอร์ฟ ชีเบอร์ ชิมมิช แฟบริค จีเอ็มบีฮา + โค เคจี ในเมืองบอพฟิงเกน ในเยอรมนี (ก่อตั้งในปี 1893) ปีค.ศ. 1988 ถูกรวมเข้ากับบริษัท คีแท็กซ์  คลีเบอเทคนิค จีเอ็มบีฮา ซึ่งก่อตั้งโดยเฮงเค็ลในปี 1991 และมีสำนักงานใหญ่ในเมืองเฮเดอโน ใกล้เขตเดรสเดน เพื่อก่อตั้งบริษัท ดอรุส คลีเบอเทคนิค   จีเอ็มบีฮา แอนด์ โค เคจี บริษัทเชี่ยวชาญเฉพาะด้านพร้อมสินค้าครบครันสำหรับวงการผลิตไม้ ที่เดียวกันนี้ในปีค.ศ. 2000 มีการก่อตั้งโรงงานสายการผลิตกาวฮอทเมลท์ ที่ใหญ่ที่สุดและทันสมัยที่สุดในทวีปยุโรป

เฮงเค็ลถือกรรมสิทธิ์ในสายการผลิตของบริษัท เพลิแกน โฮลดิ้ง เอจี ต่อมาถือกรรมสิทธิ์ด้านการพัฒนาธุรกิจและสิทธิการตลาดนอกประเทศเยอรมนี เพื่อขายปากกาลบคำผิด กาว และปากกาเน้นข้อความในปีค.ศ. 2000 กาวแท่ง Pritt มีวางจำหน่ายหลายประเทศในทวีปยุโรปตั้งแต่ปีค.ศ. 1989
หลังจาการครอบครองกรรมสิทธิ์บริษัทสัญชาติสวิส “เลสเซอร์” ศูนย์กลางการผลิตกาวเพื่อการผลิตบุหรี่อยู่ที่เมืองซูริค


1996

เฮงเค็ลผลิตกาวปูพื้นที่ปราศจากสารโซเว้นท์ที่ได้มาตรฐานสูงแบรนด์ทอมสิท เพื่อการใช้งานภายในอาคาร

หลังจากได้กรรมสิทธิ์บริษัท ยูไนเต็ด เรซิน โปรดักส์ เฮงเค็ลก็มีสถานะมั่นคงมากขึ้น สายการผลิตที่เพิ่มขึ้นทำให้เฮงเค็ลครอบคลุมประเทศตลาดอเมริกาอย่างกว้างขวาง เช่นเดียวกับการถือกรรมสิทธิ์บริษัท ธีม ออโต้โมทีฟ ดิวิชั่น สำหรับกาวและผลิตภัณฑ์กันรั่วซึมในอุตสากรรมรถยนต์ บริษัท โนวาแม็กซ์ เทคโนโลยี คอร์ปอเรชั่น ออฟ แอตแลนต้า ในรัฐจอร์เจีย ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการดูแลพื้นผิวโลหะก็ได้กลายมาเป็นสมาชิกเฮงเค็ลเช่นกัน

เฮงเค็ลถือกรรมสิทธิ์ในบริษัท เอ็น.บี.เลิฟ แอดฮีซีฟ ที่เมืองเมลเบิร์น ผู้นำตลาดด้านกาวบรรจุภัณฑ์ในประเทศออสเตรเลียและประเทศนิวซีแลนด์ บริษัทนี้ยังเป็นหนึ่งในผู้นำจัดจำหน่ายกาวอุตสาหกรรมในสองประเทศนี้อีกด้วย

1997

เฮงเค็ลขยายธุรกิจออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยการเข้าร่วมทุนกับบริษัทต่างๆ การก่อตั้งบริษัทใหม่ขึ้นหลายแห่ง และถือกรรมสิทธิ์ในบริษัทต่างๆ จากการทำโครงการร่วมกับกับมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้เจียวถง ทำให้บริษัท เฮงเค็ล (ไชน่า) อินเวสเมนท์ ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมการบริหารจัดการเจียวถงในเซี่ยงไฮ้

เฮงเค็ลเข้าถือหุ้นในบริษัท ล็อคไทท์ คอร์ปอเรชั่น ผู้นำการจำหน่ายกาวพร้อมใช้และกาวใช้ในครัวเรือน และเป็นผู้นำด้านกาววิศวกรรมทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำการย่อส่วนอุปกรณ์เพื่อเสนอโซลูชั่นต่างๆ อาทิ การย่อส่วนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขนาดเล็ก, ชิพบอนเดอร์  จากการรวมเอาบริษัทนี้เข้ามา ทำให้เฮงเค็ลก้าวมาเป็นผู้นำตลาดด้านกาวอย่างไม่มีข้อกังขา และยังได้พัฒนาโครงสร้างแผนการขายในประเทศอเมริกาและทั่วโลก

ยอดจำหน่ายของบริษัทสูงกว่า 20 พันล้าน

1998

ผลิตผลิตภัณฑ์ใหม่เข้าสู่ตลาดอย่างผงซักฟอกเม็ดเพอร์ซิล โดยนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้เพื่อการผลิตผงซักฟอกของเฮงเค็ลและผลิตภัณฑ์อื่นๆในเครือ อย่างผลิตภัณฑ์ชั้นนำในรูปแบบน้ำยาเปลี่ยนผมขาวให้เป็นผมสีเดิมตามธรรมชาติแบรนด์โพลี รี-เนเจอร์ ครีม 

เฮงเค็ลถือหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท แมนโก้ อิงค์. ในเอวอน รัฐโอไฮโอ สหรัฐอเมริกา สร้างความมั่นคงในตลาดกาวแบรนด์ดังในอเมริกาเหนือ และส่งผลให้บริษัทกลายเป็นผู้จัดหากาวเพื่อผู้บริโภคชั้นนำในแถบอเมริกาเหนืออีกด้วย  บริษัทแมนโก้ได้รับความเชื่อถือจากการขายและทำการตลาดสินค้าเลอปาร์ชในสหรัฐอเมริกา

เฮงเค็ลถือกรรมสิทธิ์บริษัท ดีอีพี คอร์ปอเรชั่น ในเมืองลอสแองเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย และเข้าสู่ตลาดสินค้าเพื่อการดูแลเส้นผมในประเทศสหรัฐอเมริกา  รวมถึงการร่วมทุน กับบริษัท ไบโอเฮง เอเอส ในทรอมส์ ประเทศนอร์เวย์ ใช้เปลือกกุ้งเป็นวัตถุดิบใหม่เพื่ออุตสาหกรรมเครื่องสำอางแบรนด์ชิโตซาน

1999

วันที่ 1 สิงหาคม  แผนกสินค้าเคมีเฮงเค็ลแยกตัวออกมาและตั้งเป็นนิติบุคคลภายใต้ชื่อ ค็อกนิส อย่างถูกต้องตามกฎหมาย บริษัทเคมีลูกต่างๆของเฮงเค็ลถูกรวมเข้าไว้ด้วยกัน และขึ้นต่อบริษัทหลักคือ ค็อกนิส บีวี ในโรเออร์มอนด์ ประเทศเนเธอร์แลนด์ สำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของบริษัทมีที่ตั้งอยู่ที่นั่นเช่นกัน บริษัทเดิมของค็อกนิส ไบโอเทคโนโลยี ได้ถูกรวมเข้ากับสถาบันวิจัย เฮงเค็ล เซ็นทรัล รีเสิร์ช

ดร. คอนราด เฮงเค็ล ประธานบริษัทกิติมศักดิ์ของเฮงเค็ลเสียชีวิตเมื่อวันที่ 24 เมษายน
ด้วยอายุ 83 ปี พนักงานกว่า 6,000 คน และพนักงานที่เกษียณอายุงานแล้วได้ร่วมไว้อาลัยที่หอประชุมสำนักงานใหญ่เฮงเค็ลในเมืองดูสเซลดอร์ฟ

เฮงเค็ลเข้าถือกรรมสิทธิ์กลุ่มบริษัท เฟรนซ์ แลบอราทอรี่ เซโรบีโอโลจิกส์ กรุ๊ป ผู้ผลิตหลักของวัตถุดิบที่นำมาใช้ใหม่ได้สำหรับเครื่องสำอาง กลุ่มบริษัทนี้ถูกรวมเข้ากับบริษัท ค็อกนิส

ผลการวิเคราะห์ของกลุ่มผู้นำด้านเคมีกว่า 50 บริษัท โดยสถาบันฮัมบูร์ก เอนไวรอนเมนเทิล อีนซทิทยูท จัดอันดับให้เฮงเค็ลเป็นที่หนึ่งในบริษัทที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

2000

ดร. อัลริช เลห์เนร์ เข้าถือครองกรรมสิทธิ์ต่อจาก ดร. ฮานส์ ดิทริช วิงค์ฮอส์ ในฐานะประธานบริษัทและซีอีโอของบริษัท เฮงเค็ล จำกัด

วิงค์ฮอส์ สืบทอดตำแหน่งต่อจาก ศาตราจารย์ ดร. เฮลมัท ซิห์เลร์  ในตำแหน่งคณะกรรมการผู้ถือหุ้น
 
ผลิตภัณฑ์ดูแลผิวหน้าสัญชาติยุโรปไดเดอมีน วางจำหน่ายในประเทศเยอรมนี

เฮงเค็ลได้รับเลือกให้เป็นผู้จัดหาวัตุดิบให้การผลิตกาวสำหรับยานอวกาศจากผู้สมัครทั้งหมด 50 บริษัท

งานท้าทายครั้งใหม่ของเฮงเค็ล คือการสร้างพื้นที่ทางการตลาดอิเล็กทรอนิกส์บนอินเตอร์เน็ต ร่วมกับกลุ่มผลิตภัณฑ์ของแซพ เนสท์เล่ และดานอนจัดตั้งพื้นที่การตลาดเพื่อการซื้อขาย รวมไปถึงมีการส่วนร่วมกับบริษัท บีเอเอสเอฟ บริษัท เดกูซซ่า-ฮูล์ส และ บริษัท เมเทิลกีเซลชาร์ฟท์ ทำการตลาดบนอินเตอร์เน็ตในกลุ่มผลิตภัณฑ์เคมีและเวชภัณฑ์

เฮงเค็ลตอกย้ำสถานะตัวเองโดยการสร้างบริษัทร่วมทุนเพิ่มมากขึ้น ก่อตั้งบริษัทใหม่ๆและเข้าถือกรรมสิทธิ์ในบริษัทต่างๆ ทั้งในประเทศญี่ปุ่น ประเทศจีน และสหรัฐอเมริกา


2001

คติพจน์ของบริษัทในโอกาสบริษัทครบรอบ 125 ปีคือ “125 ปี มุ่งมั่นเพื่ออนาคต”  เฮงเค็ลจัดธุรกิจทั่วโลกใหม่ โดยแบ่งเป็นสองสายคือ แบรนด์และเทคโนโลยี การปรับเปลี่ยนกลยุทธ์นี้ถูกนำมาใช้เป็นพื้นฐานในการตัดสินใจในส่วนสำคัญต่างๆ

ขายบริษัท ค็อกนิส กลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์เคมีให้กับห้างหุ้นส่วนเอกชนแห่งหนึ่ง  และยุบบริษัท เฮงค็ล-อีโคแลบ ซึ่งเป็นการร่วมทุนยุโรป แต่ยังคงถือครองทรัพย์สินของบริษัท อีโคแลบ อิงค์.

จากการกำหนดทิศทางธุรกิจของบริษัทครั้งใหม่นี้ บริษัทยังประกาศแนวคิดใหม่คือ    “A Brand like a Friend - เฮงเค็ล แบรนด์ที่เป็นเสมือนเพื่อนผู้รู้ใจ” ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ใหม่ขององค์กรในขณะนั้น พร้อมกับคุณค่าขององค์กรอีก 10 ข้อ เพื่อเป็นการสะท้อนถึงแนวคิดนี้

เฮงเค็ลฉลองครบรอบ 125 ปีทั่วโลกด้วยโครงการเพื่อเด็ก 125 โครงการ สนับสนุนโดยพนักงานของบริษัททั่วโลก แต่ละโครงการได้รับเงินช่วยเหลือโครงการจำนวน 12,500 ยูโร สำนักงานใหญ่ในเมืองดูสเซลดอร์ฟได้รับเงินจำนวนแปดล้านยูโรเพื่อรักษาอาคารทางสถาปัตยกรรมชล็อส เบนราท์ช เอาไว้

2002

เฮงเค็ลสร้างภาพลักษณ์มาตรฐานสากลให้กับกลุ่มบริษัทในปีค.ศ. 2002 ภายใต้สโลแกน “เฮงเค็ล แบรนด์ที่เป็นเสมือนเพื่อนผู้รู้ใจ” รวมทั้งมีการออกแบบสำนักงานใหม่ และเน้นย้ำอัตลักษณ์ใหม่ของเฮงเค็ลนี้โดยเพลงบริษัท ชื่อเพลง "วี ทูเกทเตอร์" แต่งขึ้นเพื่อบริษัทโดยเฉพาะ

ปีค.ศ. 2002 เฮงเค็ลถือกรรมสิทธิ์ใน

  • การผลิตผงซักฟอกแบรนด์เคกูอวม ไลด์ ในประเทศอัลจีเรีย ผ่านบริษัทร่วมทุนเฮงเค็ล เอ็นแนด แอลจีเรีย (เอชอีเอ)
  • บริษัท โซลีพลาส เอส.เอ. ในเมืองบาร์เซโลน่า ประเทศสเปน ผู้ผลิตกาวและผลิตภัณฑ์กันรั่วซึม
  • บริษัท เซมิดายน์ ยู.เอส.เอ. อิงค์. บริษัทสาขาของ เซมิดายน์ จำกัด เมืองโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
  • แบรนด์โซลโลเทป ของ เวิร์ดโดโซ โฮลดิ้ง ลิมิเตด ดังสเตเบิล เมืองเบดฟอร์ดเชียร์ ในประเทศอังกฤษ

ในเดือนสิงหาคมกาวติดเนื้อเยื่อภายใต้ชื่อเฮงเค็ล ล็อคไทท์ ผ่านการอนุมัติโดยหน่วยงานด้านสุขภาพของสหรัฐอเมริกา อนุญาตให้วางจำหน่ายในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ 

ดังนั้นกาวเพื่อการปิดแผลนี้จึงได้รับอนุญาตให้วางขายได้ทั่วโลก

ปลายเดือนกันยายน ค.ศ.2002 เฮงเค็ลเปิดศูนย์ล็อคไทท์ เทคโนโลยี เซ็นเตอร์ เอเซีย แปซิฟิค ในเมืองโยโกฮามา ประเทศญี่ปุ่น งบประมาณการสร้าง 23 ล้านยูโร ในอนาคต พนักงานกว่า 130 รายจะมั่นใจได้ว่า ลูกค้าภาคอุตสาหกรรมของบริษัทเฮงเค็ลเทคโนโลยี ในทวีปเอเชียจะได้รับสินค้าที่ผลิตขึ้นโดยผ่านวิธีการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย

จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งร้ายแรงในประเทศเยอรมนี ทำให้ประชาชนกว่า 80,000 คน ต้องทิ้งที่อยู่อาศัย พนักงานเฮงเค็ลและพนักงานเก่าร่วมกันบริจาคเงินจำนวน 274,000 ยูโรเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย บริษัท เฮงเค็ลยังเพิ่มเงินบริจาคให้อีก 300,000 ยูโร

เฮงเค็ลยังให้ความช่วยเหลือสาธารณรัฐเชคและประเทศออสเตรีย เฮงเค็ลในประเทศฮังการี สโลวาเกีย โปแลนด์ และโรมาเนียต่างก็ช่วยเหลือภัยพิบัติในสาธารณรัฐเชค

2003

มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัท เฮงเค็ล เทคโนโลยี ผู้นำตลาดด้านกาว ผลิตภัณฑ์กันรั่วซึม และเคมีภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิวสำหรับภาคอุตสาหกรรม  เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม  ต่อมาในเดือนกันยายน เฮงเค็ลเป็นผู้ผลิตผงซักฟอกรายใหญ่จากการผลิตผงซักฟอกแบรนด์ลา ลุซ ในเมืองกัวลาลัมเปอร์ และได้ขยายฐานธุรกิจไปยังแถบประเทศละตินอเมริกาโดยบริษัทร่วมทุน

เดือนธันวาคม เฮงเค็ลประกาศเจตนารมณ์ที่จะถือกรรมสิทธิ์ในบริษัท เดอะ ไดอัล คอร์ปอเรชั่น ในสกอตต์เดลล์ รัฐอริโซนา ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่มีชื่อเสียงด้านผงซักฟอกและเครื่องใช้อุปโภคบริโภค บริษัทที่มั่นคงและมีชื่อเสียงนี้จะทำให้เฮงเค็ลขยายธุรกิจสินค้าภายใต้ชื่อเฮงเค็ลในประเทศอเมริกาได้ โดยมีแผนกำหนดให้การถือกรรมสิทธิ์สำเร็จผลในเดือนเมษายน ค.ศ.2004
เฮงเค็ลกระตุ้นแผนกผลิตภัณฑ์เพื่อการดูแลเส้นผมโดยเข้าถือกรรมสิทธิ์บริษัท แอดวานซ์ รีเสิร์ช แลบบอราทอรี่ (เออาร์แอล) ในรัฐแคลิฟอร์เนียตามที่วางแผนไว้

ด้านการช่วยเหลือสังคม  โครงการ เอ็มไอที อินนิทเอทีฟ (เอ็มไอที ย่อมาจากภาษาเยอรมนี  "มิทไอนันเดอร์ อิม ทีม" มีความหมายว่า “ทำงานด้วยกันเป็นทีม”)  ได้รับการลงคะแนนเสียงอย่างท่วมท้นในงานวันครบรอบปีที่ 5 ในเดือนมีนาคม เฮงเค็ลได้บริจาคเงินจำนวน 2,500,000 ยูโร ให้กับโครงการทั้งหมด 1,067 โครงการที่เหล่าพนักงานเฮงเค็ลร่วมเป็นอาสาสมัครอยู่ด้วย

เดือนพฤศจิกายน เฮงเค็ลเข้าร่วมสหประชาชาติ ยูไนเต็ด เนชั่น โกเบิล คอมแพค ด้านการเคารพสิทธิมนุษยชน โดยที่แนวความคิดด้านมาตรฐานการทำงานและการปกป้องสิ่งแวดล้อมที่ยังคงถือปฏิบัติเรื่อยมาจนทุกวันนี้

ในปี 2003 ผลิตภัณฑ์ของเฮงเค็ลหลายชนิดครบรอบปีการผลิต แบรนด์ล็อคไทท์ ฉลองครบรอบ 50 ปี และการได้รับรางวัลชนะเลิศ ฟอร์มูล่า 1 ไวซ์-แชมเปี้ยน คิมิ เร็กโคแนล เช่นกัน  รวมทั้งเฮงเค็ล เทคโนโลยี หนึ่งในผู้นำด้านฟอร์มูล่า ด้วยการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ล็อคไทท์ก็ครบรอบ 9 ปี อีกทั้งการครบรอบ 50 ปี ของกาวติดผนังวอลเปเปอร์แบรนด์เมทธีแลน จวบจนปัจจุบัน ยังคงเป็นผู้นำตลาดในประเทศเยอรมนีและมีผู้ใช้งานใน 30 ประเทศทั่วโลก เวโรน่า เฟล์ดบุช ผู้มีชื่อเสียงของเยอรมัน ฉลองครบร้อยปีของแบรนด์โชว์ม่า ด้วยโครงการบ้านพักเด็กฉุกเฉินในโบลิเวียรวมทั้งฮันส์ ชวาร์สคอฟ ที่ครองใจผู้ใช้และที่แน่นอนที่สุด ดูแลสุขภาพเส้นผมคนทั้งประเทศมาตั้งแต่ครั้งแรกที่วางจำหน่ายแชมพูแบบแป้งในปีค.ศ.1903

2004

การครอบครองกรรมสิทธิ์บริษัท เดอะ ไดอัล คอร์ปอเรชั่น ในสกอตต์เดลล์  รัฐอริโซนา ถือเป็นการถือครองกรรมสิทธิ์ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัท ผู้ผลิตผงซักฟอกและเครื่องอุปโภครายนี้ทำให้เฮงเค็ลมีรากฐานมั่นคงในตลาดอเมริกาเหนือ เฮงเค็ลยังถือกรรมสิทธิ์ในบริษัทดูแลเส้นผม แอดวานซ์ รีเสิร์ช แลบบอราทอรี่ (เออาร์แอล)ซึ่งได้พัฒนานวัตกรรมเพื่อผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่มีคุณภาพสูงมากว่า 20 ปี

การถือครองที่สำคัญครั้งต่อมาคือการถือครองกรรมสิทธิ์บริษัท ออร์บซีล แอลแอลซี ผู้ผลิตอุปกรณ์เก็บเสียงและผลิตภัณฑ์กันรั่วซึมสำหรับตัวถังรถในวงการยานยนต์ และบริษัทสัญชาติอเมริกัน โซแวร์เรี่ยน สเปเชี่ยลตี้ เคมิคัล ผู้ผลิตกาว เหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของบริษัทเกิดขึ้นเมื่อเฮงเค็ลแลกเปลี่ยนหุ้นจำนวน 28.8 เปอร์เซนต์ให้บริษัท โคลร็อกซ์ (ประมาณมูลค่าหุ้น 61.4 ล้าน)  เพื่อแลกกับบริษัทสาขาที่ตึ้งขึ้นใหม่ของโคลร็อกซ์ ซึ่งจะทำให้บริษัทสามารถผูกขาดทางธุรกิจได้ รวมทั้งตราสินค้าซอฟท์ สครับ® และธุรกิจยาฆ่าแมลงคอมแบท® รวมถึงโฮม® และโฮมคีปเปอร์® บวกกับหุ้นอีก 20 เปอร์เซนต์ในบริษัท เฮงเค็ล อิเบริก้า เป็นมูลค่าเงินสดประมาณ 2.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ

หลังจากที่การถือครองกรรมสิทธิ์ทั้งหมดเสร็จสิ้นลงในปี 2004   ปัจจุบัน เฮงเค็ลมีส่วนแบ่งตลาดในสหรัฐอเมริกา 25 เปอร์เซนต์

ฟา สบู่หรูก้อนแรกในปีค.ศ. 1954 ที่เป็นทั้งสบู่ทำความสะอาดและสบู่ดูแลผิวผสมน้ำหอม ฉลองปีทองในปีค.ศ. 2004 ปัจจุบันมีผู้ใช้แบรนด์ฟา ใน 146 ประเทศทั่วโลก จึงเป็นสินค้าที่มียอดขายในหลายประเทศมากที่สุดของเฮงเค็ล ปีนี้ยังเป็นปืที่ 75 ของแบรนด์พีทรี แบรนด์เก่าแก่ที่สุดของเฮงเค็ล เทคโนโลยีทำความสะอาดพื้นผิวโลหะพีทรีนี้เป็นหนึ่งในธุรกิจของกลุ่มเฮงเค็ลเทคโนโลยี


เรายกย่องคำสัญญาเรื่อง “คุณภาพจากเฮงเค็ล” รายละเอียดสามารถดูได้จาก www.quality-from-henkel.com พร้อมข้อมูลประวัติสินค้าต่างๆของเฮงเค็ล ครั้งแรกของการให้คำแนะนำออนไลน์ ติดต่อเราได้เพียงคลิก

2005

ผู้บริหารระดับสูงสามคนของเฮงเค็ล คือ คนุท เวนค์, ดร.เคราส์ มอร์วินท์ และศาสตราจารย์ ดร. อูว สเปคท์ เกษียณจากตำแหน่งคณะกรรมการผู้บริหาร  แคสเปอร์ รอร์สเท็ด ซึ่งก่อนหน้านี้ผู้บริหารธุรกิจในยุโรป ตะวันออกกลาง และแอฟริกาให้กับบริษัท ฮิวเลทท์ แพคการ์ด ได้เข้ารับตำแหน่งต่อจาก คนุท เวนค์ ในวันที่ 1 เมษายน ในฐานะรองผู้บริหารดูแลงานบริหารทรัพยากรบุคคล โลจิสติกส์ สารสนเทศ และโครงสร้างพื้นฐานด้านการบริการ  ดร.เฟดริก สตารา เข้ารับช่วงต่อจาก ดร.เคราส์ มอร์วินท์ ในตำแหน่งรองผู้บริหารแผนกผลิตภัณฑ์ซักรีดและผลิตภัณฑ์ดูแลภายในบ้าน ดร.เฟดริก  สตารา ทำงานกับเฮงเค็ลมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1976 ตำแหน่งเดิมคือประธานบริษัท เฮงเค็ล เซ็นทรัล อิสเทิร์น ยุโรป ส่วนศาสตราจารย์ ดร. อูว สเปคท์ ส่งต่องานบริหารผลิตภัณฑ์เสริมความงามและผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคลให้คุณฮานส์ แวน ไบลันซึ่งทำงานกับเฮงเค็ลมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1984 และก่อนหน้านี้ดูแลรับผิดชอบผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมทั่วโลกและเครื่องสำอางในต่างประเทศ

เฮงเค็ลเพิ่มความมั่นคงในธุรกิจอิเล็กทรอนิกส์ในเอเชียด้วยการร่วมทุนกับประเทศจีน มีผลตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน เฮงเค็ลถือหุ้นใหญ่ในบริษัท หัวเว่ย อิเล็คทรอนิกส์ ในเจียงซู ประเทศจีน หัวเว่ย อิเล็คทรอนิกส์เป็นผู้ผลิตอีพ็อกซี่เรซินสำหรับเซมิคอนดักเตอร์ชั้นนำในประเทศจีน

แบรนด์ทัฟท์ ฉลองครบรอบ 50 ปี ในปีค.ศ. 1995 ชวาร์สคอฟคิดค้นสเปรย์ฉีดผมชนิดนี้ขึ้นมา ภายใต้สโลแกน “เพื่อผมที่ดูสดชื่นตลอดทั้งวัน” ปัจจุบันทัฟท์มีจำหน่ายใน 32 ประเทศทั่วโลก โดยมีสินค้าย่อย 8 ชนิดหลัก แบ่งออกเป็นสินค้า 63 ประเภท

กิจกรรมแข่งขันภายในบริษัท “ซัคเซส แฟคเตอร์ แฟมิลี่ 2005” จัดขึ้นโดยสหพันธ์เพื่อครอบครัว ผู้สูงอายุ สตรีและเยาวชน เฮงเค็ลได้รับรางวัลองค์กรที่มีความสมานฉันท์เฉกเช่นครอบครัวมากที่สุดในประเทศเยอรมนี สหพันธ์มอบรางวัลนี้ให้ประธานกรรมการบริษัทอย่าง อูลริช เรห์เนอร์ เพื่อแสดงถึงองค์กรที่เป็นแบบอย่างของการแก้ไขปัญหาการทำงานร่วมกันและการสร้างความปรองดองกันภายในองค์กร

จากการเป็นผู้สนับสนุน นาสการ์ เป็นครั้งแรกทำให้เฮงเค็ลปรากฏโฉมมากขึ้นในการแข่งขันรถแข่งระดับคุณภาพของประเทศอเมริกา การมีส่วนร่วมนี้ทำให้สาธารณชนในแถบอเมริกาเหนือคุ้นเคยกับเฮงเค็ลมากขึ้น ในฐานะบริษัทที่มีผลิตภัณฑ์ที่มีชื่อเสียงมากมายที่ผลิตเพื่อการใช้งานสำหรับผู้บริโภคทั่วไปและการใช้งานในภาคอุตสาหกรรม


2006

ในโอกาสครบรอบ 130 ปีของธุรกิจ เฮงเค็ลได้ประกาศให้ปีค.ศ. 2006 เป็น “ปีแห่งนวัตกรรมสร้างสรรค์” ในช่วงปีนี้ พนักงานนำเสนอความคิดกว่า 80,000 ความคิดเพื่อการผลิตสินค้าตัวใหม่ๆ หรือเพื่อพัฒนาสูตร กระบวนการผลิต และบรรจุภัณฑ์ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โครงการนวัตกรรมนี้มีขึ้นในช่วงปีค.ศ. 2007 และค.ศ. 2008

เฮงเค็ลได้วางรากฐานของการต่อยอดความสำเร็จของธุรกิจ  เริ่มจาก วันที่ 1 มกราคม คณะกรรมการผู้ถือหุ้นแต่งตั้งคาสเปอร์ รอร์สเต็ด (วัย 44 ปี) สมาชิกทีมบริหารและดูแลรับผิดชอบฝ่ายทรัพยากรบุคคล การจัดซื้อ สารสนเทศ และโครงสร้างการบริการขั้นพื้นฐาน ตั้งแต่เมษายน ค.ศ.2005 ให้เป็นรองประธานคณะกรรมการผู้บริหาร ตามมาด้วยการประเมินคุณภาพ  และในปีค.ศ. 2008 จะได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานคณะกรรมการผู้บริหาร ศาตราจารย์ ดร. อูลริช เรห์เนอร์ (วัย 60 ปี) ซึ่งอยู่กับเฮงเค็ลมาตั้งแต่ปีค.ศ. 1981 จะออกจากตำแหน่งผู้บริหารตามที่ได้วางแผนไว้

เฮงเค็ลเข้าถือกรรมสิทธิ์ในผลิตภัณฑ์เพื่อผิวใต้วงแขนแบรนด์ดังอย่างไรท์ การ์ด ซอฟท์ ดรี และดราย ไอเดีย เพื่อขยายสายสินค้าในหมวดสินค้าเพื่อสุขอนามัยส่วนตัวในตลาดประเทศอเมริกา และปัจจุบันเป็นหนึ่งในผู้จำหน่ายรายใหญ่ที่สุดด้านสินค้าเครื่องสำอาง การเริ่มงานในสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ในสกอตต์เดลล์ รัฐอริโซนา เริ่มขึ้นกลางเดือนธันวาคม ตั้งแต่กลางปีค.ศ. 2008 พนักงานประมาณ 800 คนจะทำงานที่อาคารศูนย์รวม พื้นที่สำนักงานประมาณ 21,000 ตารางเมตรและพื้นที่ห้องทดลองและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวก 12,000 ตารางเมตร
 
เฮงเค็ลยังได้ขยายธุรกิจในจีน การก่อสร้างสำนักงานสาขาใหญ่ของเฮงเค็ล เอเซีย-แปซิฟิค ในเมืองเซี่ยงไฮ้ เริ่มขึ้นเดือนกรกฎาคม และเมื่อเสร็จสิ้นหน่วยงานทั้งหมดของเฮงเค็ลจะทำงานร่วมกันภายใต้หลังคาเดียวกัน

บริษัทก็ฉลองครอบรอบปีที่ 130 ในวันที่ 26 กันยายน เช่นเดียวกับปีก่อนๆ วันครบรอบบริษัทจัดขึ้นในรูปแบบของ"เฟรนด์ชิพ เดย์" โดยเปลี่ยนสถานที่จัดไปเรื่อยๆทั่วโลกเพื่อที่จะสร้างความประหลาดใจให้เพื่อนพนักงานทั่วโลก

2007

เพอร์ซิลฉลองครบรอบ 100 ปี ภายใต้คติพจน์ “สะอาดไปถึงอนาคต” เพอร์ซิลฉลองด้วยบรรจุภัณฑ์ผงซักฟอกที่ออกแบบมาใหม่และขวดบรรจุเพอร์ซิลเจลชนิดใหม่  และในช่วงสิ้นเดือนกรกฏาคม ทัวร์เรือแห่งอนาคตของเพอร์ซิลได้แวะไปยัง 18 เมืองในประเทศเยอรมนีเพื่อแสดงให้เห็นถึงความน่าตื่นตาตื่นใจของโลกแห่งเพอร์ซิล นอกจากนี้ เพอร์ซิลยังบริจาคเงินหนึ่งล้านยูโรให้โครงการ “โปรเจ็ค ฟิวเจอร์ริโน” มีเด็กกว่า 40,000 คนที่ได้รับการช่วยเหลือจากแรงน้ำใจของเพอร์ซิล


เฮงเค็ลประกาศอำลา ดร.โจเชน เคราท์เตอร์ ประธานบริษัท ซึ่งกำลังจะอำลาบริษัทหลังจากที่อุทิศตัวทำงานมากว่าสามทศวรรษ ด้วยเชื้อสายสตุตการ์ท ดร.โจเชน ดำรงตำแหน่ง 11 ตำแหน่งในสายงานที่เฮงเค็ล โดยเริ่มงานกับเฮงเค็ลในปีค.ศ. 1973 ในตำแหน่งผู้ช่วยผู้บริหาร แล้วได้รับการแต่งตั้งให้เป็นประธานฝ่ายการเงินในปีค.ศ. 2000 และรับช่วงต่องานบริหารเฮงเค็ล เทคโนโลยี ในเดือนกรกฎาคม ปีค.ศ. 2003 ตามมาพร้อมกับการดูแลบริษัทในกลุ่มธุรกิจกาว และเทคโนโลยีร่วมกับ อลอยซ์ ลินเดอร์ ซึ่งกลุ่มธุรกิจใหม่นี้ได้ก่อตั้งเมื่อต้นเดือนเมษายน เมื่อมีการรวมกลุ่มกาวเพื่อผู้บริโภคทั่วไปและช่างมืออาชีพเข้ากับกลุ่มเฮงเค็ล เทคโนโลยี และอยู่ภายใต้การบริหารงานของ อลอยซ์ ลินเดอร์ หลังการลาออกของเคราท์เตอร์

จัดแสดงการเต้นรำเชิดมังกรแบบจีนในวันเปิดสำนักงานใหญ่ของบริษัท เฮงเค็ล เอเซีย-แปซิฟิค แอนด์ ไชน่า ที่เมืองเซี่ยงไฮ้

เฮงเค็ลเปิดเวบไซต์ทั้งหมดของบริษัทอีกครั้งโดยใช้โฮมเพจนานาชาติ www.henkel.com.  เวบไซต์ใหม่สำหรับอเมริกาเหนือ เยอรมนี อังกฤษและไอร์แลนด์ ยุโรปกลาง เม็กซิโก ภูมิภาคแอนดีซ สวีเดน ฟินแลนด์ และเดนมาร์ก ตามมาในปี 2007

2008

ยกเลิกการประชุมรายปีบริษัท เฮงเค็ล แมนเนจเมนท์ เอจี ร่วมกับเฮงเค็ล เคจีเอเอ ในฐานะความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น และเปลี่ยนชื่อบริษัทเป็นเฮงเค็ล เอจี แอนด์ โค เคจีเอเอ

ปีค.ศ. 2008 เกิดการเปลี่ยนแปลงสองอย่างในระบบบริหารระดับสูง ศาตราจารย์ ดร.อูลริช เรห์เนอร์ ลาออกจากตำแหน่งประธานคณะกรรมการผู้บริการของเฮงเค็ล เคจีเอเอ ในวันประชุมรายปีบริษัทอย่างที่ตั้งใจไว้  คาสเปอร์ รอร์สเต็ด ประธานคณะกรรมการบริหารเฮงเค็ล แมนเนจเมนท์ เอจี สืบทอดตำแหน่งต่อจากเขา  นอกจากนี้ คุณอลอยซ์ ลินเดอร์ รองประธานบริหารเทคโนโลยีกาว ลาออกจากคณะกรรมการบริหารเดือนมิถุนายน ค.ศ.2008 โดยมี โทมัส เกท์เนอร์ รับช่วงต่อ

วันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2008 เฮงเค็ลถือกรรมสิทธิ์บริษัท อัคโซ โนเบล ธุรกิจกาวและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ซึ่งก่อนนี้เป็นของเนชั่นแนล สตาร์ชจากการถือกรรมสิทธิ์ในธุรกิจพวกนี้ ทำให้เฮงเค็ลมีสถานะที่มั่นคงในตลาดกาวระดับโลก โดยเฉพาะตลาดอุตสาหกรรม ธุรกิจของเนชั่นแนล สตาร์ชและเฮงเค็ล แอดฮีซีฟ เทคโนโลยี ส่งเสริมซึ่งกันและกันได้ดีเยี่ยม เดือนพฤศจิกายน เฮงเค็ลขายหุ้นในบริษัทอีโคแลบ อิงค์.

ปีค.ศ. 2008 เฮงเค็ลคิดนวัตกรรมอันยิ่งใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ตัวอย่างข้างล่างนี้เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

ฤดูใบไม้ร่วง ปีค.ศ. 2008 เฮงเค็ลขยายผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดบ้านด้วยผลิตภัณฑ์ตราเทรา แอคทีฟ ที่รับประกันพื้นสะอาดเงางามให้กับครัวเรือน ส่วนประกอบส่วนใหญ่ล้วนเป็นวัตถุดิบที่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้ และใช้น้ำมันปาล์มชนิดพิเศษที่ผ่านการรับรอง ทั้งยังปกป้องป่าฝน ผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์เทรา แอคทีฟ มี 5 ประเภทคือ น้ำยาล้างจานสำหรับการล้างด้วยมือ น้ำยาทำความสะอาดบ้านอเนกประสงค์ น้ำยาทำความสะอาดชักโครก น้ำยาล้างห้องน้ำ และน้ำยาเช็ดกระจก

ผลิตภัณฑ์แบรนด์คัลเลอร์ริส เป็นผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผมถาวรชนิดแรกของชวาร์สคอฟ ที่ให้สีเข้มข้น สว่าง ในเวลาเพียง 10 นาที สูตรที่กำลังรอขึ้นจดสิทธิบัตรนี้ให้เม็ดสีทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ลดการทำลายเส้นผมระหว่างการทำสี

ผลิตภัณฑ์ล็อคไทท์ เฟล็กซ์ เจล เป็นกาวให้การยึดเกาะแน่นหนาสำหรับการยึดเกาะไม้ เหล็ก พลาสติก ยาง และหนัง เหมาะสำหรับการใช้ในบ้านและโรงงาน มีความยืดหยุ่นสูง ให้ผลลัพธ์ที่เร็วและเชื่อถือได้

เดือนพฤศจิกายน คาสเปอร์ รอร์สเต็ด ประธานคณะกรรมการบริหารเฮงเค็ลนำเสนอ 3 กลยุทธ์หลักสำคัญ และเป้าหมายทางการเงินสำหรับปีค.ศ. 2012

3 กลยุทธ์หลักสำคัญ ได้แก่

  • เพื่อพัฒนาศักยภาพทางธุรกิจอย่างเต็มความสามารถ
  • มุ่งเน้นลูกค้าเป็นสำคัญให้มากขึ้น
  • เสริมความแข็งแกร่งให้ทีมงานระดับสากล

เป้าหมายทางการเงินสำหรับปีค.ศ. 2012 ได้แก่

  • ยอดขายเฉลี่ยขององค์กรเพิ่มขึ้นที่ 3-5 เปอร์เซ็นต์
  • ยอดขาย EBIT อยู่ที่ 14 เปอร์เซ็นต์
  • รายได้ต่อหุ้นเพิ่มขึ้นเฉลี่ยมากกว่า 10 เปอร์เซนต์

ปีค.ศ. 2008 เฮงเค็ลยังให้นิยามเป้าหมายการทำงานอย่างยั่งยืนของบริษัท ดังนี้

  • ลดการใช้พลังงานลงอีก 15 เปอร์เซ็นต์ต่อเมตริกตันของผลผลิต และให้สัมพันธ์กับการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์
  • ลดการใช้น้ำลงอีก 10 เปอร์เซ็นต์ต่อเมตริกตันของผลผลิต
  • ลดการปริมาณขยะลงอีก 10 เปอร์เซนต์ต่อเมตริกตันของผลผลิต
  • เป้าหมายระยะยาวคือ ลดอุบัติเหตุจากการทำงานให้เป็น ศูนย์ สำหรับเป้าหมายปี 2012 ให้ลดลงอีก 20 เปอร์เซ็นต์

เดือนธันวาคม ค.ศ. 2008 ในการประชุมเพื่อความยั่งยืนของประเทศเยอรมนีครั้งแรก เฮงเค็ลได้รับยกย่องให้เป็นบริษัทที่ผสมผสานความสำเร็จทางธุรกิจเข้ากับความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนเพื่อให้ธุรกิจเติบโตขึ้นไปอีก

2009

111 ปีที่แล้วนักเคมีชื่อ ฮันส์ ชวาร์สคอฟ เปิดร้านขายยาเล็กๆในเมืองเบอร์ลิน ปัจจุบันชวาร์สคอฟ หนึ่งในสินค้าภายใต้เฮงเค็ล มีทั้งผลิตภัณฑ์เปลี่ยนสีผม ผลิตภัณฑ์ดูแลและจัดแต่งทรงผม เนื่องจากการเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งติดต่อกันหลายปี ชวาร์สคอฟได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด ชวาร์สคอฟอุทิศให้กับการทุ่มเทพัฒนาเทคโนโลยีนวัตกรรมใหม่ๆ และในขณะนี้ มีสิทธิบัตรมากกว่า 7,600 สิทธิบัตรที่รอขึ้นจดทะเบียน เพียงแค่ส่วนเล็กน้อยของนวัตกรรมเท่านั้น ชวาร์สคอฟก็ได้ปฏิวัติวงการด้วยวิทยาการล้ำหน้าด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ

ปีค.ศ. 2009 เฮงเค็ลคิดค้นนวัตกรรมอันยิ่งใหญ่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ตัวอย่างข้างล่างนี้เป็นเพียงส่วนน้อยเท่านั้น

เฮงเค็ลขยายประเภทผลิตภัณฑ์สำหรับการซักล้างด้วยผงซักฟอกเพอร์ซิล แอคติค พาวเวอร์ ราคาประหยัด ให้ผลลัพธ์เต็มประสิทธิภาพที่อุณภูมิน้ำแค่ 15 องศา มาในรูปแบบขวดเล็กถนัดมือ

ไซออส ผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมที่ออกแบบโดยช่างผมมืออาชีพในราคาที่เอื้อมถึง พัฒนาและทดสอบโดยช่างทำผมมืออาชีพ มาตรฐานเดียวกับร้านทำผมที่สามารถใช้ทุกวันได้ โดยหาซื้อได้ตามร้านทั่วไป การวางจำหน่ายไซออสประสบความสำเร็จสูงสุดในแผนกผลิตภัณฑ์ดูแลเส้นผมในทวีปยุโรปปีค.ศ. 2009

ด้วยเทคโนโลยีเทคโนเมลท์ ซุปปร้า คูล 130 เป็นครั้งแรกที่เฮงเค็ลประสบความสำเร็จในการลดการใช้อุณหภูมิสำหรับการหลอมละลายซุปปร้าโดยอุณภูมิเฉลี่ยที่ 40 องศาเซลเซียส ลดลงเหลือ 130 องศาเซลเซียส ไม่เพียงแค่ลดการใช้พลังงานลงไป 30 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังหมายถึงลดการใช้กาวลง 20-35 เปอร์เซ็นต์อีกด้วย

เดือนกันยายน 2009 มีการแทนที่ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในคณะกรรมการที่ปรึกษาและผู้ถือหุ้น จากการส่งมอบตำแหน่งประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาและผู้ถือหุ้นต่อให้ดร.ไซมอนน์ บาเกล-ทรา นั่นถือว่า คุณอัลเบรชท์ โวเอสเต้ ได้มอบอำนาจจากตระกูลเฮงเค็ลรุ่นที่สี่ไปยังรุ่นที่ห้าได้โดยสมบูรณ์ คณะกรรมการผู้ถือหุ้นเลือก ดร.ไซมอนน์ บาเกล-ทรา ให้เป็นประธานหญิงคนใหม่เมื่อวันที่ 18 กันยายน วันที่ 22 กันยายน ดร.     ไซมอนน์ บาเกล-ทรา ยังได้รับเลือกให้เป็นประธานคณะกรรมการที่ปรึกษาของเฮงเค็ล
การเปลี่ยนแปลงจากระดับบนเพื่อการกำกับดูแลจากหน่วยงานทั้ง 2 ด้านนี้ได้ประกาศในการประชุมสามัญประจำปีของเฮงเค็ลในช่วงฤดูใบไม้ผลิปี 2008

2010

เฮงเค็ลประสบความสำเร็จ มียอดขาย 15,092 ล้านยูโร และกำไร 1,723 ล้านยูโร เป็นปีที่ประสบความสำเร็จสูงสุดในประวัติศาสตร์บริษัท ธุรกิจสามประเภทสามารถทำยอดขายและกำไรสูงสุดเป็นประวัติการณ์คือ ผลิตภัณฑ์ซักล้างและผลิตภัณฑ์ในครัวเรือน ผลิตภัณฑ์เพื่อความงามและผลิตภัณฑ์ส่วนบุคคล ผลิตภัณฑ์กาวและเคมีภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิว

เฮงเค็ลประกาศโฉมใหม่เป็น “ผู้นำระดับโลกด้านแบรนด์และเทคโนโลยี” เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้นี้ ทุกคนในเฮงเค็ลยึดถือค่านิยมสำคัญ 5 ข้อ นั่นคือ ลูกค้า พนักงาน ผลประกอบการ ความยั่งยืน และครอบครัว จากการได้เข้าร่วมเวิร์คช้อป์กว่า 5,000 แห่ง พนักงานทั้งหมดได้แลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์และความคิดเห็นกันว่าจะทำอย่างไรที่จะช่วยพัฒนาบรรยากาศในการทำงาน


2011

เฮงเค็ลออกแบบสำนักงานใหม่ทั้งหมดเพื่อให้สอดคล้องกับแนวความคิดที่ว่า “Henkel – Excellence is our Passion” “แนวความคิดใหม่นี้แสดงให้เห็นจุดยืนของเรา พร้อมกับผลิตภัณฑ์ในแบรนด์ต่างๆ และพนักงานของเราทั่วโลก ถึงความปรารถนาที่จะเป็นที่เลิศในทุกๆ ด้านที่เราทำ” ประธานคณะกรรมการบริหารเฮงเค็ลกล่าว

วันที่ 1 มกราคม ยาร์น-เดิร์ก อูริส และ บรูโน่ ปิอาเซ็นซ่า เข้ารับตำแหน่งในคณะกรรมการบริหาร โดย คุณอูริส ดูแลบริหารกลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีกาว ส่วนคุณปิอาเซ็นซ่า เข้ารับตำแหน่งช่วงต้นปี วันที่ 1 มีนาคม ดูแลบริหารกลุ่มธุรกิจผลิตภัณฑ์ดูแลความสะอาดภายในบ้านและผลิตภัณฑ์ซักล้างณ วันที่ 1 ตุลาคม แคทรีน เมนเจส ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นสมาชิกใหม่ของคณะกรรมการบริหารและดำรงตำแหน่งรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายทรัพยากรบุคคล

ในปี 2011 เฮงเค็ลสร้างยอดขายและรายรับที่นับเป็นประวัติการณ์อีกครั้งหนึ่งด้วยยอดขายที่เพิ่มขึ้น 3.4 เปอร์เซ็นต์ เป็น 6.6 แสนล้านบาท และอัตรากำไรก่อนหักดอกเบี้ยและภาษี (EBIT margin) อยู่ที่ 13.0 เปอร์เซ็นต์

เดือนมกราคม ค.ศ.2011 เฮงเค็ลก่อตั้งมูลนิธิฟริทซ์ เฮงเค็ล ในอนาคต มูลนิธินี้จะเป็นเสมือนแขนของบริษัทในการมอบกำไรคืนสู่สังคม การก่อตั้งมูลนิธินี้ตอกย้ำบทบาทระยะยาวของเฮงเค็ลที่มีต่อสังคมมากกว่าแค่ผลประโยชน์ทางธุรกิจ ภารกิจของมูลนิธิคือสนับสนุนงานอาสาสมัครโดยมีพนักงานเฮงเค็ลเป็นอาสาสมัคร ช่วยเหลือภัยพิบัติต่างๆสนับสนุนงานเพื่อสังคมอื่นๆ และการนำแบรนด์ต่างๆเข้าไปมีส่วนร่วมต่อการช่วยเหลือในสังคม

2012

เฮงเค็ลได้นำเสนอกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนใหม่สำหรับปี 2573 ไปเมื่อเดือนมีนาคม โดยมุ่งเน้นเป้าหมายหลักคือ
การใช้ทรัพยากรให้น้อยลง แต่เพิ่มประสิทธิภาพให้มากขึ้นถึง 3 เท่า กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้
กับกลุ่มธุรกิจทุกกลุ่มและตลอดทั่วทั้งองค์กร 

คาร์สเต็น โนเบล เข้ารับตำแหน่งรองประธานกรรมการบริหารฝ่ายการเงินและจัดซื้ออย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม 2555 โดยรับตำแหน่งต่อจากโลธาร์ สเตนแบ็ค ซึ่งเกษียณอายุไปหลังจากที่ร่วมงานกับบริษัทมาอย่างยาวนานกว่า 30 ปี บริษัทฯ ได้ประกาศการเข้ารับตำแหน่งซีเอฟโอในครั้งแรกเมื่อปลายปี 2554

ปี 2555 เป็นอีกปีที่เฮงเค็ลประสบความสำเร็จอย่างสูง "แม้ต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมายในภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน แต่เราสามารถบรรลุเป้าหมายระดับสูงได้ทั้งหมดและยังทำได้เหนือเป้าหมายในบางส่วนอีกด้วย เราทำยอดขายและผลกำไรได้สูงกว่า
ที่เคยเป็นมา" คาสเปอร์ รอร์สเต็ด ซีอีโอของเฮงเค็ลกล่าว เมื่อเดือนพฤศจิกายนเฮงเค็ลเผยกลยุทธ์และเป้าหมายทางการเงินใหม่ภายใน
ปี 2559 โดยกำหนดลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์เอาไว้ 4 ด้านคือ ก้าวล้ำ ก้าวไกล เรียบง่าย จุดประกาย

เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจกาวสำหรับภาคอุตสาหกรรม เฮงเค็ลได้เข้าซื้อกิจการผลิตภัณฑ์กาวไวต่อแรงกดจากไซเท็ค อินดัสตรีส์ ซึ่งการซื้อกิจการครั้งนี้ได้สร้างความแข็งแกร่งให้กับธุรกิจกาวไวต่อแรงกดชนิดพิเศษของเฮงเค็ลได้อย่างดี เนื่องจากผลิตภัณฑ์เหล่านี้เป็นส่วนเสริมธุรกิจกาวไวต่อแรงกด (PSA) ประสิทธิภาพสูงของเฮงเค็ลที่มีความแข็งแกร่งอยู่แล้วเป็นทุนเดิม

2013

ในเดือนมีนาคม เฮงเค็ลประกาศความสำเร็จประจำปี 2555 อย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งด้วยการทำรายได้สูงสุดเป็นประวัติการณ์

“ปี 2555 ถือเป็นปีที่เฮงเค็ลประสบความสำเร็จมากที่สุด บริษัทมีผลประกอบการที่ยอดเยี่ยมในตลาดที่มีความผันผวนและมีการแข่งขันกันสูง พร้อมกับสามารถทัดเทียมหรือบรรลุเป้าหมายทางการเงินทุกด้าน” มร. คาสเปอร์ รอร์สเต็ด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเฮงเค็ล กล่าว “ทั้งสามกลุ่มธุรกิจของเฮงเค็ล แสดงให้เห็นถึงการเติบโตอย่างมีผลกำไร ควบคู่กับการขยายส่วนแบ่งการตลาดในตลาดที่เกี่ยวข้อง เรายังสามารถก้าวสู่เป้าหมายอันทะเยอทะยานที่ตั้งไว้ในปี 2551 สำหรับปี 2555 เราได้เสริมขีดความสามารถในการแข่งขันให้เฮงเค็ล เป็นการสร้างพื้นฐานอันแข็งแกร่งสำหรับการเติบโตในอนาคตของเรา”
นอกจากนี้ เฮงเค็ลยังเปิดตัวการวิเคราะห์แบรนด์รูปแบบใหม่สำหรับธุรกิจเทคโนโลยีกาวสำหรับภาคอุตสาหกรรม กลุ่มแบรนด์ของเฮงเค็ลมีการเติบโตอย่างแข็งแกร่งในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาและทำให้เฮงเค็ลขึ้นเป็นผู้นำตลาดระดับโลกในการผลิตกาว ผลิตภัณฑ์กันรั่วซึม และเคมีภัณฑ์เพื่อการเตรียมพื้นผิว เฮงเค็ลยังเน้นปรับปรุงทิศทางธุรกิจผ่านกลุ่มแบรนด์ด้วยการจัดระเบียบธุรกิจเทคโนโลยีกาวสำหรับภาคอุตสาหกรรมใหม่ภายใต้ห้าแบรนด์ ซึ่งแต่ละแบรนด์มุ่งเน้นเทคโนโลยีและการใช้งานอย่างเฉพาะเจาะจง

  • ล็อกไทท์ (LOCTITE®) ของเฮงเค็ล  เป็นทางเลือกที่ได้รับความไว้วางใจสำหรับโซลูชั่นส์การใช้กาวประสิทธิภาพสูง การเคลือบพื้นผิวและการกันรั่วซึม
  • บอนเดอร์ไรท์ (BONDERITE®) ของเฮงเค็ล เป็นผลิตภัณฑ์สำหรับโซลูชั่นส์เทคโนโลยีพื้นผิว ซึ่งช่วยสร้างข้อได้เปรียบทางการแข่งขันในกระบวนการผลิตของลูกค้า
  • เทคโนเมลท์ (TECHNOMELT®) ของเฮงเค็ล เป็นทางเลือกชั้นนำสำหรับกาวหลอมร้อน ออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้ามีกระบวนการผลิตและการใช้งานที่ดีที่สุด
  • เทโรซอล (TEROSON®) ของเฮงเค็ล เป็นแบรนด์สำหรับการยึดติด ผนึก เคลือบและเสริมโครงสร้างยานยนต์ รวมถึงการซ่อมแซมและบำรุงรักษา (VRM) ยานยนต์
  • เอเควนซ์ (AQUENCE®) ของเฮงเค็ล เป็นโซลูชั่นส์กาวสูตรน้ำนวัตกรรมใหม่ที่มีความยั่งยืน

ในเดือนกันยายน เฮงเค็ลเปิดโรงงานผลิตเทคโนโลยีกาวที่ใหญ่ที่สุดในโลกในนครเซี่ยงไฮ้ของประเทศจีน โรงงานใหม่แห่งนี้เป็นที่รู้จักในชื่อ “โรงงานมังกร” หรือ “Dragon Plant” มีพื้นที่ทั้งหมด 150,000 ตารางเมตร ถือเป็นศูนย์กลางการผลิตของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกาว สำหรับภาคอุตสาหกรรมในจีนและภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิค ลูกค้าที่รับบริการจากโรงงานกาวแห่งใหม่นี้ มีทั้งบริษัทในอุตสาหกรรมยานยนต์และสินค้าอุปโภคบริโภค คาดว่ากำลังการผลิตจะเพิ่มขึ้นเป็นสูงสุด 428,000 เมตริกตันต่อปี


บริการ